กลิ่นสนิมเหล็กและคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ แทรกซึมผ่านรอยแตกของกำแพงหินศิลาแลงเก่า
เซเรนทรุดตัวลงพิงแผ่นหลังกับเสาไม้ผุกร่อนในโรงเตี๊ห้ามนร้างชายแดน ลมหายใจของเขากระชั้นถี่ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าขาวซีด ปลายนิ้วเรียวยังสั่นเทาเล็กน้อยจากการฝืนใช้พลังเวทบทใหญ่เมื่อไม่กี่นาตรีก่อน เรี่ยวแรงที่เคยมีเหือดหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากแผ่นหลังตรงรอยแผลเก่า ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าความบาดเจ็บทางร่างกาย คือเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
พวกมันตามมาทัน... เร็วกว่าที่คาดไว้มาก
“หลบมุมทำไมเล่า, เจ้าลูกนกตกยาก”
เสียงแหบพร่าดั่งเสียงเหล็กขูดกันดังขึ้นจากเบื้องหน้า แสงไฟสีม่วงอมแดงของคบเพลิงเวทมนตร์สาดส่องผ่านกรอบหน้าต่างที่พังทลาย เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของ ‘เวลล์’ อดีตองครักษ์หลวงผู้เคยคุกเข่าคำนับเซเรนในราชสำนัก วันนี้เขากลับสวมชุดเกราะเหล็กกล้าเต็มยศ ใบหน้ามีรอยแผลเป็นน่าเกลียดลากยาวจากขมับถึงกราม ดวงตาส่อแววโลภและกระหายเลือดอย่างปิดไม่มิด
เซเรนไม่ตอบ เขากัดริมฝีปากจนห่อเลือด รวบรวมพลังเวทที่เหลืออยู่น้อยนิดในร่างกาย วาดปลายนิ้วกลางอากาศเพื่อสร้างอักขระป้องกัน แต่ความเหนื่อยล้าทำให้วงแหวนเวทสั่นไหวและแตกสลายลงในพริบตา เวลล์หัวسเราะลั่นในลำคออย่างสะใจ
“หมดฤทธิ์แล้วสินะ? อัจฉริยะแห่งหอคอยเวทผู้ยิ่งใหญ่... น่าสมเพชเสียจริง” เวลล์ก้าวเข้ามาใกล้ เงาของร่างยักษ์ทาบทับร่างโปร่งจนมิด “องค์ชายมีรับสั่งให้จับเป็น... แต่ถ้าพลาดพลั้งทำแขนขาหักไปสักข้าง สองข้าง เจ้าว่าพระองค์จะทรงกริ้วไหมนะ?”
ปลายดาบเคลือบอาคมสีดำสนิทถูกยกขึ้นชี้ตรงหน้าผากมน เซเรนหลับตาลงชั่วพริบตา ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวความตาย แต่เพราะความเจ็บปวดลึกๆ ในอกที่ถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุดมันกัดกินหัวใจจนด้านชา เขาเตรียมใจแล้วที่จะใช้ไพ่ตายใบสุดท้าย ระเบิดแก่นพลังเวททั้งหมดเพื่อแลกกับการลากพวกมันลงนรกไปพร้อมกัน
*ฟึ่บ!*
กระแสลมกรรโชกแรงพัดกระหน่ำเข้ามาในโรงเตี๊ยมจนหน้าต่างที่เหลืออยู่หลุดกระเด็น อุณหภูมิรอบตัวดิ่งฮวบลงจนน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามผนัง
เวลล์ชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง ความรู้สึกกดดันมหาศาลราวกับภูเขาpoweredทั้งลูกกดทับลงบนบ่าจนเข่าแทบทรุด เขากวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความตื่นตระหนก “ใครวะ! ออกมานะ!”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฝีเท้าแผ่วเบา... แต่หนักแน่นราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย จะดังขึ้นที่ประตูทางเข้า
“กล้าดียังไง... มาแตะต้องของๆ เรา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่แฝงไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวร่างของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา เส้นผมสีรัตติกาลสะท้อนกับแสงไฟเวท ดวงตาสีเพลิงลุกโชนด้วยโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล คาลอส... จอมทัพปีศาจผู้ซึ่งไม่ควรมีตัวตนอยู่ ณ ดินแดนมนุษย์แห่งนี้
เวลล์หน้าถอดสีทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปีศาจระดับสูงที่กดทับสติสัมปชัญญะของเขาจนแทบกระอักเลือด “ปีศาจ... ราชันปีศาจคาลอส! เป็นไปได้ยังไง?!”
คาลอสไม่ได้ชายตามองเวลล์ด้วยซ้ำ สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองตรงไปยังเซเรนที่กำลังพิงเสาอยู่ ทันทีที่เห็นคราบเลือดบนมุมปากและรอยแผลของคนรัก รังสีอำมหิตรอบตัวคาลอสก็ระเบิดออกเป็นวงกว้างจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
“เซเรน...” คาลอสพึมพำชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจากความโกรธเกรี้ยวและหวงแหนอย่างถึงที่สุด เขาก้าวเข้าไปหาเซเรนด้วยความเร็วสูงจนมองตามไม่ทัน ปัดป้องปลายดาบของเวลล์ด้วยการสะบัดมือเพียงครั้งเดียวจนดาบเวทหักเป็นสองท่อน
“อ๊ากกก!” เวลล์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อคลื่นพลังย้อนกลับเข้าตัวจนแขนขวาแหลกละเอียด
แต่คาลอสไม่สนใจเศษสวะตรงหน้า มือหนาประคองใบหน้าของเซเรนขึ้นอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายคามือ นิ้วหัวแม่เกลี่ยคราบเลือดที่มุมปากให้อย่างเบามือที่สุด ดวงตาสีเพลิงที่ดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนจนน่าใจหายเมื่อมองคนในอ้อมแขน
“เจ้าเจ็บ... พวกมันทำให้เจ็บ” คาลอสกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเจือความเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าตัวเซเรนเสียอีก “เราบอกเจ้าแล้วใช่ไหม... ว่าถ้าเจ้าเป็นแผลแม้แต่นิดเดียว เราจะล้างบางแผ่นดินนี้ให้ราบคาบ”
เซเรนเงยหน้าสบตากับปีศาจหนุ่ม ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บ เขาอยากจะเอ่ยเตือนว่าที่นี่คือเขตแดนมนุษย์และกำลังตกอยู่ในอันตราย แต่ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับ...
พื้นดินใต้โรงเตี๊ยมก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว เสียงคำรามกึกก้องจากท้องฟ้าด้านนอกดังขึ้น พร้อมกับม่านพลังเวทสีทองอร่ามที่แผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งเมืองชายแดน ปิดตายทุกเส้นทางหนี
ค่ายกลผนึกมารระดับเทพถูกกางออกแล้ว... และคนที่ก้าวเข้ามาเหยียบยอดหอคอยบัญชาการของเมืองชายแดนในวินาทีนั้น คือบุคคลที่เซเรนคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและคลั่งรักไปกับเซเรนและคาลอสใน 8 ตอนแรกนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในความเดือดระอุของตอนหน้าครับ! - ไฟเยอร์บลัด
พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 8
เมืองชายแดนที่ลุกเป็นไฟ
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!