พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 42

ข่าวร้ายจากเผ่าปีศาจ

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอเย็นยะเยือกของพันธสัญญาเลือด ยังคงอบอวลอยู่รอบกายราวกับหมอกหนาที่ไม่อาจปัดเป่าให้จางหาย ประโยคคำถามอันทรงพลังจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเซเรน *“นั่นคือพันธสัญญาเลือดของเจ้าเอง... หรือเจ้าลืมไปแล้วว่า 'ต้นกำเนิด' ของคำสาปนี้ แท้จริงแล้วมันฝังอยู่ในวิญญาณของใครตั้งแต่วันแรกที่เกิดมา?”* ดวงตาสีครามเข้มของเซเรนไหวระริกเล็กน้อย ยามที่เขาจ้องมองหยดโลหิตสีดำที่ค่อยๆ ซึมหายเข้าไปในฝ่ามือของตนเอง ความเจ็บปวดที่แล่นริ้วขึ้นมาจากก้นบึ้งแห่งจิตวิญญาณไม่ได้เทียบเท่ากับความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งถูกเปิดเผย ความลับที่เขาพยายามปกปิดมาตลอดชีวิต บัดนี้กำลังปริแตกออกราวกับกระจกที่ถูกค้อนทุบ "อย่าได้ใส่ใจกับเสียงเพ้อเจ้อของพวกเศษสวะที่หลงเหลือจากอดีตเลยครับ เซเรน" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับอ้อมแขนแข็งแกร่งที่โอบกอดร่างของเขาไว้จากด้านหลัง ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาตัดผ่านความหนาวเหน็บในห้องโถงมืดทึบ คาลอสฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่ลาดของคนในอ้อมแขน ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างกกหูไม่ได้ทำให้ความตึงเครียดลดลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... สัมผัสที่โอบกอดนั้นเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและความหวงแหนอย่างถึงที่สุด ราวกับกลัวว่าเซเรนจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา เซเรนเงียบไปครู่ใหญ่ ปล่อยให้ปลายนิ้วเรียวยาวของคาลอสเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากอย่างอ่อนโยน ความอ่อนโยนที่จอมทัพปีศาจผู้เหี้ยมโหดผู้นี้มอบให้ มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับ "ข้าไม่ได้ใส่ใจคำพูดของมันหรอคาลอส..." เซเรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่ามั่นคง เขายกมือขึ้นสัมผัสหลังมือของอีกฝ่ายที่กุมเอวเขาไว้ "แต่ข้ากำลังคิดถึงสิ่งที่เจ้ากำลังปกปิดต่างหาก... ข่าวสารจากแดนปีศาจเมื่อครู่ มันไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองภายในธรรมดาใช่ไหม?" บรรยากาศในห้องพลันเงียบงันลงทันที คาลอสชะงักไปชั่วลมหายใจ ความนุ่มนวลในแววตาสสีแดงฉานแปรเปลี่ยนเป็นความคมกริบดุจใบมีดโกน สันจโด่งคมสันขยับเข้าใกล้ลำคอระหงของเซเรนมากขึ้น สูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่ช่วยสงบสติอารมณ์อันบ้าคลั่งของตนเอง ทว่าคิ้วหนากลับขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างเห็นได้ชัด "ท่านพ่อส่งตราประทับโลหิตมา..." คาลอสเอ่ยเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างไม่ปิดบัง "สภาผู้เฒ่าแห่งแดนปีศาจพบร่องรอยของ 'ผนึกบรรพกาล' ที่กำลังเสื่อมสลาย พวกมันต้องการให้ข้า... ในฐานะรัชทายาทและแม่ทัพสูงสุด กลับไปทำพิธีต่ออายุพันธสัญญาด้วยเลือดของสายเลือดบริสุทธิ์" เซเรนหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนรัก ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกัน ความตึงเครียดแผ่ขยายออกไประหว่างพวกเขา "นั่นหมายความว่า... เจ้าต้องกลับไปที่มหานครแห่งความมืด?" "ใช่ และข้าปฏิเสธไม่ได้" คาลอสกัดกรามแน่น มือหนาบีบไหล่บางของเซเรนเบาๆ ราวกับต้องการถ่ายทอดความมั่น and ความเจ็บปวดไปพร้อมกัน "แต่ข้าไม่มีวันปล่อยให้เจ้าอยู่ที่นี่คนเดียวเด็ดขาด เซเรน ที่แห่งนั้นอันตรายเกินไป สายตาของพวกสภาผู้เฒ่าจ้องจะเล่นงานจุดอ่อนของข้า และเจ้า... คือจุดอ่อนเดียวที่พวกมันรู้" "ข้าไม่ใช่เด็กน้อยที่ต้องให้เจ้าอุ้มชูไปเสียทุกเรื่องนะคาลอส" เซเรนแย้มยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยว ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้คาลอสหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้นมาโดยตลอด "อีกอย่าง... เจ้าคิดว่าข้าจะยอมอยู่เฉยๆ ปล่อยให้เรื่องราวบานปลายโดยที่ข้าไม่รู้เรื่องอะไรเลยอย่างนั้นหรือ?" คาลอสถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความหวงแหนตี 100% กับความจำเป็นทางสถานการณ์ "ข้ารู้ว่าเจ้าเก่งกาจเพียงใด เซเรน... แต่เจ้าไม่เข้าใจความน่ากลัวของแดนปีศาจชั้นใน ที่นั่นไม่มีความเมตตา มีแต่กฎแห่งผู้แข็งแกร่ง และถ้าพวกมันรู้ว่าเจ้าคือคนที่มีสายเลือดเชื่อมโยงกับคำสาปที่พวกมันเกรงกลัวที่สุด..." ประโยคของคาลอสขาดหายไป เมื่อปลายนิ้วเรียวของเซเรนแตะลงบนริมฝีปากหยักเพื่อหยุดยั้งคำพูดเหล่านั้น "ถ้าเช่นนั้น เราก็ต้องไปพิสูจน์ความจริงด้วยกัน" เซเรนกล่าวด้วยแววตาสุกสกาว ทว่าเย็นเยียบ "ไม่ว่าต้นกำเนิดของคำสาปนี้จะมาจากไหน หรือใครหน้าไหนที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง ข้าไม่เคยคิดจะวิ่งหนีมันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว... เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดใช่ไหม คาลอส?" จอมทัพปีศาจมองใบหน้าอันงดงามที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวของคนรัก หัวใจของเขากระตุกวูบด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งรัก ทั้งหลง และความหวาดกลัวลึกๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อนในรอบหลายพันปี เขาพยักหน้ารับช้าๆ อย่างจำยอม เพราะเขารู้ดีว่า ต่อให้เขาขังเซเรนไว้ในกรงทองที่แข็งแกร่งที่สุด คนตรงหน้าก็มีวิธีทำลายมันเพื่อก้าวเดินเคียงข้างเขาอยู่ดี เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม... แดนปีศาจกำลังจะลุกเป็นไฟด้วยความคลั่งแค้นและความรักที่ไม่อาจมีสิ่งใดมาขวางกั้นได้ ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะได้เตรียมการเดินทาง กลิ่นอายเวทมนตร์แปลกประหลาดสายหนึ่งก็พุ่งทะลุผ่านม่านพลังป้องกันของคฤหาสน์เข้ามาอย่างอารักขาไม่ได้! ปัง! ประตูห้องโถงไม้สักทองถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างหนึ่งที่โซเซเข้ามาล้มลงบนพื้นเบื้องหน้า พร้อมกับกระอักเลือดสีดำสนิทออกมาคำโต คาลอสพุ่งตัวเอาเซเรนมาหลบไว้ด้านหลังทันทีด้วยสัญชาตญาณ ดาบมารในมือปรากฏขึ้นพร้อมฟาดฟัน ทว่า เมื่อมองเห็นใบหน้าของผู้บุกรุกที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น ดวงตาสีแดงของจอมทัพปีศาจก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี "พี่ใหญ่...?" คาลอสครางชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย ร่างที่อาบเลือดนั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกจากอดีตองค์ชายรัชทายาทแห่งเผ่าปีศาจผู้หายสาบสูญไปเมื่อสามพันปีก่อน—ผู้ที่ควรจะตายไปนานแล้ว และเป็นเจ้าของเสียงกระซิบในพันธสัญญาเลือดเมื่อครู่! ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%