"ถ้าเจ้ายังดื้อดึงใช้มานาถึงขีดจำกัดแบบนี้อีกครั้ง ข้าจะทำลายวงแหวนเวทในร่างของเจ้าเสีย... เซเรน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความสั่นเครือเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของถ้ำศิลาโบราณ คาลอสไม่ได้ตะคอก แต่สุ้มเสียงที่กดต่ำลงจนน่ากลัวนั้นกลับทรงพลังยิ่งกว่าการตวาดก้อง ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นสะท้อนประกายเรืองรองของเปลวเพลิงสีเลือดที่กำลังลุกโชนอยู่ในแววตา ความห่วง
เซเรนหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายผอมบางชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและคราบเขม่าจากการต่อสู้กับอสูรพิทักษ์แห่งห้วงมิติเมื่อไม่กี่นาตรีก่อน แผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดผนังถ้ำที่เย็นเฉียบ ขณะที่ปลายนิ้วยังคงสั่นระริกจากพิษสงของพลังเวทที่ย้อนกลับเข้าสู่ร่าง อดีตอัจฉริยะเวทมนตร์หลุบตาลงมองฝ่ามือที่เต็มไปด้วยรอยแผลแตกปริ ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับร่างสูงใหญ่ที่คุกเข่าลงเบื้องหน้า
"ถ้าข้าไม่ทำเช่นนั้น... เราทุกคนคงไม่รอดออกไปจากเขตอาคมนี้" เซเรนเค้นเสียงตอบกลับด้วยความดื้อรั้น แม้ริมฝีปากซีดเผือดจะสั่นระริก "เจ้าก็รู้ว่าศิลาผนึกดวงนั้นมีแต่พลังของข้าที่..."
"ข้าไม่สนใจว่าโลกใบนี้จะพินาศไปต่อหน้าต่อตาหรือไม่! ข้าสนใจแค่เจ้า... เซเรน" คาลอสพุ่งมือเข้าคว้าจับข้อมือบางของคนตรงหน้าไว้อย่างแน่นหนา แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนทำร้าย แต่หนักหน่วงพอที่จะสื่อความหมายทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในอก "เจ้าคิดว่าข้าอดทนดูเจ้าเอาชีวิตเข้าแลกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อคนอื่น เพื่อดินแดนที่มันเคยขับไล่พวกเรา... เพื่ออะไรกัน!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากหินงอกหินย้อยและเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้น เซเรนมองลึกเข้าไปในดวงตาของจอมทัพปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกขนานนามว่าเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุด แต่ในยามนี้ บุรุษผู้เกรียงไกรกลับมีร่องรอยความหวาดกลัวฉายชัดอยู่ในแววตา—ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียเขาไป
ปมในใจที่เซเรนแบกรับมาตลอดชีวิตค่อยๆ คลายตัวลง ความรู้สึกถูกทรยศ ความโดดเดี่ยว และความหวาดระแวงที่เคยเกาะกินวิญญาณราวกับถูกชะล้างด้วยความจริงใจที่ดิบเถื่อนและบริสุทธิ์ของปีศาจตรงหน้า เซเรนเม้มริมฝีปากแน่น ความแข็งกร้าวที่เคยประดับไว้บนใบหน้าค่อยๆ พังทลายลง เหลือเพียงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันเยือกเย็น
"คาลอส..." เซเรนเรียกชื่อนั้นแผ่วเบา น้ำเสียงสั่นพร่า "เจ้า... กลัวหรือ"
คาลอสชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นเสี้ยววินาที ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มฝืนๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่ขื่นขมและเต็มไปด้วยความยอมจำนนอย่างสิ้นเชิง
"ใช่... ข้ากลัว" คาลอสสารภาพออกมาตามตรง ไม่หลบเลี่ยงสายตาและไม่คิดจะรักษาฟอร์มของจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่แม้แต่น้อย มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นประคองแก้มนวลของเซเรนอย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วหยาบกร้านปัดปอยผมที่เปียกชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา "ข้าผ่านสงครามมานับไม่ถ้วน เหยียบย่างผ่านกองซากศพและทะเลเลือดโดยไม่เคยหวั่นไหว แต่ความคิดที่ว่าข้าอาจจะตื่นขึ้นมาแล้วไม่มีเจ้าอยู่บนโลกนี้... มันทำให้ข้าแทบคลั่ง เซเรน เจ้าคือจุดอ่อนเดียวของข้า และข้าก็ยอมจำนนต่อจุดอ่อนนี้ด้วยความเต็มใจ"
หัวใจของเซเรนกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในทรวงอกจนขอบตาร้อนผ่าว ความเหนื่อยล้าทางกายและใจที่สะสมมานานนับแรมปีดูเหมือนจะถูกปลดปล่อยออกมาในวินาทีนี้ เซเรนเอียงแก้มแนบเข้ากับฝ่ามืออุ่นของคาลอสโดยสัญชาตญาณ เป็นการยอมรับความรู้สึกที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างไม่มีเงื่อนไข
"ข้าขอโทษ..." เซเรนพึมพำเสียงเบาหวิว ดวงตาคู่สวยคลหน่วยน้ำใส "ข้าเพียงแต่... ไม่ต้องการให้ใครต้องมาปกป้องข้าฝ่ายเดียว ข้าอยากยืนเคียงข้างเจ้า ไม่ใช่เป็นภาระที่ต้องคอยหลบอยู่ข้างหลัง"
"เจ้าไม่เคยเป็นภาระของข้าเลย เซเรน" คาลอสขยับเข้าไปประชิดร่างบางยิ่งขึ้น จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ความใกล้ชิดนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความใคร่ หากแต่เป็นความโหยหาและการเยียวยาซึ่งกันและกันผ่านความยากลำบากที่ร่วมฝ่าฟันมาด้วยกัน "การที่เจ้าก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ห่วงชีวิตตัวเองต่างหาก... คือสิ่งที่ทำร้ายข้า"
จอมทัพปีศาจดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมอก โอบกอดไว้อย่างแน่นหนาราวกับต้องการหลอมรวมเซเรนให้เป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณ เซเรนซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้น้ำตาหยดแรกไหลรินลงซึมผ่านเนื้อผ้าของคาลอส ความเข้าใจที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางวิกฤตและความตายนี้ ลึกซึ้งยิ่งกว่าคำสัญญาใดๆ ในโลกหล้า
คาลོས་ก้มลงกดจุมพิตลงบนกลุ่มผมนุ่มอย่างแผ่วเบา ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดผ่านสัมผัสที่อ่อนโยนและเปี่ยมด้วยความหวงแหน มืออีกข้างโอบกระชับเอวบางไว้มั่น ป้องกันไม่ให้ความหนาวเย็นจากภายนอกคืบคลานเข้ามาทำร้ายคนที่เขารัก ในมิติที่มืดมิดและเต็มไปด้วยอันตรายนี้ พวกเขามีเพียงกันและกัน และนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้โลกทั้งใบมีความหมาย
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบอันลึกซึ้งกำลังโอบอุ้มหัวใจทั้งสองดวงให้อย่างแนบแน่น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับเหล็กกล้ากระทบพื้นหินจากอุโมงค์ด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่ทำให้ผนังถ้ำสั่นไหวเศษหินร่วงกราว
คาลอสชะงัก ชะตาชีวิตและสัญชาตญาณนักรบตื่นตัวในเสี้ยววินาที ดวงตาสีนิลหันขวับไปมองยังปากทางเข้าถ้ำทันที เซเรนผละออกจากอ้อมอก ใบหน้าซีดขาวตื่นตระหนกขึ้นมาอีกครั้งเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังเวทอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวที่กำลังพุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่
เงาร่างมหึมาทาบทับลงมาที่ปากถ้ำ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กรีดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
"หาตัวพบจนได้... องค์ชายผู้ถูกเนรเทศ และสุนัขรับใช้ของเจ้า"
ไฟเยอร์บลัดขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ตัวละครมาจนถึงตอนนี้ด้วยนะครับ
พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 46
ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!