“เจ้าบอกว่ามันคือพันธสัญญาแห่งเลือดเพื่อปกป้องข้า... แต่ทำไมหยดเลือดหยดสุดท้ายในบันทึกนี้ ถึงมีไอเวทของคนทรยศคนนั้นปะปนอยู่ล่ะ คาลอส?”
น้ำเสียงของเซเรนสั่นเครือ ทว่าดวงตาสีมรกตคู่สวยกลับวาวโรจน์ด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้น เขาเขวี้ยงม้วนคัมภีร์เก่าแก่ลงบนพื้นหินอ่อนจนเกิดเสียงดังสนั่น ห้องโถงลับใต้ดินที่เคยอบอุ่นด้วยไอเวทของคาลอส บัดนี้กลับเย็นเยียบราวกับถูกแช่แข็งด้วยแรงกดดันมหาศาลจากจอมทัพปีศาจผู้ยิ่งใหญ่
คาลอสยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความสลัว เงาร่างสูงใหญ่ของเขาดูน่าเกรงขามและกดดันยิ่งกว่าทุกครั้ง ดวงตาสีโลหิตที่เคยอ่อนโยนเมื่อทอดมองเซเรน บัดนี้กลับฉายแวววูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม เขาไม่ได้ตอบคำถามในทันที แต่ค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาหาช้าๆ ทุกย่างก้าวที่เท้าหนักๆ ของเขากระทบพื้น ราวกับหัวใจของเซเรนกำลังถูกบีบให้เต้นจังหวะที่ผิดเพี้ยน
“เจ้าอ่านมันจบแล้วสินะ...” คาลอสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบอย่างน่าประหลาด เขาหยุดยืนตรงหน้าเซเรน ห่างออกไปเพียงหนึ่งช่วงแขน “ข้าไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเจ้าตลอดไป เซเรน... เพียงแต่ข้าต้องการเวลา เวลาที่จะกำจัดหนอนบ่อนไส้ที่คอยกัดกินเจ้าจนเหลือแต่เศษเสี้ยวของอดีต”
“กำจัด? หรือเป็นเจ้าเองที่สมคบคิดกับพวกมัน!” เซเรนแค่นยิ้ม สมองของเขาแล่นเร็วปรี๊ด ภาพความทรงจำที่แตกสลายในอดีตเริ่มปะติดปะต่อกันอย่างน่ารังเกียจ การเนรเทศที่ดูเหมือนอุบัติเหตุ การสูญเสียพลังที่ดูเหมือนโชคชะตา แท้จริงแล้วมันคือแผนการที่ถูกวางไว้เพื่อเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นตุ๊กตาที่มีชีวิตภายใต้การควบคุมของใครบางคน “เจ้าไม่ได้ช่วยข้าจากนรกนั่น คาลอส... เจ้าแค่ย้ายกรงขังให้ข้ามาอยู่ในที่ที่เจ้าควบคุมได้ง่ายขึ้นเท่านั้นเอง!”
คาลอสเม้มริมฝีปากแน่น มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือของเซเรนด้วยแรงที่พอเหมาะไม่ให้เขาหนีไปไหน แต่ก็มากพอที่จะบอกถึงความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายใน “ข้าจะทำแบบนั้นไปทำไม? ข้าทุ่มเททุกอย่างเพื่อเจ้า ข้าแลกวิญญาณของข้ากับพลังมืดเพียงเพื่อให้เจ้ายังมีชีวิตอยู่... เซเรน มองข้าสิ! ข้าคือคนที่รักเจ้ามากกว่าใครในโลกนี้!”
“ความรักที่เปื้อนด้วยรอยเลือดและการหลอกลวงน่ะหรือ?” เซเรนสะบัดข้อมือออกอย่างแรง ดวงตาของเขาแดงก่ำ “ข้าเคยศรัทธาในตัวเจ้า ข้าเคยมอบทั้งชีวิตและวิญญาณให้คนอย่างเจ้า แต่ความจริงที่ข้าพบในวันนี้มันทำให้ข้าตระหนักได้ว่า... ท่ามกลางศัตรูที่มองเห็นได้ชัดเจน ยังไม่น่ากลัวเท่าอสรพิษที่ซ่อนตัวอยู่ใต้คราบคนรัก!”
ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของทั้งคู่ คาลอสไม่ได้ตอบโต้ด้วยความโกรธตามนิสัยปกติของจอมทัพปีศาจ แต่เขากลับนิ่งงัน แววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าที่เซเรนจะอ่านออก
“หากเจ้าคิดว่าข้าเลวร้ายถึงเพียงนั้น...” คาลอสพูดเสียงแหบพร่า “เจ้าจะทำอย่างไรต่อ? จะสังหารข้าด้วยมือที่เจ้าบอกว่าไร้ค่านี้หรือ?”
ในจังหวะนั้นเอง ประตูหินขนาดใหญ่ที่ปิดตายของห้องโถงลับกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องของเวทมนตร์โบราณดังแว่วมาจากภายนอก กลิ่นอายของศัตรูที่ไม่ได้รับเชิญแผ่ซ่านเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัว
เซเรนหันไปมองประตูด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะหันกลับมาพบว่าคาลอสไม่ได้มีท่าทีแปลกใจเลยแม้แต่น้อย เขายังคงมองมาที่เซเรนด้วยสายตาที่ยากจะตีความ แววตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจและบางสิ่งที่มากกว่านั้น
“สายเกินไปแล้ว เซเรน” คาลอสกระซิบ “พวกเขามาตามทวงสัญญาที่ข้าเคยให้ไว้... สัญญาที่ว่าหากเจ้าได้รับรู้ความจริง ข้าจะต้องเป็นฝ่ายหายไปจากชีวิตเจ้าตลอดกาล”
เซเรนเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นบนอากาศกลางห้องโถง มันคือประตูมิติที่ไม่มีใครสามารถสร้างได้นอกจากผู้อัญเชิญที่กุมชะตากรรมของเขาไว้ และเงาร่างที่ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น... ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน แต่คือเซเรนอีกคนหนึ่ง—ร่างที่เต็มไปด้วยรอยแผลและดวงตาที่ว่างเปล่าดุจตุ๊กตากระเบื้อง!
“นี่คือความจริงข้อสุดท้ายที่เจ้ายังไม่รู้” คาลอสกล่าวพลางเดินถอยหลังลงสู่ความมืดมิด “ข้าไม่ได้ขังเจ้าไว้... แต่ข้าคือคนที่พยายามพาเจ้าหนีออกจากร่างที่เน่าเฟะนี้มาโดยตลอด”
ร่างตุ๊กตานั้นยกมือขึ้นช้าๆ ไอเวทสีนิลแผ่กระจายไปทั่วห้อง พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงของเซเรนที่กำลังแตกสลาย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษาสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างผมในทุกย่างก้าวของตัวละครนะครับ - ไฟเยอร์บลัด
พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 29
ความจริงเบื้องหลังความแค้น
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!