หน้าจอเทรดหุ้นดิจิทัลขนาดมหึมาในห้องประชุมใหญ่ของตลาดหลักทรัพย์สั่นสะไหวด้วยแรงกระแทกจากคำสั่งซื้อขายมูลค่ามหาศาล เสียงประกาศราคาหุ้นที่ร่วงดิ่งลงเหวของกลุ่มบริษัทธนวรรธน์โฮลดิ้งส์ดังระรัวราวกับเสียงกลองศึกที่กำลังประกาศความพ่ายแพ้
"คุณธันวาครับ! หุ้นของบริษัทเราในกระดานหลักร่วงลงไปแตะฟลอร์รอบที่สามแล้วครับ แรงเทขายจากกองทุนไม่ทราบฝ่ายทะลักเข้ามาแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด มูลค่าความเสียหายตอนนี้ทะลุห้าหมื่นล้านบาทไปแล้วครับ!"
เสียงรายงานของเลขาธิการหนุ่มสั่นเครอจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เอกสารในมือร่วงหล่นลงกับพื้นห้องพรมราคาแพงระยับ ธันวาในชุดสูทแบรนด์เนมตัดเย็บพิเศษยืนนิ่งค้าง ใบหน้าที่เคยเปี่ยมด้วยรอยยิ้มหยิ่งยโสบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ ดวงตาเบิกโพงจ้องมองกราฟสีแดงฉานที่ดิ่งพสุธาไร้ก้นบึ้ง
"เป็นไปไม่ได้! ฉันกว้านซื้อหุ้นคืนหมดแล้วนี่! ใครหน้าไหนมันกล้าเอาเงินมาทุ่มตลาดสู้กับธันวาคนนี้!"
ธันวากัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก เขาลืมภาพความสุขุมเยือกเย็นไปจนหมดสิ้น มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้า
ย้อนกลับไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อน ธันวาคือผู้ล่าที่ใช้เงินตราและอำนาจตระกูลใหญ่บีบคั้นให้บริษัทสตาร์ทอัพของคีย์ต้องล้มละลาย เขาหัวเราะเยาะเย้ยเหยียดหยามคีย์ต่อหน้าสาธารณชน เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของชายหนุ่มและริน หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจที่คอยเคียงบ่าเคียงไหล่คีย์มาตลอดในวันที่ยากลำบาก ธันวายังจำคำพูดเย้ยหยันของตนเองได้แม่นยำ *'แกมันก็แค่เศษสวะที่ต่อให้ทำงานทั้งชาติก็ไม่มีปัญญาซื้อแม้แต่เศษเสี้ยวของรองเท้าฉัน'*
ทว่า ในเวลานี้... ผู้ล่ากำลังกลายเป็นเหยื่ออันโอชะที่กำลังถูกกลืนกินทั้งเป็น
กลางห้องโถงวีไอพีที่มองเห็นวิวกรุงเทพมหานครมุมสูง คีย์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท แสงไฟนีออนสะท้อนแว่นตากรอบทองของเขาให้ประกายคมกริบราวกับพญายมผู้กำหนดความเป็นความตาย ในมือข้างหนึ่งถือแก้วคริสตัลใสบรรจุไวน์แดงรสเลิศ ท่าทีของเขาสงบนิ่ง ราวกับมหาสมุทรลึกที่ไม่มีวันหยั่งถึง
รินยืนอยู่เคียงข้างเขา มือเรียวบางวางทาบบนไหล่กว้างอย่างแผ่วเบาเพื่อส่งมอบความอบอุ่น ดวงตากลมโตมองภาพความล่มสลายของศัตรูเบื้องล่างด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอยังจำความรู้สึกเจ็บปวดในวันที่ถูกธันวาดูถูกเหยียดหยามได้ดี แต่วันนี้... ผู้ชายที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอกลับใช้พลังแห่งระบบที่เหนือจินตนาการ เนรมิตปาฏิหาริย์ที่สั่นสะเทือนไปทั้งโลกการเงิน
"คีย์ครับ..." รินกระซิบเสียงแผ่วเบาด้วยความห่วงใย "การใช้เงินสำรองระดับนี้ มัน..."
คีย์หันมาสบตากับเธอ แววตาที่เยือกเย็นและเฉียบขาดพลันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนล้ำลึก เขายื่นมือไปกุมมือเรียวของเธอไว้ บีบเบาๆ เป็นเชองบอกให้มั่นใจ
"เพื่อเธอแล้วริน โลกใบนี้ทั้งใบผมก็ซื้อมาวางแทบเท้าได้ นับประสาอะไรกับบริษัทกระดาษที่มีแต่เปลือกของไอ้สารเลวนั่น" เสียงทุ้มต่ำของคีย์เต็มไปด้วยความมั่นใจที่ทรงพลัง ชวนให้หัวใจของรินอุ่นวาบและสั่นไหวอย่างรุนแรง
ในขณะเดียวกัน หน้าจอสมาร์ทโฟนของธันวาก็แผדเสียงแจ้งเตือนดังลั่นห้อง หน้าจอแสดงยอดหนี้มหาศาลจากการกู้ยืมเงินนอกระบบและมาร์จิ้นคอล (Margin Call) ที่สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ต่างพากันเรียกหลักประกันคืนทันที
"ท่านประธานครับ! ธนาคารกลางปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อฉุกเฉินแล้วครับ! แถม... แถมผู้ถือหุ้นใหญ่รายอื่นๆ กำลังฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเพราะหุ้นมูลค่าศูนย์ครับ!"
"โธ่เว้ย!" ธันวาตบโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น แจกันคริสตัลราคาแพงกระเด็นตกลงมาแตกกระจาย เขาหอบหายใจรุนแรงราวกับคนใกล้ตาย สมองขาวโพลนคิดหาทางออกไม่พบ ความมั่งคั่งที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนกำลังพังทลายหายไปในพริบตาเดียวด้วยน้ำมือของคนที่เขาเคยเหยียบย่ำ
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากระบบเงินสดอัจฉริยะในสมาร์ตโฟนของคีย์ดังขึ้นเบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคน
[ติ๊ง! ยืนยันคำสั่งซื้อหุ้นล็อตสุดท้ายของกลุ่มธนวรรธน์โฮลดิ้งส์ 100% สำเร็จ!]
[ท่านได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียวในบริษัทเป้าหมาย]
[ปลดล็อกสถานะ: "ผู้กอบกู้และเจ้าของตลาดทุนอย่างแท้จริง"]
คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทสีดำสนิทไร้รอยยับขับเน้นให้เขาดูสง่างามและน่าเกรงขามดั่งราชา เขาเดินไปที่ระเบียงกระจกใส มองลงไปยังตึกสำนักงานใหญ่ของตระกูลธนวรรธน์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลนัก รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา
"ส่งเทียบเชิญไปให้คุณธันวาหน่อยครับ" คีย์เอ่ยเสียงเรียบกับเลขาฯ ส่วนตัวที่ยืนรอคำสั่งอยู่ด้านหลัง "บอกว่าเจ้าของบริษัทคนใหม่ รอพบเขาอยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ เพื่อตกลงเรื่อง 'การปลดหนี้' อยู่"
ไม่นานนัก ประตูห้องประชุมถูกผลักออกอย่างแรง ธันวาเดินเซเข้ามาในห้องด้วยสภาพชุดสูทรelยยับ เนคไทหลุดลุ่ย ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เขากวาดสายตามองหาต้นเหตุของความพินาศทั้งหมด จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนกอดอกรออยู่
"แก... แกทำแบบนี้ทำไมวะไอ้คีย์!" ธันวาตะโกนลั่น เสียงแหบพร่าด้วยความเคียดแค้นสุดขีด เขาพยายามพุ่งตัวเข้ามาหาเรื่อง แต่กลับถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนกดตัวลงคุกเข่ากับพื้นห้องอย่างไม่ใยดี
คีย์ก้าวเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อมองสบตาสกปรกที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของศัตรู รอยยิ้มบนใบหน้าของคีย์ไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าและความเด็ดขาดที่น่ากลัวยิ่งกว่า
"จำวันที่แกเหยียบฉันกับรินได้ไหมครับธันวา" คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเยือกเย็นจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "วันนั้นแกบอกว่าเงินซื้อทุกอย่างไม่ได้... แต่สำหรับผมวันนี้ เงินของผมมันซื้อแม้กระทั่งลมหายใจและความเป็นคนของแกไปหมดแล้ว"
ธันวากัดฟันกรอด น้ำตาแห่งความอัปยศไหลรินอาบสองแก้ม เขาเงยหน้าขึ้นมองคีย์ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อตระหนักได้ว่าตนเองได้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไปหมดสิ้นแล้ว ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ ศักดิ์ศรี และอนาคต พังทลายลงในกำมือของคนที่เขาเคยเหยียดหยามว่าเป็นแค่ฝุ่นผง
ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือของคีย์ก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบลับที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายการเงินทั่วโลก...
[แจ้งเตือนด่วนจากระบบ: ตรวจพบความเคลื่อนไหวของกองทุนลับระดับโลก "The Sovereign Syndicate" ที่กำลังพยายามแทรกแซงตลาดการเงินเอเชียผ่านทางบัญชีสำรองปริศนา และเป้าหมายต่อไปของพวกมัน... คือการเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของภรรยาคุณ 'ริน']
ดวงตาของคีย์หรี่แคบลงทันที รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก•ตอนที่ 32
คีย์คือผู้กอบกู้
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ระบบเปย์คลั่งสั่งให้ผมเป็นเจ้าของโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!