พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 5

เวทมนตร์ที่ตื่นขึ้น

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
ไอความร้อนระอุแผ่ซ่านเสียดแทงผิวเนื้อ ราวกับถูกกดทับด้วยมวลอากาศนับตัน เซเรนสะดุ้งเฮือก หลุดจากห้วงนิทราอันเลือนรางด้วยความรู้สึกเหมือนจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง อากาศรอบตัวร้อนผ่าวจนแสบจมูก ทว่าสัมผัสแรกที่เขารับรู้กลับไม่ใช่ความเวิ้งว้างเหน็บหนาวของป่ารัตติกาล หากแต่เป็นความอบอุ่นมั่นคงจากท่อนแขนแข็งแกร่งที่โอบประคองแผ่นหลังของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิด ร่างกายบอบบางนี้จะสลายกลายเป็นฝุ่นผงไปต่อหน้าต่อตา "ฟื้นแล้วหรือ... เจ้ามนุษย์โง่เขลา" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายจากขุมนรกดังอยู่ใกล้จนชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดลาดไหล่ทำให้เซเรนต้องขยับตัวถอยหนีตามสัญชาตญาณ ทว่าอ้อมแขนนั้นกลับรัดแน่นขึ้นอย่างไร้ความปรานี ไม่มีช่องว่างให้ขัดขืน—และอันที่จริง เซเรนก็ไม่มีแรงพอจะต่อต้านแม้แต่น้อย ดวงตาสีไพลินกวาดมองไปรอบกายด้วยความตื่นตระหนก บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากป่าทึบเมื่อครู่ พวกเขาอยู่ในถ้ำหินโบราณแห่งหนึ่ง ผนังถ้ำสลักด้วยอักขระเวทประหลาดที่กำลังเรืองแสงสีม่วงเข้ม ทว่าจุดศูนย์กลางของห้องโถงหินนี้กลับมีบางสิ่งที่แปลกประหลาดจนน่าขนลุก กองไฟสีดำสนิทกำลังลุกโชนอยู่กลางห้อง มันไม่มีควัน ไม่มีเสียงปะทุ มีเพียงความเงียบงันที่แผ่ไอเย็นเยือกตัดกับอุณหภูมิที่ร้อนระอุของอากาศ และเหนือเปลวเพลิงสีดำนั้น—รอยสักเวทที่หลังมือของคาลอสกำลังเปล่งแสงสีทองเรืองรอง ขัดแย้งกับไอเวทแห่งความมืดมิดที่แผ่ออกมาจากตัวตนของจอมทัพปีศาจอย่างสิ้นเชิง ภาพรอยสักสีทองโบราณเมื่อครู่ก่อนหมดสติแล่นย้อนกลับเข้ามาในหัว เซเรนจำไม่ผิดแน่ นั่นคือเวทมนตร์แห่ง ‘พันธะโลหิต’ ของชนเผ่ามนุษย์ยุคปฐมกาล เวทมนตร์ที่สูญหายไปพร้อมกับการล่มสลายของอารยธรรมโบราณเมื่อพันปีก่อน เหตุใดปีศาจผู้ยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวเช่นคาลอส ถึงได้ครอบครองเวทมนตร์ของมนุษย์ที่ถูกลืมเลือนเล่า? "มองอะไร" คาลอสเอ่ยถาม น้ำเสียงแม้จะติดดุ แต่นัยน์ตาสีแดงฉานคู่นั้นกลับทอประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้งจนน่าใจหาย นิ้วเรียวยาวแต่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการศึกเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมชื้นเหงื่อที่แนบแก้มเนียนของเซเรนอย่างเบามือ ราวกับกำลังสัมผัสสมบัติล้ำค่าที่สุดในจักรวาล "ตกใจจนสติหลุดไปแล้วหรือไง เจ้าเด็กดื้อ" "ข้า..." เซเรนเม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดระแวงและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เขาถอยห่าง แต่ความอ่อนล้าและกระแสพลังงานประหลาดที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังกลับทำให้เขาทำได้เพียงจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งๆ "มือของท่าน... ทำไมปีศาจอย่างท่านถึงใช้เวทมนตร์ของมนุษย์โบราณได้" คาลอสชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาสีเลือดไหววับราوกับผิวน้ำต้องลม รอยยิ้มมุมปากถูกยกขึ้นบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันโชคชะตามากกว่าจะเยาะเย้ยเซเรน "เจ้าช่างสังเกตเกินไปแล้ว... เซเรน" คาลอสขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมกับดึงร่างของเซเรนให้ลุกขึ้นตามอย่างนุ่มนวล แม้จะประคองด้วยมือข้างเดียว แต่มันก็มั่นคงเสียจนเซเรนไม่ต้องออกแรงเองเลยแม้แต่น้อย "เวทมนตร์นั้นไม่ได้เป็นของมนุษย์หรือปีศาจ มันเป็นของ 'ผู้ที่เหลือรอด' ต่างหาก และในเมื่อเจ้าก้าวเข้ามาในอาณาเขตของข้า ร่างกายนี้... วิญญาณดวงนี้ ก็ต้องเรียนรู้ที่จะแบกรับมันเช่นกัน" "หมายความว่ายังไง?" "หมายความว่า... วันนี้ เจ้าจะต้องปลุกพลังที่หลับใหลอยู่ในตัวเจ้าขึ้นมาเสียที" สิ้นคำพูดนั้น คาลอสก็สะบัดมือขวาเบาๆ เปลวเพลิงสีดำที่ลุกโชนอยู่กลางห้องก็พวยพุ่งขึ้นเป็นกำแพงไฟล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งสองคนไว้ แรงดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของเซเรนจนเข่าทรุดฮวบลงกับพื้น ห้วงอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาจากฝ่ามือ ลามไปถึงแผ่นหลัง ราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังกรีดแทงลงบนเส้นประสาท "อึก...!" เซเรนกัดฟันแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงปาก ความเจ็บปวดนี้ไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกายธรรมดา แต่มันคือการ ‘ฝืนเปิด’ ประตูแห่งพลังที่ถูกผนึกไว้ด้วยคำสาปมาเนิ่นนาน "อย่าหลับตา!" เสียงของคาลอสเข้มขึ้นและทรงพลังราวกับคำสั่งสวรรค์ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิด คุกเข่าลงเบื้องหน้าเซเรน มือหนาทั้งสองข้างกุมมือทั้งสองข้างของเซเรนไว้แน่น ถ่ายทอดไอความอบอุ่นและกระแสเวทอันบ้าคลั่งเข้ามาในร่างกายของเด็กหนุ่ม "มองหน้าข้า เซเรน! ปล่อยให้มันไหลออกมา อย่าฝืนต้านทาน!" "มัน... มันร้อน... คาลอส ข้าไม่ไหว..." เซเรนหอบหายใจถี่กระชั้น หยาดน้ำตาแห่งความทรมานเอ่อคลอหน่วยตาสีไพลิน ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พลังงานประหลาดสีฟ้าครามผสมผสานกับประกายแสงสีทองเริ่มทะลักออกมาจากปลายนิ้วของเขา ก่อตัวเป็นพายุลมหมุนขนาดย่อมภายในถ้ำหิน คาลอสไม่เพียงแต่ไม่ถอยหนี แต่เขากลับดึงร่างของเซเรนเข้ามากอดแนบอกแน่นยิ่งขึ้น ยอมรับเอาพลังเวทที่ปั่นป่วนและอันตรายของเซเรนเข้าสู่ร่างกายตนเองผ่านการสัมผัส เลือดสีดำไหลรินจากมุมปากของจอมทัพปีศาจเนื่องจากการแบกรับแรงสะท้อนของพลังที่ยังควบคุมไม่ได้ แต่นัยน์ตาสีแดงฉานคู่นั้นกลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความคลั่ง *“ข้าบอกแล้วไง... ไม่ว่าวิญญาณของเจ้าจะแผดเผาด้วยไฟโลกันตร์หรือคำสาปใด ข้าก็จะไม่มีวันปล่อยมือ”* คาลอสกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมได้ยาก "จงตื่นขึ้น... พลังของเจ้า และโซ่ตรวนของข้า หลอมรวมกันเสียที!" สิ้นเสียงคำรามก้อง คลื่นพลังงานระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม แสงสีทองและสีดำสว่างวาบจนกลืนกินทุกสิ่งในถ้ำให้ตกอยู่ในความเวิ้งว้าง ทว่า... ในวินาทีที่แสงนั้นเริ่มจางลง และเซเรนหอบหายใจโรยรินซบอยู่บนแผงอกของคาลอสด้วยความหมดแรง สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างลึกลับร่างหนึ่งกำลังยืนนิ่งอยู่ตรงปากถ้ำ—เงาร่างที่สวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันมืดมิด และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นอายเวทมนตร์ที่แผ่ออกมาจากคนผู้นั้น เป็นกลิ่นอายเดียวกับ ‘อาจารย์’ ทรยศผู้เคยผลักเซเรนตกหน้าผาแห่งความตายเมื่ออดีตชาติ! "เซเรน... ลูกศิษย์รักของข้า ในที่สุดก็หาตัวพบเสียทีนะ" ************************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคลั่งไคล้ไปกับความรักที่บ้าคลั่งของคาลอสและเซเรนในตอนนี้ครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าด้วยความระทึกใจยิ่งกว่าเดิม! — ไฟเยอร์บลัด
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%