กลิ่นคาวเลือดจางๆ และเศษเสี้ยวของพลังอสูรระดับสูงที่ยังคงคุกกรุ่นอยู่ในอากาศ คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่ามหาสงครามการเมืองแห่งแดนเหนือเพิ่งปิดฉากลง
คาลอสสะบัดชายผ้าคลุมสีนิลสนิทที่เปื้อนฝุ่นควัน เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย ทว่าดวงตาคมกริบสีอำพันคู่นั้นกลับไม่มีร่องรอยของความเหนื่อยอ่อนแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่สะท้อนอยู่ในแววตาของจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ในยามนี้ มีเพียงภาพของประตูมิติสีเงินยวงที่กำลังหมุนวนอยู่เบื้องหน้า—ประตูที่เชื่อมต่อไปยังห้องนอนกว้างในคฤหาสน์กลางหุบเขา ที่ซึ่งดวงใจของเขากำลังรออยู่
"ท่านจอมทัพครับ กองกำลังที่เหลือ..." นายกองคนสนิทก้าวเข้ามาหมายจะรายงาน แต่ต้องชะงักงันเมื่อถูกมือหนายกขึ้นห้าม
"จัดการต่อให้เรียบร้อย ข้าไม่มีเวลาเหลือให้พวกกบฏไร้ค่าอีกแล้ว" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนอีกฝ่ายต้องก้มศีรษะรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว โดยไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตา
แสงวาบสีนิลตัดผ่านความมืดมิด คาลอสไม่รอให้พิธีการปราบดาภิเษกหรือการเฉลิมฉลองชัยชนะรั้งตัวเขาไว้แม้แต่วินาทีเดียว สำหรับเขาแล้ว บัลลังก์ที่ได้มาหรือศัตรูที่ราบคาบเป็นเพียงเศษธุลี สิ่งเดียวที่มีความหมายต่อลมหายใจ คือการได้กลับไปยืนเคียงข้างร่างบางที่เขาละวางไว้เบื้องหลัง
ร่างสูงก้าวพ้นมิติเวทออกมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นสะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงบ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกจันทร์กระจ่างที่เซเรนชอบใช้ยังคงลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ ทว่าความเงียบงันภายในห้องกลับทำให้หัวใจที่แกร่งดั่งหินผาของคาลอสกระตุกวูบ
"เซเรน..."
คาลอสครางเรียกชื่อนั้นเบื้องต่ำ สัญชาตญาณดิบเถื่อนของปีศาจเตือนภัยล่วงหน้า เขากวาดสายตามองไปทั่วห้องอย่างรวดเร็ว โคมไฟเวทถูกหรี่แสงลงเหลือเพียงสลัว ร่างโปร่งบางในชุดคลุมสีขาวเนื้อนุ่มกำลังนั่งหันหลังให้ อยู่ริมขอบหน้าต่างบานกว้างที่เปิดรับลมยามค่ำคืน
เซเรนไม่ได้หันกลับมาทันทีที่ได้ยินเสียง ฝ่ามือเรียวบางที่วางอยู่บนขอบหน้าต่างกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
"เจ้ากลับมาเร็วกว่าที่คาดไว้นะ... คาลอส" น้ำเสียงนุ่มนวลที่เคยอบอุ่นในยามปกติ บัดนี้กลับเจือด้วยความเหนื่อยล้าและสั่นเครือเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
คาลอสสาวเท้าเข้าไปใกล้ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ร่างสูงโอบกอดร่างบางจากด้านหลังทันที วงแขนแข็งแกร่งรัดแน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพียงภาพลวงตา จมูกโด่งฝังลงที่ซอกคอหอมกรุ่นสูดดมความอบอุ่นเข้าปอดลึกราวกับคนอดอยาก
"ข้าบอกเจ้าแล้วว่าจะรีบกลับมา" คาลอสกระซิบชิดใบหู เสียงของเขาอ่อนลงอย่างไร้การควบคุมเมื่ออยู่ต่อหน้าคนคนนี้ ริมฝีปากหยักจูบซับลาดไหล่บางผ่านเนื้อผ้า "งานน่าเบื่อพวกนั้นเทียบไม่ได้กับการที่ข้าต้องปล่อยให้เจ้ารออยู่คนเดียวเลยแม้แต่น้อย... เป็นอะไรไป หืม? ทำไมตัวเย็นเฉียบเช่นนี้"
เซเรนหลับตาลงรับสัมผัสคุ้นเคย ความอบอุ่นจากร่างกายของคาลอสแผ่ซ่านเข้ามาในอก บรรเทาความหนาวเหน็บที่กัดกินจิตใจลงได้บ้าง แต่ไม่อาจลบเลือนความจริงที่เขากำลังแบกรับไว้ได้
"ข้าแค่วิตกกังวลนิดหน่อย..." เซเรนตอบเสียงแผ่ว พยายามบังคับน้ำเสียงให้มั่นคง พร้อมกับยกมือขึ้นสัมผัสท่อนแขนแกร่งที่โอบรัดเอวตนไว้ "สงครามครั้งนี้... มีคนตายมากเกินไป คาลอส เจ้าเองก็บาดเจ็บมาใช่ไหม?"
คาลอสชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางพลิกร่างบางให้หันมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบสำรวจใบหน้าหวานที่ซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มให้อย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายคามือ
"บาดแผลแค่นั้น ไม่เท่ากับการที่ข้าไม่ได้เห็นหน้าเจ้าหลายวันหรอก เซเรน... มองข้าสิ"
เซเรนเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริก ปรากฏร่องรอยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย ทั้งรัก ทั้งโหยหา และ... ความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจ
"เจ้าสัญญาแล้วนะ... ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าจะไม่ทิ้งข้าไปไหน" เซเรนเอ่ยเสียงสั่น พลางซุกใบหน้าลงกับอกแกร่งของคาลอส ปล่อยให้ความอบอุ่นของอีกฝ่ายโอบอุ้มความเปราะบางของตนไว้
คาลอสกระชับกอดแน่นขึ้น เขายกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากหยักกดจูบลงบนขมับบางซ้ำๆ ด้วยความรักและหวงแหนที่ล้นปรี่ "ข้าสัญญา... ดวงใจของข้า โลกใบนี้จะล่มสลายลงตรงหน้าก็ยังได้ ตราบใดที่ยังมีเจ้าอยู่เคียงข้าง ข้าไม่มีวันไปไหนทั้งสิ้น"
บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและโหยหา คาลอสโน้มใบหน้าลงหมายจะประทับจูบซับความกังวลบนเรียวปากอิ่ม ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดจากระเบียงด้านนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลจากพลังเวทที่ไม่คุ้นเคยที่แผ่พุ่งเข้ามาอย่างกะทันหัน!
คาลอสดีดตัวออกห่างจากเซเรนโดยสัญชาตญาณ นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งเลือด แผ่รังสีอำมหิตออกมารอบตัวเพื่อปกป้องคนรัก
"ใครกล้า!" จอมทัพปีศาจคำรามลั่นห้อง
เงาร่างหนึ่งก้าวทะลุกำแพงเวทเข้ามาอย่างง่ายดาย ร่างนั้นสวมชุดคลุมฮู้ดสีขาวบริสุทธิ์ที่ตัดกับความมืดมิดรอบกาย ก่อนที่ฮู้ดจะถูกเปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้เซเรนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ
"ยินดีต้อนรับการกลับมา... น้องชายผู้เนรเทศของข้า" เสียงทุ้มต่ำเอื้อonเอั่ยอย่างเยือกเย็น พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่จุดขึ้นที่มุมปากของ "ผู้มาเยือน" ที่ไม่ควรจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว!
"ไฟเยอร์บลัด" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ตัวละครมาจนถึงตอนนี้ด้วยนะครับ
พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 45
การกลับมาของคนรัก
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!