กลิ่นอายคาวเลือดและละอองพลังเวทสีนิลที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในอากาศ ทำให้บรรยากาศรอบตัวแทบหายใจไม่ออก ดาบสีดำทมิฬในมือของคาลอสสั่นระรัวจนมิติรอบข้างบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าวสีม่วงเข้ม เสียงคำรามต่ำในลำคอของจอมทัพปีศาจดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัน ทุกสายตาของสมาชิกในปาร์ตี้ระดับท็อปต่างเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง พวกเขาไม่เคยเห็นคาลอส—ปีศาจผู้ไร้หัวใจและไม่เคยสนใจสิ่งใดในโลกใบนี้—แสดงอาการปกป้องใครถึงเพียงนี้มาก่อน
เซเรนหอบหายใจถี่กระชั้น แผ่นหลังบางแนบชิดอยู่กับแผงอกแกร่งที่ร้อนระอุราวกับเตาไฟ มือหนาของคาลอสที่โอบเอวเขาไว้ไม่ได้คลายแรงลงเลยแม้แต่น้อย กลับกัน... มันยิ่งกระชับแน่นขึ้น ราวกับต้องการฝังร่างของอีกฝ่ายให้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
"ปล่อยข้า..." เซเรนเปล่งเสียงลอดไรฟัน แม้เรียวปากจะซีดเซียวจากพิษบาดแผลและการสูญเสียมานา แต่ดวงตาสีอเทตย์กลับฉายแววทิฐิและดื้อรั้นอย่างไม่ยอมแพ้ "เจ้าคิดจะทำอะไร คาลอส"
คาลอสไม่ตอบทันที ดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิตก้มมองคนในอ้อมแขน นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่แล้ว มีเพียงความกระหาย หวงแหน และการครอบครองที่น่ากลัวจนขนลุก ดาบสีดำในมือสลายกลายเป็นละอองควันทมิฬ ก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะเอื้อมไปเกลี่ยคางบางของเซเรนบังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัส
"เจ้าช่างกล้าหาญนัก... หรือโง่เขลากันแน่ เซเรน?" น้ำเสียงทุ้มต่ำพึมพำชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน "กล้าใช้ร่างกายตัวเองมารับการโจมตีแทนสวะพวกนั้น คิดว่าตัวเจ้ามีค่าแค่ไหนกัน?"
"ข้าไม่ได้ทำเพื่อพวกมัน..." เซเรนปัดมือของอีกฝ่ายออกด้วยแรงอันน้อยนิด นัยน์ตาสั่นไหววูบหนึ่งเมื่อนึกถึงความจริงอันโหดร้าย "ข้าแค่... ไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใคร และข้าเลือกทางเดินของตัวเองได้"
"ทางเดินงั้นหรือ?"
คาลอสหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจมืด เขาหันไปกวาดสายตามองสมาชิกในปาร์ตี้ที่ยืนแข็งทื่ออยู่รอบวง ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังจนพื้นดินใต้เท้าสะเทือน
"จากนี้ไป... เซเรน อาร์เทน จะอยู่ในปาร์ตี้ของเรา" คาลอสดึงร่างของเซเรนเข้ามาชิดยิ่งกว่าเดิม ประกาศิตคำขาดถูกเอื้อiนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ไม่ใช่ในฐานะสมาชิกทั่วไป... แต่ในฐานะ 'ของหวง' ของข้า ใครหน้าไหนที่กล้าแตะต้องเขา หรือแม้แต่ชายตามองด้วยสายตาไม่สมควร ข้าจะควักหัวใจมันออกมากินสดๆ!"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีใครกล้าหายใจดัง สมาชิกในปาร์ตี้ต่างรู้ดีว่ากฎของคาลอสคือกฎเหล็ก และคำว่า "ของหวง" ในพจนานุกรมของจอมทัพปีศาจผู้นี้หมายถึงสิ่งที่จะไม่มีวันยอมให้ใครแตะต้อง แม้แต่ปลายเล็บ หากเปรียบเซเรนเป็นสมบัติ คาลอสก็พร้อมที่จะเผาทวีปนี้ให้ราบคาบหากมีใครกล้าแย่งชิง
เซเรนกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจเต้นรำรัวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งโกรธเคืองที่ตนเองตกอยู่ในสถานะจำยอม และหวาดหวั่นต่อกระแสพลังงานอันมืดมนที่แผ่ออกมาจากร่างของคาลอส ปีศาจตนนี้กำลังตีตราจองเขาอย่างอุกอาจต่อหน้าพยานนับสิบ
"ข้าไม่ได้ตกลง..." เซเรนเค้นเสียงพูดออกไป แม้เรียวขาจะเริ่มไร้เรี่ยวแรงจนต้องทิ้งน้ำหนักพิงอีกฝ่าย
"เจ้าไม่มีสิทธิ์เลือก เซเรน" คาลอสโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ว่าคนในอ้อมแขนกำลังจะหมดสติ แต่แววตาซุกซ่อนความคลั่งไคล้ไว้เต็มเปี่ยม "เจ้าสูญเสียพลังเวทไปหมดแล้ว ถ้าไม่มีข้าคุ้มครอง เจ้าจะรอดพ้นจากพวกสวะที่จ้องจะฉีกเนื้อเจ้าเป็นชิ้นๆ ได้สักกี่น้ำ? จงอยู่ตรงนี้... ในอ้อมแขนของข้า ปลอดภัยที่สุดแล้ว"
พูดจบ คาลอสก็ช้อนร่างของเซเรนขึ้นอุบในอ้อมแขนอย่างไร้ความเกรงใจ ท่ามกลางสายตาตะลึงงันของทุกคน เขาก้าวเท้าเดินผ่านกลุ่มคนเหล่านั้นราวกับไม่มีใครอยู่ในสายตา มุ่งหน้าไปยังเขตแดนส่วนตัวของค่ายพักแรม
เซเรนหลับตาลงซบลงกับลาดไหล่กว้าง กลิ่นอายเฉพาะตัวของคาลอส—กลิ่นอายของเลือด ดอกกุหลาบดำ และพลังเวทอันน่าสะพรึง—โอบล้อมตัวเขาไว้ ความเหนื่อยล้าเข้าจู่โจมจนสติเริ่มเลือนราง แต่ก่อนที่ความมืดจะกลืนกินเขาทั้งหมด เซเรนกลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากรอยสักเวทที่หลังมือของคาลอส รอยสักที่ควรจะเป็นสัญลักษณ์ของปีศาจชั้นสูง กลับกำลังเปล่งแสงสีทองจางๆ... ซึ่งเป็นเวทมนตร์บทโบราณของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่สูญสิ้นไปแล้วเมื่อพันปีก่อน!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและคลั่งรักไปกับตัวละครด้วยกันนะครับ — ไฟเยอร์บลัด
พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 4
ข้อเสนอแลกชีวิต
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!