“เจ้ากำลังวางแผนจะเอาตัวเข้าแลกอีกแล้วใช่ไหม เซเรน?”
น้ำเสียงของคาลอสเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งจากขั้วโลกใต้ แต่มันกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงในยามที่เขาบีบไหล่ของอีกฝ่ายแน่นจนสัมผัสได้ถึงกระดูก เซเรนชะงักฝีเท้าอยู่หน้าแผนที่ยุทธการที่กางอยู่บนโต๊ะหินขรุขระ กลิ่นอายของเวทมนตร์สงครามยังคงอบอวลอยู่ในอากาศภายในห้องโถงบัญชาการที่เงียบงัน
เซเรนไม่หันไปมอง เขาเพียงแค่ถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับตัวแกะมือหนาที่กำลังสั่นเทาของคาลอสออกอย่างนุ่มนวล “ผมไม่ได้เอาตัวเข้าแลก ผมแค่กำลังหาทางปิดผนึกรอยแยกมิติด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด... คาลอส คุณก็รู้ว่านั่นคือสิ่งเดียวที่จะจบสงครามนี้ได้”
“อย่ามาใช้ตรรกะเย็นชานั่นกับข้า!” คาลอสคำรามเสียงต่ำ เขาหมุนตัวเซเรนให้หันมาเผชิญหน้ากัน ดวงตาสีโลหิตของจอมทัพปีศาจผู้เกรียงไกรบัดนี้เต็มไปด้วยความร้าวราน “เจ้าจำไม่ได้หรือไงว่าครั้งก่อนเจ้าเกือบตายไปต่อหน้าข้า? เจ้าคิดว่าข้าจะแบกรับการเห็นเจ้าแหลกสลายไปต่อหน้าต่อตาอีกครั้งได้งั้นหรือ?”
เซเรนเงยหน้าขึ้นมองคนรัก สายตาที่เคยเด็ดเดี่ยวบัดนี้อ่อนแสงลงเล็กน้อย เขาเห็นเงาสะท้อนของความกลัวในดวงตาของบุรุษที่เคยทำลายเมืองทั้งเมืองเพียงเพื่อจะทวงเขาคืนจากกลุ่มกบฏ คาลอสที่แสนสง่างามและไร้ที่ติ บัดนี้กำลังสูญเสียการควบคุมเพียงเพราะความกลัวที่จะสูญเสีย ‘โลกทั้งใบ’ ของเขาไป
“สงครามไม่ใช่เรื่องของการพนันด้วยชีวิตครับคาลอส” เซเรนเอ่ยเสียงแผ่ว พลางยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าคมสันของอีกฝ่าย “ถ้าผมไม่ทำ แล้วใครจะทำ? คุณอยากให้ทหารคนอื่นต้องสังเวยชีวิตมากกว่านี้งั้นหรือ?”
“ข้าไม่สน!” คาลอสสวนกลับทันควัน เขาคว้าเอวบางของเซเรนดึงเข้าหาตัวจนไร้ระยะห่าง อ้อมกอดนั้นรัดแน่นจนเหมือนต้องการจะฝังเซเรนเข้าไปในร่างกายของเขา “ถ้าโลกนี้ต้องล่มสลายเพราะข้าไม่สามารถปกป้องเจ้าได้ ข้าก็จะปล่อยให้มันพินาศไปเสียเดี๋ยวนี้ ข้าไม่สนตรรกะแห่งเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ หรือภาระหน้าที่บ้าบออะไรนั่น... สิ่งเดียวที่ข้าต้องการคือการมีเจ้าอยู่เคียงข้าง ไม่ใช่เพียงแค่ร่องรอยของเวทมนตร์บนหลุมศพ!”
คำพูดนั้นหนักแน่นราวกับค้อนเหล็ก เซเรนรับรู้ได้ถึงความคลั่งไคล้ที่ซ่อนอยู่ในคำว่า ‘ความหวงแหน’ ของคาลอส มันไม่ใช่แค่ความรัก แต่มันคือความหมกมุ่นที่น่าสะพรึงกลัว แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะโหยหาความอบอุ่นที่บิดเบี้ยวนี้นัก
“คุณกำลังกลัว...” เซเรนพึมพำ
“ข้าไม่ได้กลัวความตาย” คาลอสกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้ขนอ่อนของเซเรนลุกชัน “ข้ากลัวเสียงลมหายใจของเจ้าที่ค่อยๆ แผ่วลงในอ้อมแขนของข้า... ข้ากลัวการตื่นมาในโลกที่ไม่มีเจ้า ข้ากลัวแม้กระทั่งเงาของตัวเองที่เผลอปล่อยให้เจ้าได้รับบาดเจ็บแม้เพียงปลายนิ้ว”
บรรยากาศในห้องเงียบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งสอง คาลอสค่อยๆ คลายอ้อมกอดออกเพียงเล็กน้อยเพื่อให้มองเห็นดวงตาของเซเรนชัดเจน เขาสัมผัสได้ว่าภายในส่วนลึกของเซเรนยังมีปมแห่งการถูกทรยศฝังรากลึกอยู่ ซึ่งนั่นทำให้เขาโกรธแค้นศัตรูที่บังอาจทำให้คนรักของเขาต้องมีบาดแผลในใจ แต่ความโกรธนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเศร้า เมื่อเขารู้ดีว่าเซเรนพร้อมจะเสียสละตัวเองเพื่อหลบหนีจาก ‘ความเจ็บปวด’ โดยการจบชีวิตตัวเองในสมรภูมิ
“เซเรน... มองข้า” คาลอสบังคับให้ดวงตาของทั้งคู่ประสานกัน “ถ้าเจ้าก้าวออกไปในสนามรบนั่นด้วยความคิดที่จะเสียสละตัวเอง ข้าจะสาปแช่งทุกอย่างที่เจ้าพยายามจะปกป้องเสียให้สิ้นซาก ข้าจะทำให้โลกนี้กลายเป็นทะเลเลือดที่ไม่เหลือแม้แต่หญ้าสักต้น เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดใช่ไหม?”
นั่นไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือคำสัญญาของจอมทัพที่อำมหิตที่สุด เซเรนรู้ดีว่าคาลอสทำได้จริง เขาจะทำลายทุกอย่างที่เขารักเพื่อไม่ให้คนรักของเขาต้องจากไปโดยลำพัง
“คุณมันบ้า” เซเรนยิ้มออกมาทั้งน้ำตา แต่มันเป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักล้นปรี่ “คุณมันปีศาจที่เอาแต่ใจที่สุดเท่าที่ผมเคยพบมาเลย”
“สำหรับเจ้า ข้าจะเป็นอะไรก็ได้” คาลอสจุมพิตที่หน้าผากของเซเรนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรสจูบที่ร้อนแรงและดุดันราวกับการตีตราจอง เขาเม้มริมฝีปากของเซเรนเหมือนจะย้ำเตือนว่าคนคนนี้เป็นสมบัติของเขาเพียงผู้เดียว และไม่มีวันยอมให้โชคชะตามาพรากไปได้
แต่ในจังหวะที่เซเรนกำลังหลอมละลายไปกับความอบอุ่นที่แฝงไปด้วยความหวงแหนนั้น บรรยากาศรอบข้างพลันเปลี่ยนไป กลิ่นอายของเวทมนตร์ต้องห้ามที่คุ้นเคยพุ่งทะลุเข้ามาในห้องโถงบัญชาการจนทำให้อักขระป้องกันภัยที่คาลอสสร้างไว้ร้าวฉาน
คาลอสผละออกทันที สัญชาตญาณนักรบของเขาพุ่งสูงถึงขีดสุด เขาผลักเซเรนไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณพร้อมกับเรียกดาบปีศาจสีนิลออกมาถือไว้ในมือ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตูห้องโถง ก่อนที่บานประตูยักษ์จะพังทลายลงด้วยแรงกระแทกที่ไม่ใช่เวทมนตร์ของศัตรูที่พวกเขารอรับมือ
ร่างของบุคคลที่ควรจะตายไปแล้วในสงครามครั้งก่อนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว ใบหน้าของเขาคือคนเดียวกับที่เคยทรยศเซเรนจนเกือบทำให้เขาเสียชีวิตในอดีต แสงสีม่วงดำจากมือของชายคนนั้นแผ่ซ่านไปทั่วห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
“คาลอส... จอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเด็กคนนี้สินะ?” ชายแปลกหน้ากล่าวพลางแสยะยิ้ม “น่าเสียดายที่ความรักของแก... มันกำลังจะนำพาความตายมาสู่ทุกคนที่แกอยากปกป้อง!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดตอนนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ - ไฟเยอร์บลัด
พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 24
ความกลัวที่ซ่อนเร้น
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!