กลิ่นอายความอับชื้นของห้องใต้ดินผสมผสานเข้ากับกลิ่นโลหะสนิมเขรอะ คล้ายกับกลิ่นคาวเลือดที่ยังล้างไม่ออก เซเรนกำด้ามไม้เท้าเวทมนตร์ในมือแน่นจนข้อต่องนิ้วขาวซีด นัยน์ตาสสีไพลินจดจ้องร่างเงาสีดำทมิฬที่เพิ่งก้าวทะลุมิติออกมาจากรอยแยกแห่งความมืด เสียงหัวเราะต่ำทุบกระแทกโสตประสาท เสียงนั้น... เสียงที่เขาจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าเสียงหัวใจของตัวเอง
"เซเรน... ลูกศิษย์รักของข้า ในที่สุดก็หาตัวพบเสียทีนะ"
เสียงทุ้มต่ำอันเต็มไปด้วยความบิดเบี้ยวและคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับร่างของมหาปราชญ์ลูเซียนที่ก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟจากคบเพลิงวูบไหวตามแรงลมที่อีกฝ่ายพกพามาด้วย ลูเซียนยื่นมือสวมถุงมือหนังสีขาวสะอาดสะอ้านหมายจะแตะเข้าที่แก้มเนียนของอดีตลูกศิษย์ สายตาของมันพราวระยับด้วยความกระหายใคร่รู้และความหลงใหลในพลังเวทบริสุทธิ์ที่เซเรนครอบครอง
เซเรนก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ บาดแผลทางใจเมื่อครั้งถูกหักหลังและผลักไสให้ตกเหวลึกยังคงกรีดแทงหัวใจ "ถอยไป... ลูเซียน เจ้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องตัวข้า"
"สิทธิ์งั้นหรือ?" ลูเซียนหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววเย้ยหยัน "ข้าเป็นคนสร้างเจ้าขึ้นมา เป็นผู้มอบความรู้และชุบเลี้ยงเจ้าขึ้นมาจากกองขยะ ร่างกายนี้ เวทมนตร์นี้ และจิตวิญญาณนี้... ล้วนเป็นของข้าแต่ผู้เดียว เซเรน มากับข้าซะดีๆ อย่าให้ข้าต้องใช้โซ่ตรวนเวทมนตร์ล่ามขาลูกศิษย์ที่น่ารักของข้าเลย"
นิ้วเรียวยาวของลูเซียนเอื้อมเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด เซเรนกัดริมฝีปากแน่นจนหลั่งเลือด ร่างกายของเขาอ่อนล้าจากการร่ายเวทป้องกันเมืองเมื่อคืนก่อน เกินกว่าจะต้านทานมหาปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์มืดได้ในสภาพนี้ เขากำลังจะยกไม้เท้าขึ้นต่อสู้แม้รู้ว่าเป็นหนทางสู่ความตาย ทว่า...
*เปรี้ยง!*
เสี้ยววินาทีนั้น อากาศรอบกายพล L แตกกระเจิงเป็นเสี่ยงๆ รอยแยกมิติสีแดงฉานราวกับรอยแผลฉีกขาดบนท้องฟ้าเปิดออกอย่างรุนแรง แรงกดดันมหาศาลที่หนักหน่วงราวกับภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนบ่าของทุกคนในห้องจนแทบทรุดฮวบ ลูเซียนชะงักมือที่กำลังจะแตะตัวเซเรน ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่เหนือกว่าตนเองหลายร้อยเท่า
เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักดิ้นทองลายเปลวเพลิงก้าวออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างเชื่องช้า รองเท้าบู๊ตหนังเหยียบลงบนพื้นหิน เสียงฝีปากดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย
คาลอส... จอมทัพปีศาจผู้ทรงพลัง
ดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิตของคาลอสไม่ได้มองมาที่ลูเซียน เขากวาดสายตาคมกริบมาหยุดอยู่ที่มือของลูเซียนที่อยู่ห่างจากแก้มของเซเรนเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น บรรยากาศรอบตัวของคาลอสเปลี่ยนเป็นเยือกแข็งในพริบตา อุณหภูมิในห้องดำดิ่งลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
"เอามือโสโครกของแก... ออกไปจากตัวของเขา"
น้ำเสียงของคาลอสราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้อารมณ์ แต่มันกลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เข้มข้นจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ลูเซียนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มันถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ ปลดปล่อยพลังเวทป้องกันรอบตัวทันที "ทะ... แกเป็นใคร? ปีศาจตนไหนกล้าสอดเรื่องของสภาเวทมนตร์..."
คาลอสไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างของเขาก็หายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย
*ฉัวะ!*
เสียงเนื้อและกระดูกถูกตัดขาดดังขึ้นพร้อมกับโลหิตสีแดงสดสาดกระเซ็นย้อมผนังห้องใต้ดิน ลูเซียนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มันก้มมองแขนข้างขวาของตัวเองที่หลุดร่วงลงไปกองกับพื้น เลือดพุ่งทะลักออกมาจากหัวไหล่ที่ขาดวิ่น ความเจ็บปวดแสนสาหัสยังไม่ทันส่งสัญญาณไปยังสมอง คาลอสก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้ามันอีกครั้ง ปลายดาบสีดำทมิฬจ่อเข้าที่ลำคอระหงของมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่
"ข้าเกลียดที่สุด... พวกเศษสวะที่บังačníkอาจเอื้อมมือสกปรกมาแตะต้องสมบัติของข้า" คาลอสเอ่ยกระซิบข้างหูลูเซียน น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องของภูตผี "แกอยากตายแบบไหนล่ะ? ให้ไฟนรกแผดเผาจนวิญญาณแตกสลาย หรือจะให้ข้าค่อยๆ ตัดแกออกเป็นชิ้นๆ ทีละส่วนดี?"
"ท่านคาลอส..." เสียงหวานเอ่ยเรียกแผ่วเบา เซเรนมองแผ่นหลังกว้างของปีศาจหนุ่ม ความรู้สึกอบอุ่นและหวาดกลัวตี 1 ปะปนกันอยู่ในอก เขาไม่อยากให้คาลอสฆ่าคนในสถานที่แห่งนี้เพิ่ม แต่วินาทีที่เห็นคาลอสเดือดดาลเพื่อเขา หัวใจที่ด้านชามานานกลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
คาลอสชะงัก เขารีบเก็บดาบแล้วหันขวับมาหาร่างบางทันที ความโหดเหี้ยมเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความกังวลและรAอความหวงแหนที่ล้นปรี่จนแทบจะกลืนกินเซเรนเข้าไปทั้งตัว
"เซเรน เจ้าเจ็บตรงไหนไหม? มันทำอะไรเจ้าหรือเปล่า?" คาลอสพุ่งเข้ามาประคองร่างเซเรนไว้ในอ้อมแขน มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะลูบไล้ตามใบหน้าและลำตัวของเซเรนเพื่อสำรวจหาบาดแผล นัยน์ตาสีแดงฉานฉายแววสำนึกผิดและโทษตัวเองที่มาช้าเกินไป "ข้าขอโทษ... ข้าควรจะมาเร็วกว่านี้ ข้าไม่ควรปล่อยให้เจ้าคลาดสายตาเลยแม้แต่วินาทีเดียว"
"ข้าไม่เป็นไร คาลอส ข้าปลอดภัยดี" เซเรนส่ายหัวเบาๆ ยื่นมือไปแตะแก้มสากของคาลอสเพื่อให้อีกฝ่ายสงบลง อุณหภูมิจากฝ่ามือของเซเรนช่วยดึงสติของจอมทัพปีศาจให้กลับคืนมา คาลอสจับมือเซเรนขึ้นมาจูบซ้ำๆ ที่หลังมือด้วยความทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากเกินไปคนตรงหน้าจะสลายหายไปในอากาศ
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังดื่มด่ำกับความอบอุ่นท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด ลูเซียนที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นใช้แรงเฮือกสุดท้ายหยิบยันต์เคลื่อนย้ายมิติโบราณออกมาจากอกเสื้อ มันกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองเซเรนด้วยความอาฆาตมาดร้าย
"แก... ไม่มีวันได้ครอบครองเขาหรอก... เซเรนเป็นของสภา..."
*ปัง!*
ยังไม่ทันที่ลูเซียนจะร่ายคาถาเสร็จสิ้น คาลอสไม่ได้แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขาเพียงแค่ดีดนิ้วเบาๆ เปลวเพลิงสีดำมืดก็พุ่งเข้ากลืนกินร่างของลูเซียนในพริบตา เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบสงบลงเหลือเพียงแค่เถ้าถ่านสีดำ
คาลอสโอบกอดเซเรนแนบอกแน่นขึ้น ฝังใบหน้าลงกับซอกคอขาวเนียน สูตรดมกลิ่นกายหอมหวานที่ช่วยให้สติสัมปชัญญะของเขาคงที่ "ไม่มีใครหน้าไหน... พรากเจ้าไปจากข้าได้อีก เซเรน ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดิน หรือทำลายล้างโลกใบนี้ให้ราบคาบ ข้าก็จะทำ"
เซเรนซบหน้าลงกับบ่ากว้าง เม้มปากแน่นด้วยความซับซ้อนในอารมณ์ เขาซึ้งใจในความคลั่งรักและความปกป้องของคาลอส แต่ทว่า... ในวินาทีที่เปลวเพลิงสีดำมอดดับลง สายตาของเซเรนกลับเหลือบไปเห็นรอยสักรูปงูสลักอยู่บนเศษผ้าที่เหลือทิ้งไว้ของลูเซียน รอยสักนั้น... เป็นสัญลักษณ์ขององค์กรลับที่เซเรนคิดว่ามันถูกกวาดล้างไปตั้งแต่สิบปีก่อนแล้ว
และยิ่งไปกว่านั้น... เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังมาจากเถ้าถ่านของลูเซียนก่อนจะสลายหายไป ก็ทำให้เลือดในกายของเซเรนเย็นเฉียบลงทันที
*“คิดว่าเขาปกป้องเจ้าได้จริงๆ งั้นหรือ... คนที่อยู่เบื้องหลังการตายของครอบครัวเจ้า... ก็คือเงาที่ยืนอยู่ข้างกายเจ้านั่นแหละ เซเรน...”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความคลั่งรักของคาลอสด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ! — ไฟเยอร์บลัด
พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 6
ความหวงที่ไร้ขอบเขต
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!