"วางมันลง... เดี๋ยวนี้"
น้ำเสียงของคาลอสไม่ได้ดัง แต่มันหนักแน่นและเฉียบคมดุจใบมีดที่กดลงบนลำคอ บรรยากาศภายในห้องโถงกว้างของปราสาทมืดมิดราวกับถูกสูบสิ้นซึ่งออกซิเจน ไอเย็นเยียบจากเวทมนตร์ระดับสูงแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของจอมทัพปีศาจจนผนังหินเริ่มปรากฏเกล็ดน้ำแข็ง
ตรงหน้าเขา ชายปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทผู้ซึ่งควรจะตายไปพร้อมกับซากปรักหักพังเมื่อสามปีก่อน กำลังใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนวัตถุรูปทรงอัญมณีโปร่งแสงในมือ 'ผนึกวิญญาณ' ที่ภายในบรรจุเศษเสี้ยวความทรงจำที่คาลอสเพียรพยายามฝังกลบมันด้วยเลือดและหยาดน้ำตามาตลอดกาลเวลา
เซเรนยืนตัวแข็งทื่ออยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ดวงตาสีฟ้าครามสั่นระริกเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือชายผู้นั้น หัวใจของเขากระตุกวูบ ภาพเลือนรางของอดีตที่ไม่ควรจำเริ่มไหลบ่าเข้ามาดั่งเขื่อนแตก
"คาลอส... นั่นมันอะไร" เซเรนเค้นเสียงถาม เสียงของเขาสั่นเครือจนคาลอสต้องละสายตาจากศัตรูมามองด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด
"อย่าฟังมัน เซเรน" คาลอสขยับร่างมาขวางหน้าคนตัวเล็กกว่าไว้โดยสัญชาตญาณ ดวงตาสีเพลิงวาวโรจน์จ้องเขม็งไปที่ผู้บุกรุก "เจ้าเป็นใคร และต้องการอะไรจากความทรงจำที่เน่าเฟะพวกนั้น"
ชายชุดคลุมหัวเราะเบาๆ เสียงของเขาสะท้อนไปมาในห้องโถง "เน่าเฟะงั้นหรือ? คาลอส เจ้าก็รู้ดีว่าถ้าสิ่งนี้ถูกปลดปล่อย ความรักที่เจ้าพร่ำบอกว่ามีให้เขาน่ะ... มันจะเป็นเพียงเรื่องตลกที่น่าสมเพชที่สุดในประวัติศาสตร์"
เพล้ง!
สิ้นคำพูด คาลอสไม่รอช้า เขาพุ่งตัวออกไปราวกับอสูรที่คลุ้มคลั่ง ความเร็วของเขาสูงจนสายตาของเซเรนแทบจะมองไม่ทัน ทว่าชายชุดคลุมกลับหลบเลี่ยงได้ทันท่วงที ทิ้งไว้เพียงไอเวทมนตร์สีดำที่ระเบิดออกจนเก้าอี้ไม้แกะสลักใกล้ๆ กลายเป็นผุยผง
"หยุดเถอะ!" เซเรนตะโกนขึ้น เขาไม่สนอีกต่อไปว่าตนเองจะเป็นเพียงจอมเวทที่สูญเสียพลังไปส่วนหนึ่งหรือไม่ เขาร่ายวงเวทธาตุแสงกักขังเพื่อแยกทั้งสองออกจากกัน แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นหินแตกร้าว
"เซเรน! ถอยไป!" คาลอสคำรามเสียงต่ำด้วยความตื่นตระหนก เขาไม่กลัวศัตรู แต่เขากลัว... กลัวว่าเซเรนจะเห็นความจริงในผนึกนั้น ความจริงที่ว่าเขาไม่ใช่ 'ผู้ช่วยชีวิต' แต่เป็น 'ผู้ล่า' ที่กักขังวิญญาณของเซเรนไว้ในกรงทองแห่งนี้ด้วยความเห็นแก่ตัว
การต่อสู้ชุลมุนจบลงด้วยการที่ชายชุดคลุมหายตัวไปกับเงามืดทิ้งไว้เพียงรอยแยกของมิติที่สั่นไหว ผนึกวิญญาณในมือนั้นร่วงหล่นลงสู่พื้นหิน กระทบจนเกิดเสียงก้องกังวาน ก่อนจะกลิ้งมาหยุดแทบเท้าของเซเรน
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง คาลอสหายใจหอบถี่ สายตาสีเพลิงที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับฉายแวววูบไหวและอ่อนแออย่างที่สุด เขารีบก้าวเข้าไปหาเซเรน มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปคว้าไหล่บางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากเผลอเพียงนิดเดียว คนตรงหน้าจะสลายไป
"อย่าดูมัน... เซเรน มองที่ข้า" คาลอสกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความวิงวอน "ได้โปรด... แค่เชื่อใจข้า"
เซเรนเงยหน้าขึ้นมองคนรัก ดวงตาของเขาฉายแววสับสน แต่เมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตาของจอมทัพปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ที่ยอมก้มหัวให้เขาเพียงคนเดียว ความเด็ดเดี่ยวในใจเซเรนก็กลับมาอีกครั้ง เขาไม่ได้ก้มลงมองผนึกวิญญาณ แต่กลับเอื้อมมือไปสัมผัสที่แก้มสากของคาลอสอย่างแผ่วเบา
"ที่ผ่านมา... ท่านปกป้องข้าจากอะไรกันแน่ คาลอส?" เซเรนถามเบาๆ มือที่สัมผัสใบหน้าคาลอสส่งผ่านไออุ่นอันแผ่วจาง "ถ้าข้าจำมันได้... ท่านจะทิ้งข้าไปใช่ไหม?"
คาลอสชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโอบกอดร่างของเซเรนเข้าสู่อ้อมอกแน่นหนา อ้อมกอดนี้ไม่ได้แข็งกร้าวหรือหวงแหนจนน่าอึดอัดเหมือนเคย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาและความเจ็บปวดที่เก็บกดไว้มานานหลายปี เขารู้สึกได้ถึงไออุ่นจากร่างของเซเรนที่ซึมซับเข้าสู่หัวใจอันเย็นเยียบของเขา
"ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าไปไหน" คาลอสพึมพำกับเรือนผมของอีกฝ่าย "ต่อให้ต้องทำลายความทรงจำทั้งหมดให้แหลกคามือ ต่อให้ข้าต้องกลายเป็นปีศาจที่ชั่วร้ายที่สุดในโลกนี้... ข้าก็จะไม่มีวันเสียเจ้าไป"
"ถ้าอย่างนั้น... ก็หยุดโกหกข้า" เซเรนหลับตาลง ซบหน้าลงกับแผงอกกว้าง "จงบอกข้า... ว่าท่านเป็นใคร และข้าคืออะไรสำหรับท่านกันแน่"
คาลอสผละออกเล็กน้อย ดวงตาสีเพลิงจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่สวยของเซเรน เขารู้ดีว่าค่ำคืนนี้ยาวนานนัก และผนึกวิญญาณที่วางอยู่บนพื้นหินนั้นเริ่มส่องแสงสีม่วงเรืองรองออกมา ราวกับมันกำลังรอเวลาที่จะเผยความลับที่ไม่มีใครห้ามได้อีกต่อไป
เขารวบตัวเซเรนขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิง ก่อนจะก้าวเดินไปยังห้องนอนส่วนตัว ทิ้งผนึกวิญญาณนั้นไว้เบื้องหลังท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มแปรเปลี่ยน
เมื่อประตูปิดลง คาลอสก็วางเซเรนลงบนเตียงกว้างอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะก้มลงประทับจุมพิตที่หน้าผาก แผ่วเบาแต่ลึกซึ้ง หากเพียงชั่วพริบตาเดียว เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากความว่างเปล่าภายในห้อง... ไม่ใช่เสียงของศัตรูคนเดิม แต่มันคือเสียงของ 'เซเรนอีกคน' ที่ซ่อนอยู่ในมิติคู่ขนาน
"เขาไม่รักเจ้าจริงหรอก เซเรน... เขาแค่รัก 'ภาพลวงตา' ที่เขาสร้างขึ้นมาเองต่างหาก"
ดวงตาของเซเรนเบิกกว้างขึ้นในทันที ในขณะที่คาลอสเปลี่ยนสีหน้าเป็นความโกรธแค้นดุจพายุเพลิง เขารีบดึงเซเรนเข้ามากอดไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าในขณะนั้นเอง มือของเซเรนที่ถูกดึงเข้ามาในอ้อมกอดกลับสัมผัสได้ถึงบางอย่าง... เป็นผนึกวิญญาณชิ้นที่สองที่ปรากฏขึ้นในมือของเขาเอง โดยที่เขาไม่รู้ตัวว่ามันมาอยู่ที่นั่นตั้งแต่เมื่อไหร่!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับความรักที่แสนเข้มข้นในครั้งนี้ แล้วพบกันในตอนต่อไปนะครับ - ไฟเยอร์บลัด
พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 10
ไออุ่นในคืนหนาว
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!