"เซ็นซะ ธันวา... หรือจะรอให้ตระกูลของแกกลายเป็นเศษกระดาษอย่างไร้ค่าในอีกสามวินาทีข้างหน้า?"
เสียงหัวเราะเยาะหยันที่เคยดังระงมในห้องประชุมใหญ่บัดนี้มลายหายสิ้น เหลือเพียงความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าซีดเผือดของธันวา อดีตคุณหนูผู้เคยหยิ่งยโสและเหยียบย่ำผู้อื่นด้วยสายตาดูแคลน ในเวลานี้เขากำลังสั่นเทา มือที่ถือปากกาหมึกซึมราคาแพงสั่นระริกจนแทบจะคีบไว้ไม่อยู่ เอกสารสัญญาโอนถ่ายทรัพย์สินทั้งหมดกองอยู่ตรงหน้า ราวกับประกาศิตแห่งความตายที่พร้อมจะบดขยี้ชีวิตของเขาให้แหลقสลายในพริบตา
คีย์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึก ดวงตาคู่คมทอดมองชายหนุ่มผู้เคยเป็นศัตรูตัวฉกาจด้วยความเย็นชา ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่งที่ไม่มีค่าแม้แต่จะเหยียบซ้ำ ข้างกายของเขาคือริน หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจ รินสวมชุดสูทเข้ารูปเรียบหรูแต่มั่นคง เธอนั่งเคียงข้างคีย์ด้วยรอยยิ้มบางเบา มือเรียวเล็กเอื้อมไปกุมมือหนาของชายหนุ่มไว้แน่น เป็นการย้ำเตือนว่าไม่ว่าโลกใบนี้จะหมุนเปลี่ยนไปอย่างไร เธอก็จะยังคงยืนหยัดเคียงข้างผู้ชายคนนี้เช่นเดียวกับวันที่พวกเขาไม่มีเงินติดตัวสักบาท
"เป็นไปไม่ได้... เป็นไปได้ยังไง!" ธันวาคำรามออกมาด้วยเสียงแหบพร่า ดวงตาเบิกโพงด้วยความคลุ้มคลั่ง สติสัมปชัญญะของเขาหลุดลอยไปหมดแล้วเมื่อหน้าจอโทรศัพท์มือถือปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารกลาง แจ้งสถานะอายัดบัญชีทั้งหมดและการประกาศล้มละลายของกลุ่มบริษัทในเครือ "แก... แกใช้เล่ห์กลอะไร! บริษัทของฉันมีมูลค่าเป็นหมื่นล้าน! มันจะพังทลายภายในคืนเดียวไม่ได้!"
"เล่ห์กลงั้นหรือครับ?" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือก "สำหรับคุณ มันอาจจะเป็นปาฏิหาริย์หรือฝันร้าย... แต่สำหรับผม มันเป็นเพียงแค่การกดปุ่มบนหน้าจอสมาร์ทโฟนเพื่อเคลียร์ขยะชิ้นหนึ่งออกจากเส้นทางก็เท่านั้นเอง"
ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลกไม่ได้มอบแค่ตัวเลขในบัญชีที่ไม่มีวันหมดสิ้น แต่มันมอบอำนาจในการชี้เป็นชี้ตายผู้คนในโลกใบนี้ด้วยปลายนิ้ว ทุกสิ่งที่ธันวาภาคภูมิใจ ทุกหยาดเหงื่อและอำนาจเงินที่ตระกูลของมันสะสมมาหลายชั่วอายุคน ถูกระบบกวาดล้างจนไม่เหลือแม้แต่เศษซากภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง หนี้สินมหาศาลถูกโอนถ่ายกลับมาที่ตระกูลของธันวาแบบทบต้นทบดอก การฟ้องร้องนับร้อยคดีถูกยื่นเข้าสู่ศาลพร้อมกันอย่างไร้ทางสู้
ธันวาทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพง ความหยิ่งยศทั้งหมดถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เขาร้องไห้ฟูมฟายอย่างไร้ศักดิ์ศรี พยายามจะคลานเข้ามาเกาะขาของคีย์เพื่อร้องขอความเมตตา
"ได้โปรด... คีย์! ฉันขอร้องล่ะ นายจะเอาอะไรฉันให้หมดเลย! แต่อย่าทำลายครอบครัวฉัน... อย่าทำลายพ่อแม่ฉันเลย!"
รินมองภาพนั้นด้วยแววตาที่สะท้อนความเวทนาชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว เธอนึกถึงวันที่เธอก and คีย์ต้องอดมื้อกินมื้อ นึกถึงสายตาดูถูกเหยียดหยามที่ธันวาเคยใช้มองพวกเธอในอดีต มนุษย์เรามักจะไม่เห็นค่าของความสุขจนกว่าจะสูญเสียมันไป และตระกูลของธันวาก็สมควรได้รับบทเรียนนี้อย่างสาสมแล้ว
คีย์ขยับตัวหลบเล็กน้อย ไม่ยอมให้มือสกปรกนั่นมาสัมผัสรองเท้าของเขา เขาก้มมองธันวาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความปรานี
"ตอนที่คุณเหยียบย่ำคนอื่น คุณเคยถามคำถามเดียวกันนี้กับพวกเขาบ้างไหมครับ? ความเมตตาที่คุณไม่เคยแจกจ่ายให้ใคร วันนี้คุณก็ไม่มีสิทธิ์จะร้องขอมันเช่นกัน"
คีย์หันไปพยักหน้าให้แก่ทนายความส่วนตัวที่ยืนรอคำสั่งอยู่มุมห้อง ทนายความหนุ่มก้มศีรษะรับคำก่อนจะก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารชุดสุดท้าย
"ประกาศอย่างเป็นทางการครับคุณธันวา นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ทรัพย์สินทั้งหมด บ้าน รถยนต์ และหุ้นทุกตัวในมือของตระกูลคุณ ถูกยึดอายัดและขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้โดยสมบูรณ์"
เสียงแฟ้มเอกสารปิดลงดัง *ปัง!* ราวกับเสียงฆ้อนตัดสินประหารชีวิต ธันวากรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความสิ้นหวัง ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะเข้ามาหิ้วปีกและลากตัวเขาออกไปจากห้องประชุมอย่างไร้ความปรานี
ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้งในห้องประชุมหรู คีย์ถอนหายใจยาวออกมาเล็กน้อย ความตึงเครียดที่สะสมมานานนับสัปดาห์มลายหายไปจนสิ้น เขากุมมือของรินขึ้นมาจุมพิตเบาๆ ที่หลังมือ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้หัวใจของเขากลับมาพองโตและเต็มไปด้วยความอบอุ่น
"เหนื่อยไหมครับคนดี?" คีย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแตกต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ
รินส่ายหัวเบาๆ รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย เธอกอดแขนของเขาแน่นขึ้น "ถ้ามีคุณอยู่... รินไม่เหนื่อยเลยค่ะ"
บรรยากาศกำลังจะดำเนินไปอย่างหวานชื่น หากไม่ใช่เพราะเสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคีย์จู่ๆ ก็ดังขึ้น ขัดจังหวะความโรแมนติกเสียก่อน
คีย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นสายเรียกเข้าจากหมายเลขที่ไม่รู้จัก ทว่าเมื่อเขากดรับ สายตาก็ต้องหรี่ลงเมื่อได้ยินเสียงปลายสายที่ส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าและเย็นเยียบลอดออกมา
*“คิดว่าจัดการตระกูลสวะนั่นได้แล้ว จะเป็นผู้ชนะที่แท้จริงบนจุดสูงสุดของโลกใบนี้แล้วจริงๆ งั้นเหรอ... เจ้าหนู?”*
หัวใจของคีย์กระตุกวูบเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรงยิ่งกว่าธันวาหลายร้อยเท่าพุ่งตรงผ่านคลื่นสัญญาณโทรศัพท์
*“แกเป็นใคร?”* คีย์ถามเสียงต่ำ ดวงตาหรี่ลงอย่างอันตราย
*“คนที่ถือไพ่เหนือกว่าแก... และกำลังจะกระชากหน้ากากมหาเศรษฐีร้อยล้านของแกให้พังทลายลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้ไงล่ะ หันไปมองที่หน้าต่างด้านหลังสิ... ของขวัญต้อนรับชิ้นใหญ่กำลังจะส่งถึงมือแกแล้ว”*
คีย์หันขวับไปมองกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเมืองหลวงยามค่ำคืนทันที!
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก•ตอนที่ 33
ความตายของตระกูลศัตรู
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!