พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 9

ความตายคือทางเลือก

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
“เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า... นรกที่ข้าดึงตัวเจ้าออกมาได้นั้น มันมีไว้ให้เจ้ากลับไปตายซ้ำสองในกองขยะเน่าๆ นี่” น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ถูกจองจำในกรงขังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับยอดหอคอยบัญชาการ เซเรนยืนนิ่ง ร่างกายสั่นสะท้านอยู่ภายใต้ไอเวทมนตร์สีเลือดที่พุ่งพล่านรอบกายชายหนุ่มผู้ก้าวออกมาจากเงามืด กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในอากาศไม่ใช่ของใครอื่น แต่มันคือกลิ่นคาวเลือดของเหล่าทหารองครักษ์นับสิบที่เพิ่งสิ้นลมหายใจไปเมื่อครู่—พวกเขาทั้งหมดถูกคมดาบเวทมนตร์ตัดขาดออกจากร่างโดยที่ไม่มีแม้แต่โอกาสจะกรีดร้อง เซเรนเงยหน้าขึ้นมอง ‘คาลอส’ ชายที่เขาร่ำไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดในคืนที่หอคอยศิลาถล่มลงมาทับถมความหวังของเขาเมื่อสามปีก่อน บัดนี้ คนตรงหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ดวงตาสีเพลิงที่เคยสะท้อนภาพเขาเพียงคนเดียวยังคงฉายแววบ้าคลั่งและดุดันดุจเดิม แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือกลิ่นอายความตายที่เข้มข้นจนคนรอบข้างแทบหายใจไม่ออก “คาลอส... นาย...” เซเรนขยับริมฝีปากที่แห้งผาก “นายควรจะ... ตายไปแล้ว” คาลอสไม่ตอบ เขาเพียงแค่ก้าวเดิน—ช้าๆ แต่หนักแน่น—ผ่านกองซากศพที่เละเทะ รองเท้าบูทหนังสีดำสนิทเหยียบลงบนแอ่งเลือดจนเกิดเสียงดังเฉอะแฉะ แต่ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเข้าใกล้เซเรน แววตาของจอมทัพปีศาจกลับอ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความโหยหาที่น่าขนลุก “ความตายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทรยศ เซเรน” คาลอสหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา นิ้วมือยาวแกร่งเอื้อมมาเชยคางนายเอกขึ้น สัมผัสที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งปะทะกับผิวแก้มที่ร้อนผ่าว “ข้าเคยบอกเจ้าแล้วใช่ไหม ว่าอย่าได้ริอ่านเอาชีวิตของเจ้าไปฝากไว้ในมือของขยะสังคมพวกนี้... การที่เจ้าปล่อยให้พวกมันเข้าใกล้เจ้าเกินหนึ่งช่วงแขน ถือเป็นความผิดมหันต์ที่ข้าไม่คิดจะให้อภัย” เบื้องหลังของคาลอส เหล่าศัตรูที่เหลือรอด—หัวหน้าหน่วยอัศวินผู้หมายจะกุมอำนาจเมืองชายแดน—พยายามรวบรวมพลังเวทเฮือกสุดท้ายเพื่อกางอาคมจู่โจม แต่นั่นเป็นความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกเขา คาลอสไม่ได้หันกลับไปมอง เขาเพียงแค่ดีดนิ้วเบาๆ *ฉัวะ!* เพียงชั่วพริบตา รากไม้เวทมนตร์ที่มีหนามแหลมคมดุจใบมีดพุ่งทะลุจากพื้นหอคอย แทงทะลุร่างของเหล่าศัตรูจนกลายเป็นไม้เสียบเนื้อที่บิดเบี้ยว เลือดสีสดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนกำแพงหินขาวโพลน คาลอสไม่แม้แต่จะกระพริบตา เขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเซเรนอย่างดื่มด่ำ ราวกับฉากการสังหารหมู่เบื้องหลังเป็นเพียงการแสดงงิ้วที่น่าเบื่อหน่าย “ดูสิ เซเรน” เสียงของคาลอสแผ่วเบาและแหบพร่า “พวกมันสกปรกเกินกว่าที่จะมีลมหายใจอยู่ในโลกใบเดียวกับเจ้า... การที่ข้าล้างบางพวกมันทิ้งทั้งหมดแบบนี้ คือการทำความสะอาดให้เจ้า... เจ้าไม่ควรขอบคุณข้าหน่อยหรือ?” เซเรนรู้สึกขยะแขยงจนตัวสั่น แต่ในขณะเดียวกัน เขากลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่บิดเบี้ยวที่โอบล้อมเขาไว้ ความตายตรงหน้าไม่ใช่เรื่องน่าตกใจสำหรับเขาอีกต่อไป เพราะในใจของเขานั้นตายไปตั้งแต่วันที่คาลอสจากไป แต่การกลับมาครั้งนี้ของจอมทัพปีศาจกลับจุดไฟในใจที่มอดดับไปแล้วให้ลุกโชนอีกครั้ง... ไฟที่ทั้งทำลายล้างและมอบชีวิตให้เขาในเวลาเดียวกัน “นายทำลายทุกอย่าง...” เซเรนกระซิบ “นายทำลายพันธะสัญญาทั้งหมดเพื่อจะก้าวเข้ามาฆ่าพวกเขางั้นเหรอ?” คาลอสหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงสัตว์ป่าดุร้าย “พันธะสัญญา? ข้าไม่มีพันธะใดๆ ในโลกนี้ นอกจาก ‘พันธะรัก’ ที่ข้าล่ามโซ่หัวใจเจ้าเอาไว้... ต่อให้โลกนี้ต้องพังพินาศจนไม่เหลือแม้แต่ฝุ่นผง หากนั่นหมายถึงการที่ข้าจะได้ครอบครองเจ้าไว้เพียงผู้เดียว... ข้าก็ยินดีที่จะเป็นผู้ทำลายมันด้วยมือของข้าเอง” เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก จนหน้าอกของทั้งคู่ชิดกัน เซเรนสัมผัสได้ถึงไอเวทมหาศาลที่วนเวียนอยู่ในร่างของคาลอส พลังนั้นไม่ได้ถูกใช้เพื่อปกป้องอาณาจักร แต่มันถูกเก็บกักไว้เพื่อบดขยี้ทุกสิ่งที่ริอาจจะพรากเซเรนไปจากเขา “เจ้ายังไม่เข้าใจใช่ไหม เซเรน?” คาลอสกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาทำให้เซเรนต้องเผลอกลั้นหายใจ “สำหรับข้า... ความตายของศัตรูเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับเจ้า... หากเจ้ายังคิดที่จะหนีไปจากสายตาของข้าอีกเพียงครั้งเดียว...” มือแกร่งเลื่อนจากคางมาบีบต้นคอของเซเรนเบาๆ ไม่ใช่การทำร้าย แต่เป็นการย้ำเตือนถึงความเป็นเจ้าของที่น่าอึดอัดและลุ่มลึก “...ข้าคงต้องใช้วิธีที่โหดร้ายกว่าการฆ่าพวกมัน... ข้าอาจจะต้องขังเจ้าไว้ในกรงเวทมนตร์แห่งนี้ แล้วควักดวงตาคู่นี้ออกมา เพื่อให้เจ้าเห็นแต่เพียงภาพของข้า... ตลอดไป” ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากบันไดวนทางเดินลับ ความเงียบสงัดถูกแทรกแซงด้วยเสียงเคาะรองเท้าที่เป็นจังหวะมั่นคง คาลอสชะงัก สายตาที่เคยอ่อนโยนกับเซเรนกลับกลายเป็นความเย็นชาที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า เขาค่อยๆ หันกลับไปมองผู้มาเยือนที่กล้าก้าวเข้ามาในสถานที่สังหารหมู่แห่งนี้ ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทถอดฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้เซเรนถึงกับหน้าถอดสีและทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความตกตะลึง “ท่านพี่...?” เซเรนพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ บุคคลที่อยู่ตรงหน้าคือคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับคาลอสเมื่อสามปีก่อน และในมือของเขากำลังถือสิ่งของบางอย่างที่ทำให้คาลอสถึงกับนัยน์ตาสีเพลิงสั่นไหวอย่างรุนแรง นั่นคือ ‘ผนึกวิญญาณ’ ที่กักขังเศษเสี้ยวความทรงจำที่แท้จริงของเซเรนเอาไว้... ความทรงจำที่คาลอสพยายามฝังกลบมันมาตลอดสามปี! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในความคลั่งรักนี้ไปกับไฟเยอร์บลัดครับ!
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%