“ถ้าเจ้าแตะต้องตัวเขาอีกเพียงครึ่งนิ้ว ข้าจะทำให้ตระกูลของเจ้าสูญสิ้นไปจากผืนแผ่นดินนี้ภายในชั่วพริบตา ไม่เหลือแม้แต่ชื่อในตำราประวัติศาสตร์”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอสังหารเย็นเยียบดังก้องไปทั่วโถงกลางของจวนตระกูลเวสเทิร์น บรรยากาศภายในห้องที่ควรจะอบอวลไปด้วยกลิ่นชาชั้นเลิศและเสียงหัวเราะกลับถูกแทนที่ด้วยแรงกดดันมหาศาลจนเหล้าองุ่นในแก้วคริสตัลสั่นไหวและร้าวราน
เซเรนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความโกลาหล ดวงตาสีอเมทิสต์ของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นคาลอสปรากฏตัวขึ้นกลางวงสนทนา ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทราวกับความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้งยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าท่านเคานต์ผู้หนึ่งที่บังอาจเอื้อมมือมาเชยคางเขาอย่างถือดีเมื่อครู่
“คาลอส! หยุดนะ!” เซเรนตะโกนพลางถลันตัวเข้าไปคว้าแขนของจอมทัพปีศาจเอาไว้ สัมผัสจากปลายนิ้วเขาสามารถรับรู้ได้ถึงพลังเวทที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังของชายหนุ่ม มันดุเดือดและพร้อมจะระเบิดออกทุกวินาทีราวกับภูเขาไฟที่กำลังคุกรุ่น
คาลอสลดสายตาลงมองเซเรน นัยน์ตาสีแดงฉานที่เคยอ่อนโยนยามมองคนตรงหน้า บัดนี้กลับฉายชัดถึงความหึงหวงที่รุนแรงจนน่าหวาดหวั่น เขาสะบัดมือของท่านเคานต์ทิ้งอย่างไม่ใยดีจนอีกฝ่ายเซถลาไปกระแทกกับโต๊ะไม้โอ๊กจนพังพินาศ
“เจ้าได้รับคำเชิญมาเพื่อดื่มชา ไม่ใช่เพื่อเป็นสมบัติที่ใครต่อใครจะมาแตะต้องได้ตามอำเภอใจ” คาลอสเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับบาดลึกถึงกระดูก “ดูเหมือนจวนแห่งนี้จะดูแลแขกของข้าไม่ดีพอ เซเรน... เราควรกลับกันได้แล้ว”
“ผมยังคุยธุระไม่เสร็จ คาลอส คุณกำลังเสียมารยาทนะ!” เซเรนพยายามรั้งร่างที่เปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้างนั้นไว้ แต่คาลอสกลับก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไร้ความปรานี
โคมไฟระย้าบนเพดานเริ่มสั่นไหวและร่วงหล่นลงมาทีละดวง เปลวไฟจากเชิงเทียนรอบห้องเปลี่ยนสีจากสีส้มเป็นสีน้ำเงินเข้มข้น พลังเวทกดดันทำให้อากาศในห้องหายไปจนแขกเหรื่อหลายคนล้มลงไปกองกับพื้นเพราะหายใจไม่ออก นี่ไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่มันคือการประกาศอาณาเขตของสัตว์ร้ายที่หวงแหนเหยื่อของมันอย่างถึงที่สุด
“มารยาทเหรอ?” คาลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นชาจนเซเรนรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ “ข้าเคยบอกเจ้าแล้วใช่ไหมว่าโลกใบนี้ไม่มีความหมายอะไรเลยหากไม่มีเจ้าอยู่ แล้วเจ้ายังคิดว่าข้าจะแคร์มารยาทของพวกมนุษย์ที่จ้องจะขโมยเจ้าไปจากข้าอีกงั้นหรือ?”
เขากวาดมือเพียงครั้งเดียว กำแพงหินอ่อนของโถงจวนก็เริ่มปริแตก รอยร้าวลามไปทั่วโครงสร้างราวกับใยแมงมุม เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังระงมไปทั่วคฤหาสน์หรู คาลอสไม่แม้แต่จะเหลือบมองผู้ที่ตื่นตระหนก เขาสนใจเพียงแค่คนเดียวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเท่านั้น
“คาลอส ฟังผมนะ” เซเรนตัดสินใจคว้าใบหน้าของชายหนุ่มให้หันมาสบตาเขา บังคับให้ไอสังหารที่รุนแรงรอบตัวอีกฝ่ายลดระดับลง “หากคุณทำลายที่นี่ คุณก็จะกลายเป็นปีศาจในสายตาคนทั้งอาณาจักร แล้วเราจะอยู่กันอย่างไร? คุณเคยบอกว่าจะปกป้องผม ไม่ใช่ทำให้ผมต้องลำบากใจ!”
คำว่า ‘ลำบากใจ’ กระตุกใจคนฟังอย่างรุนแรง คาลอสนิ่งค้างไปชั่วครู่ ลมหายใจที่หอบถี่ค่อยๆ สงบลง ความบ้าคลั่งในดวงตาคู่คมค่อยๆ เจือจางเหลือเพียงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เขายกมือขึ้นทาบกับใบหน้าของเซเรนอย่างแผ่วเบา ร่องรอยของความหวาดกลัวที่จะสูญเสียยังคงฉายชัด
“ข้าไม่อาจทนเห็นใครแตะต้องเจ้าได้แม้เพียงปลายผม” เขาพึมพำ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเวทนาต่อตัวเอง “ความรู้สึกนี้มันกัดกินข้าจนแทบจะเป็นบ้า เซเรน... ได้โปรด อย่าทดสอบความอดทนของข้าด้วยการไปอยู่ในที่ที่ข้าเอื้อมมือไปไม่ถึงอีก”
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย เสียงปรบมือแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากมุมมืดของโถงใหญ่ ร่างของบุคคลที่คุ้นเคยในชุดผ้าคลุมสีเทาหม่นก้าวออกมาจากเงามืด เซเรนชะงักไปทันทีเมื่อเห็นใบหน้านั้น
“ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง จอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่ยอมก้มหัวให้มนุษย์เพียงคนเดียว” เสียงของบุรุษลึกลับกล่าวพลางยิ้มเยาะ “แต่เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการพาเขาไปซ่อนไว้ในปราสาทนั่น จะทำให้เขาปลอดภัยจาก ‘คนของข้า’ ได้ตลอดไป?”
คาลอสเปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นเยียบในทันที เขากระชับอ้อมกอดเซเรนไว้แน่นจนอีกฝ่ายอึดอัด ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ด้วยสายตาที่พร้อมจะสังหารล้างบางทันทีที่อีกฝ่ายขยับตัว
“เจ้าไม่มีสิทธิ์มาเหยียบที่นี่” คาลอสคำรามเบาๆ
คนผู้นั้นเพียงแค่ยิ้มกว้างขึ้น ก่อนจะขยับมือหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า มันคือจี้หยกที่เซเรนเคยทำหายไปเมื่อหลายปีก่อนในวันที่เขาถูกหักหลังและถูกเนรเทศออกจากวิหารเวทมนตร์
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะลืมไปนะว่า เซเรน... ไม่ได้เป็นของเจ้าเพียงผู้เดียวตั้งแต่แรก แต่เขายังเป็น ‘กุญแจสำคัญ’ ที่จะปลดปล่อยพันธนาการที่พวกเจ้าพยายามทำลายทิ้งมาตลอด... เริ่มสั่นแล้วใช่ไหมล่ะ เซเรน? พลังในร่างเจ้าน่ะ”
เซเรนทรุดเข่าลงกับพื้นทันทีเมื่อจี้หยกนั่นส่องแสงประหลาดออกมา ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วเส้นเลือดราวกับถูกเข็มพิษนับพันทิ่มแทง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษาสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างผมในทุกย่างก้าวของตัวละครนะครับ - ไฟเยอร์บลัด
พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 28
ความหึงหวงที่รุนแรง
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!