พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 47

ตำนานเทพเจ้า

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
"หากเอกสารฉบับนี้หลุดรอดออกไป ราชสำนักแห่งเอลเดอร์รินจะไม่เหลือแผ่นดินกลบหน้า... และหัวของกษัตริย์เฮนริกจะถูกเสียบประจานบนยอดแหลมของปราสาทหลวงภายในสามวัน" เสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยความเย็นเยียบดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องใต้ดินหินเก่าคร่ำคร่า แสงจากคบเพลิงสีนวลสะท้อนกระทบกับโครงหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเคร่งเครียด คาลอสในยามนี้ไม่ได้มีมาดของจอมทัพปีศาจผู้เกรียงไกรที่ผู้คนหวาดกลัว แต่เขากลับเป็นชายหนุ่มผู้พร้อมจะพลิกแผ่นดินคว่ำฟ้า หากสิ่งนั้นจะสามารถปกป้องคนที่เขารักที่สุดไว้ได้ ดวงตาคมกริบสีนิลกาลกวาดมองแผ่นหนังโบราณที่สลักอักษรเวทมนตร์โบราณ ซึ่งสั่นริกๆ ใต้ปลายนิ้วมือหนา บนแผ่นหนังนั้นบันทึกความจริงอันโสมمที่ถูกฝังกลบมานานนับทศวรรษ—แผนการสมรู้ร่วมคิดระหว่างกษัตริย์เฮนริกกับกองกำลังนอกรีตในการลอบสังหารราชวงศ์สายตรง เพื่อแย่งชิงบัลลังก์มาครอบครองด้วยหยาดเลือดของประชาชนผู้บริสุทธิ์ เซเรนยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีเข้มทอดสายตามองหลักฐานชิ้นเอกนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นในอกและความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจ อดีตอัจฉริยะเวทมนตร์เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว มือเรียวบางที่กำเข้าหากันสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่ออำนาจมืด แต่เป็นเพราะความจริงที่ปรากฏตรงหน้ามันตอกย้ำว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเคยใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาของฆาตกรที่ฆ่าล้างครอบครัวของตนเองอย่างโง่เขลาเพียงใด "ท่านพ่อ... ท่านแม่... พวกท่านมองดูอยู่ใช่ไหมครับ" เซเรนพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบงัน คาลอสสังเกตเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเด็ดเดี่ยวของคนตรงหน้า หัวใจของจอมทัพผู้เย็นชาพลันกระตุกวูบ ความรู้สึกหวงแหนและปรารถนาที่จะปกป้องโอบล้อมดวงวิญญาณดวงนี้พุ่งพล่านขึ้นมาจนยากจะควบคุม เขาก้าวเข้าไปประชิดร่างบางอย่างรวดเร็ว วงแขนแข็งแกร่งดึงรั้งเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่ลังเล ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่ลาดของเซเรนเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและความมั่นคงทั้งหมดที่เขามี "อย่าแบกรับมันไว้คนเดียว เซเรน" คาลอสกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดกับคนในอ้อมแขน "คุณมีผม... ต่อให้โลกใบนี้ต้องล่มสลายลงต่อหน้า ผมก็จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนทำร้ายคุณได้แม้แต่ปลายเล็บ" เซเรนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะผ่อนคลายลงในอ้อมกอดที่คุ้นเคย ไออุ่นจากร่างกายของคาลอสเปรียบเสมือนเกราะป้องกันสุดท้ายที่ช่วยดึงสติของเขาให้กลับคืนมา ดวงตาสีไพลินที่ไหวระริกค่อยๆ สงบลง ความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงกลับมาฉายชัดในแววตาอีกครั้ง "ผมไม่ได้กลัวครับ คาลอส..." เซเรนเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่มั่น "แต่ผมแค่กำลังคิดว่า... เราจะใช้ประโยชน์จาก 'ความเน่าเฟะ' นี้อย่างไรดี เพื่อให้กษัตริย์เฮนริกและบริวารชั่วช้าของมันต้องชดใช้ด้วยความทรมานที่สาสมที่สุด" รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคาลอส เป็นรอยยิ้มที่อันตรายและงดงามในเวลาเดียวกัน ความคิดที่สอดคล้องกันของพวกเขามักจะนำมาซึ่งหายนะของศัตรูเสมอ "หลักฐานชิ้นนี้สมบูรณ์แบบเกินไป" คาลอสหยิบแผ่นหนังเวทมนตร์ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง "หากเราเพียงแค่ประกาศความจริงออกไป ประชาชนอาจจะตื่นตระหนก แต่กลุ่มขุนนางที่สนับสนุนมันอยู่เบื้องหลังก็จะยังหาทางบิดเบือนได้ เราต้องเล่นเกมที่ใหญ่กว่านั้น... เกมที่จะทำให้พวกมันห้ำหั่นกันเองก่อนที่เราจะลงมือ" เซเรนพยักหน้าช้าๆ เห็นพ้องกับแผนการของคนรัก สมองอันปราดเปรื่องของอดีตอัจฉริยะเวทมนตร์เริ่มประมวลผลกลยุทธ์ต่างๆ อย่างรวดเร็ว "ถ้าเช่นนั้น... เราต้องส่งสำเนาชิ้นนี้ไปยังมือของ 'ดยุกวาเลน' ผู้นำฝ่ายค้านในสภาสูง" "หึ... ตาแก่จิ้งจอกเฒ่าคนนั้นสินะ" คาลอสหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ "เขารอจังหวะนี้มานานกว่าสิบปี การได้รับหลักฐานชิ้นนี้จะทำให้เขามีความชอบธรรมพอที่จะเปิดฉากสงครามกลางเมืองโดยที่มือของเราไม่ต้องเปื้อนเลือดเลยแม้แต่น้อย" "แต่มันยังมีความเสี่ยงครับ" เซเรนขมวดคิ้วมุ่น "ถ้าหากสายสืบของกษัตริย์ไหวตัวทันและดักชิงเอกสารระหว่างทาง..." "เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง" คาลอสยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ระกรอบหน้าของเซเรนอย่างทะนุถนอม สายตาทอประกายความมั่นใจเต็มเปี่ยม "ผมได้ส่งหน่วยเงาทมิฬไปคุ้มกันเส้นทางขนส่งลับแล้ว ต่อให้กองทัพอัศวินหลวงทั้งกองทัพเคลื่อนพล ก็ไม่มีทางแตะต้องเอกสารชิ้นนี้ได้แม้แต่ปลายเส้นขน" ความใกล้ชิดทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป ไออุ่นจากร่างกายที่แนบชิด กลิ่นอายเฉพาะตัวของคาลอส และความตึงเครียดจากสถานการณ์ที่เพิ่งคลี่คลาย หลอมรวมกันจนเกิดเป็นกระแสความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย เซเรนช้อนตาขึ้นมองชายหนุ่มผู้ยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อใบหน้าของคาลอสโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้ม ในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะสัมผัสกัน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นก็แว่วมาจากทางบันไดหินด้านบน ทำลายบรรยากาศโรแมนติกทิ้งไปในพริบตา! คาลอสชะงัก ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขาดึงเซเรนมาหลบไว้ด้านหลังทันทีพร้อมกับชักดาบสีดำสนิทออกจากฝัก พลังเวทมืดยกระดับขึ้นจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "ดูเหมือนว่า... จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเคาะประตูบ้านเรานะ" คาลอสกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ร่างในชุดเกราะเงินประดับตราสัญลักษณ์ราชวงศ์ก้าวพ้นความมืดเข้ามาในห้องใต้ดิน ผู้นำกองกำลังทหารหลวงไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่ในมือของเขากำคทาเวทมนตร์ที่กำลังเปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้าพร้อมโจมตี ทว่า สิ่งที่ทำให้เซเรนต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ ไม่ใช่การมาของทหารหลวง... แต่เป็นใบหน้าของผู้นำหน่วยที่ถอดหมวกเหล็กออกเผยให้เห็นอย่างชัดเจน "อาจารย์...?" เซเรนครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ชายชราผู้ซึ่งเคยเป็นอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาเวทมนตร์และเป็นคนที่เซเรนเคารพรักเสมือนพ่อแท้ๆ กลับยืนอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏบนริมฝีปากเหี่ยวย่น "เก่งมาก เซเรน... เจ้าหาหลักฐานชิ้นนั้นเจอจนได้" เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้น "แต่ก็น่าเสียดาย... ที่เจ้าไม่มีโอกาสได้ใช้มันหรอก" ไฟเยอร์บลัดขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ตัวละครมาจนถึงตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%