"อย่าแม้แต่จะคิดขยับ..."
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ถูกกดทับด้วยความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นข้างใบหู เซเรนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่เบื้องหลัง อุณหภูมิรอบกายดิ่งวูบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว อักขระสีแดงฉานที่ลามขึ้นมาบนข้อมือของเขาไม่ได้แค่เพียงรัดแน่น แต่มันกำลังกัดกินผิวหนังลึกเข้าไปถึงเส้นประสาท ความเจ็บปวดแล่นพล่านจนเขากัดริมฝีปากจนห้อเลือด
เบื้องหน้าของพวกเขา กลุ่มทหารในชุดเกราะสีเงินที่คุ้นตาหยุดชะงัก แสงคบเพลิงสั่นไหวไปตามแรงลมที่จู่ๆ ก็หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
"เซเรน! เจ้าหนีไปไหนไม่พ้นหรอก ส่งคัมภีร์ต้องห้ามมา แล้วข้าจะทำให้การตายของเจ้า... ไม่ทรมานจนเกินไป!" ชายในชุดเกราะนายหนึ่งตะโกนก้อง เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด
เซเรนมองไปที่อดีตเพื่อนร่วมทีม สายตาของเขาไม่ได้มีความโกรธแค้นหลงเหลืออยู่ มีเพียงความว่างเปล่าที่เย็นชาพอๆ กับคนข้างหลัง "พวกเจ้าไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ... ยังคงเป็นฝูงสุนัขที่ไล่กวดกระดูกโดยไม่ดูเลยว่า ใครคือเจ้าของที่แท้จริง"
"หุบปาก!" อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาพร้อมอาวุธเวทมนตร์ แต่ก่อนที่คมดาบจะถึงตัว ระยะห่างระหว่างพวกมันกับเซเรนกลับถูกฉีกกระชากออกด้วยแรงบีบคั้นมหาศาล
*ปัง!*
คลื่นพลังเวทสีดำทมิฬระเบิดออกรอบตัวคาลอส ร่างของทหารเหล่านั้นถูกแรงกระแทกจากอากาศอัดจนกระเด็นถอยหลังไปคนละทิศละทางเหมือนตุ๊กตาผ้าขี้ริ้ว คาลอสไม่ได้ชักดาบ เขาเพียงแค่ปัดมือเบาๆ ในอากาศ แต่ทว่าทั่วทั้งป่ากลับสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินจะถล่มลงมา
"ใครอนุญาตให้พวกเจ้าใช้เสียงโสโครกนั่นเรียกชื่อเขา?" คาลอสก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีนิลประดับด้วยลวดลายด้ายทองคำดูโดดเด่นและน่าเกรงขาม แววตาของจอมทัพปีศาจผู้นี้ไม่ได้มองไปที่กองทหารเหล่านั้นเลย เขามองเพียงเซเรนที่สั่นเทาอยู่ในกำมือของเขา
คาลอสใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางมนขึ้น สัมผัสนั้นแฝงไปด้วยความทะนุถนอมจนน่าขนลุก "ดูสิ... รอยตราพันธะของข้ามันตื่นเต้นเพียงใดเมื่อเจ้าตกอยู่ในอันตราย"
"ปล่อยข้า..." เซเรนเค้นเสียงออกมา แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความตระหนกที่ไม่อาจอธิบายได้ "ข้าไม่มีวันเป็นของเจ้า"
"ของเจ้า? เซเรน ความเข้าใจผิดนั่นน่าเอ็นดูเสียจริง" คาลอสโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบสัมผัสกัน กลิ่นอายดิบเถื่อนของปีศาจผสมกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่เซเรนโปรดปรานอบอวลไปทั่วบริเวณ "เจ้าไม่ได้เป็นของข้า... แต่ข้าต่างหากที่เป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ที่สุดที่เจ้าเคยมีมาตลอดหนึ่งพันปี"
คำพูดนั้นทำให้เซเรนชะงัก รอยอักขระบนข้อมือร้อนจี๋ขึ้นมาอีกครั้ง คาลอสไม่ได้โกหก ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ลึกดั่งก้นบึ้งของมหาสมุทรสีเลือดที่กำลังสะท้อนภาพของเขาเพียงคนเดียว มันเต็มไปด้วยความหวงแหนที่มากเกินกว่าจะเรียกว่าความรัก มันคือความคลั่งไคล้ที่พร้อมจะเผาทำลายทุกสิ่งที่กล้าแตะต้องตัวเซเรน
"เก็บกวาดให้สะอาด" คาลอสออกคำสั่งสั้นๆ โดยไม่หันไปมองกลุ่มทหารที่กำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา
เงาสีดำทมิฬนับสิบปรากฏขึ้นจากพื้นดิน พวกมันไม่มีรูปร่างที่แน่นอน แต่ทรงพลังและโหดเหี้ยม เสียงกรีดร้องสั้นๆ ของทหารกลุ่มนั้นดังขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ป่าทั้งป่าจะกลับเข้าสู่ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวอีกครั้ง
คาลอสหันกลับมาหาเซเรน มือหนาโอบประคองแผ่นหลังบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะระเหยกลายเป็นอากาศ "ข้าให้เวลาเจ้าได้วิ่งหนี แต่นั่นก็แค่การยืดเวลาความทรมานของเจ้าเท่านั้น ไม่ว่าเจ้าจะหนีไปสุดขอบโลก หรือแม้แต่ในห้วงนรก ข้าจะตามไป... และต่อให้ต้องควักหัวใจตัวเองออกมาวางแทบเท้าเจ้า เพื่อให้เจ้าหยุดมองคนอื่นเพียงแค่วินาทีเดียว ข้าก็จะทำ"
เซเรนรู้สึกถึงโซ่ตรวนที่ไร้รูปร่างเริ่มรัดตัวเขาแน่นขึ้น ความอบอุ่นจากร่างกายของคาลอสเริ่มแทรกซึมผ่านเสื้อผ้า สัมผัสถึงไอเวทที่กำลังไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเขาโดยตรง มันไม่ใช่การควบคุม แต่มันคือการแทรกซึม... คาลอสกำลังเปลี่ยนโครงสร้างเวทมนตร์ในตัวเขาให้เป็นส่วนหนึ่งของปีศาจตนนี้
"เจ้าจะทำอะไร..." เซเรนพยายามขัดขืน แต่กลับพบว่าเรี่ยวแรงทั้งหมดหายไปเมื่อคาลอสก้มลงจูบเบาๆ บนรอยอักขระที่ข้อมือของเขา
"จองจำเจ้าไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด..." คาลอสกระซิบชิดข้อมือ เสียงนั้นสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "ในที่ที่ไม่มีใครจะพรากเจ้าไปจากข้าได้... แม้แต่ความตาย"
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนที่มืดมิดกลับแยกออกเป็นรอยร้าวสีม่วงอมแดง เสียงกัมปนาทราวกับเสียงกรีดร้องของโลกดังสนั่นหวั่นไหว คาลอสชะงักกึก สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความกังวลที่หาได้ยากยิ่ง เขาหันไปมองรอยร้าวนั้นด้วยดวงตาที่วาวโรจน์
ก่อนที่ร่างของเขาจะสลายกลายเป็นควันสีดำเพื่อปกป้องเซเรนจากแรงอัดอากาศมหาศาลที่พุ่งลงมา สิ่งที่ปรากฏตัวออกมาจากรอยร้าวนั้นไม่ใช่กองทหารหรือศัตรูที่พวกเขาเคยพบเจอ... หากแต่เป็นคนผู้หนึ่งที่เซเรนไม่คิดว่าจะได้เห็นอีกในชีวิต
"อา... ในที่สุดก็หาเจอ" เสียงเย็นเยียบที่คุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นอายเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ที่กดทับจนอากาศแทบแตกสลาย "คาลอส... ปล่อยมือสกปรกนั่นออกจากตัวน้องชายของข้าเสีย"
คาลอสแสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยความอาฆาต มือข้างหนึ่งกระชับกอดเซเรนแน่นขึ้นจนคนในอ้อมกอดแทบหายใจไม่ออก ในขณะที่มืออีกข้างเริ่มก่อตัวเป็นดาบสีดำทมิฬที่สั่นสะเทือนมิติรอบข้าง
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักที่ไร้จุดสิ้นสุดในค่ำคืนนี้ครับ - ไฟเยอร์บลัด
พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 3
จอมทัพผู้เย็นชา
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!