พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 49

เตรียมกำลังพล

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
เสียงทุบโต๊ะหนักหน่วงดังสนั่นห้องประชุมใหญ่แห่งป้อมปราการอัสดง แรงสะเทือนทำให้แผนที่ยุทธศาสตร์ทำจากหินเวทมนตร์สั่นไหว เศษฝุ่นละอองร่วงหล่นลงบนพรมสีชาด "กองกำลังจากแดนเหนือปฏิเสธที่จะส่งคนมาสมทบ พวกมันอ้างว่าเขตแดนกำลังถูกคุกคามจากสัตว์อสูรป่าสนธยา!" เสียงตะคอกด้วยความเดือดดาลของแม่ทัพเฒ่าแห่งตระกูลอัคคีดังขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดที่ปกคลุมไปทั่วห้อง เซเรนยังคงนั่งนิ่งอยู่ตรงหัวโต๊ะยาว ดวงตากลมโตสีไพลินทอประกายความเย็นเยียบไร้ก้นบึ้ง นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนความใจเย็นที่น่ากลัวท่ามกลางความโกลาหล ในห้องประชุมนี้เต็มไปด้วยผู้นำจากหลากหลายเผ่าพันธุ์ ทั้งเอลฟ์ผู้สูงศักดิ์ ภูตลมรวดเร็ว และทหารรับจ้างเดนตายจากแดนใต้ พวกเขาทั้งหมดมารวมตัวกันได้ก็ด้วยแรงกดดันและอำนาจมืดอันทรงพลังที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหลังเซเรน คาลอสยืนกอดอกพิงผนังหินด้านหลังเก้าอี้ของเซเรน ดวงตาสีโลหิตคมกริบกวาดมองเหล่าผู้นำกองทัพที่กำลังส่งเสียงถกเถียงกันด้วยความไม่พอใจ ไอทมิฬแผ่ออกมาจากร่างของจอมทัพปีศาจจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ทุกคนต่างหุบปากเงียบลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความตายที่ลอยวนอยู่รอบตัวเขา ไม่มีใครกล้าสบตาคาลอส แม้แต่แม่ทัพเฒ่าที่เพิ่งตบโต๊ะเสียงดังเมื่อครู่ยังต้องกลืนน้ำลายเหนียวลงคอและเบือนหน้าหนี "ปฏิเสธอย่างนั้นหรือครับ..." เซเรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิม "พวกเขาลืมไปแล้วกระมังว่าดินแดนที่พวกเขายืนอยู่ทุกวันนี้ รอดพ้นจากเงื้อมมือของกองทัพปีศาจเมื่อหลายปีก่อนเพราะใคร" "ท่านเซเรน แต่กำลังพลของเรามีจำกัด หากทางเหนือไม่ส่งเสริม เราจะต้านทานกองทัพของสภาเวทมนตร์หลวงที่ยกมาทั้งอาณาจักรได้อย่างไร" ผู้นำเผ่าเอลฟ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล สีหน้าของเขาซีดเผือดเมื่อนึกถึงกองทัพทหารเวทนับหมื่นที่กำลังเคลื่อนพลเข้าประชิด เซเรนไม่ตอบทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสื้อคลุมสีดำสนิทสะบัดตามการเคลื่อนไหว ร่างเพรียวบางเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าแผนที่ยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ ดวงตาสคมกวาดมองจุดสีแดงที่ปักหมุดแสดงตำแหน่งของกองกำลังพันธมิตรทั่วทิศ "สงครามครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการป้องกันดินแดน แต่มันคือการชำระบัญชีแค้น" เซเรนกล่าวเสียงต่ำ สายตาคมกริบจับจ้องไปยังแผนที่ "ถ้าเผ่าพันธุ์ใดไม่ยอมส่งคนมาสมทบโดยดี ก็แปลว่าพวกเขาเลือกที่จะอยู่ฝ่ายตรงข้าม... และสำหรับศัตรู ข้าไม่เคยมีความเมตตาอยู่แล้ว" คาลอสขยับตัวเดินเข้ามาใกล้ มือหนาสัมผัสเบาๆ ที่ไหล่บางของเซเรนอย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามา แต่นัยน์ตาสีโลหิตที่มองไปยังเหล่าผู้นำกองทัพกลับเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น "เจ้าอยากให้ข้าไปจัดการทางเหนือให้เรียบร้อยก่อนไหม ดวงใจของข้า" คาลอสเอ่ยกระซิบข้างใบหูของเซเรน น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลยามพูดกับคนรักช่างตัดกับความเหี้ยมโหดในแววตาโดยสิ้นเชิง "แค่ข้าใช้เวลาเพียงคืนเดียว หัวของผู้นำแดนเหนือคงมาวางอยู่บนโต๊ะนี้ได้ไม่ยาก" เซเรนปรายตามองคาลอสเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทัน เขารู้ดีว่าคาลอสพร้อมที่จะทำลายล้างครึ่งค่อนโลกเพียงเพื่อความสะดวกของเขาคนเดียว แต่ในยามศึกใหญ่เช่นนี้ การใช้กำลังทหารข่มขู่พันธมิตรในบ้านเดียวกันไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด "ยังไม่ถึงเวลาทำลายล้างคาลอส เราต้องการกำลังพล ไม่ใช่ซากศพ" เซเรนเอ่ยปัดเบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองเหล่าผู้นำกองทัพที่นั่งกลั้นหายใจกันอยู่ "ส่งสูสารเตือนครั้งสุดท้ายไปยังแดนเหนือ บอกพวกเขาว่า... หากภายในสามวันยังไม่มีกองทัพส่งมา ข้าจะถือว่าดินแดนแห่งนั้นแปรพักตร์ และกองทัพปีศาจภายใต้การนำของคาลอสจะเข้ายึดครองพื้นที่โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น" ความเงียบสงบปกคลุมทั่วห้องประชุมอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าคัดค้านคำสั่งนั้น ทุกคนรู้ดีว่าเซเรนพูดจริงและทำจริง ยิ่งมีคาลอสหนุนหลังอยู่ด้วยแล้ว คำสั่งของเซเรนจึงเปรียบเสมือนประกาศิตแห่งความตาย "ส่วนกองกำลังจากแดนใต้และเผ่าภูตล่ะครับ จัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยดีหรือไม่" เซเรนหันไปถามแม่ทัพเผ่าภูตลมที่นั่งตัวสั่นอยู่มุมห้อง "ก-100 เปอร์เซ็นต์ครับท่านเซเรน!" แม่ทัพภูตลมรีบลุกขึ้นยืนตรงด้วยความหวาดกลัว "กองพลเวทนับหพันนายพร้อมเคลื่อนพลไปยังแนวหน้าตามที่ท่านบัญชาแล้วครับ!" "ดีมาก" เซเรนพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ "การรวบรวมทัพพันธมิตรจากทั่วทิศในครั้งนี้ คือก้าวแรกที่จะทำให้สภาเวทมนตร์ต้องชดใช้กับสิ่งที่พวกมันเคยทำไว้" ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งอกที่การประชุมดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด และกำลังเตรียมตัวแยกย้ายไปจัดการหน้าที่ของตน จู่ๆ เสียงระฆังเตือนภัยเวทมนตร์จากหอคอยสูงของป้อมปราการก็ดังสนั่นหวั่นไหว! *ก๊อง! ก๊อง! ก๊อง!* แสงไฟสีแดงฉานวาบขึ้นทั่วผนังศิลา เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงตะโกนโกลาหลดังมาจากด้านนอกห้องประชุม คาลอสขมวดคิ้วแน่น ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาบังร่างของเซเรนไว้โดยสัญชาตญาณ ไอทมิฬระเบิดออกมาจากร่างของจอมทัพปีศาจจนประตูไม้หนาหนักของห้องประชุมถูกแรงดันมหาศาลกระแทกจนเปิดผางออก ทหารยามนายหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าด้วยความตื่นตระหนก เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลและคราบเลือด สีหน้าซีดเผือกราวกับคนใกล้ตาย "องค์ชายคาลอส! ท่านเซเรน! แย่แล้วครับ!" ทหารยามละล่ำละลักพูดด้วยเสียงสั่นเครือ "ค่ายกลป้องกันรอบป้อมปราการถูกเจาะ... มีกองทัพปริศนาบุกเข้ามาทางประตูทิศใต้!" เซเรนหรี่ตาลงเล็กน้อย ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอก ไม่มีทางที่กองทัพของสภาเวทมนตร์จะเคลื่อนพลมาถึงเร็วกว่ากำหนด เว้นเสียแต่ว่า... จะมีคนทรยศภายในส่งข่าว "กองทัพของใคร?" คาลอสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาสีโลหิตวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ ทหารยามกลืนน้ำลายฝืดคอ ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหน้าถอดสี "ธงรบที่พวกมันชูขึ้น... เป็นสัญลักษณ์ของตระกูลเวทมนตร์เก่าแก่ที่ท่านเซเรนเคยคิดว่าถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว... กองทัพของ 'อดีตอาจารย์ผู้ทรยศ' ที่ท่านตามหามาตลอดครับ!" หัวใจของเซเรนกระตุกวูบ ภาพอดีตอันเจ็บปวดผุดขึ้นมาในหัวสมองอย่างรวดเร็ว คาลอสที่สัมผัสได้ถึงความสั่นไหวในตัวของคนรักหันขวับมามองทันที แววตาของจอมทัพปีศาจฉายแววคลั่งแค้นและหวงแหนจนน่ากลัว ไฟเยอร์บลัดขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ตัวละครมาจนถึงตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%