"หากเจ้ายังกะเกณฑ์แรงอัดเวทให้เป็นจังหวะการเต้นของหัวใจไม่ได้ อีกไม่กี่อึดใจ ร่างกายของเจ้าจะกลายเป็นเพียงเศษฝุ่นผงจากผลสะท้อนกลับของพลังที่ไร้จุดยึดเหนี่ยว"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของคาลอสแทรกผ่านเสียงหวีดหวิวของมวลอากาศที่กำลังบิดเบี้ยวรอบตัวเซเรน เขาไม่ได้เพียงแค่ยืนเฝ้ามอง แต่เขากำลังกางอาณาเขตเวทสีนิลเพื่อปิดกั้นไม่ให้พลังมหาศาลที่ระเบิดออกมาจากตัวนายเอกทำลายห้องฝึกต้องสาปนี้จนราบคาบ
เซเรนหอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อเม็ดโตไหลรินผ่านกรอบหน้าคมคาย ผิวพรรณที่เคยเรียบเนียนบัดนี้มีเส้นสายของอักขระเวทสีทองส่องประกายเรืองรองสลับกับสีดำมืดมิด มือเรียวสั่นเทาขณะพยายามกำรอบคทาที่กำลังสั่นสะท้านราวกับจะระเบิด
"ข้า...ข้าพยายามแล้ว คาลอส!" เซเรนเค้นเสียงตอบผ่านไรฟัน ดวงตาคู่สวยบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีอำพันที่ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งพลังเวทที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของมนุษย์ไปไกลโข
"พยายามไม่ใช่คำตอบ เซเรน" คาลอสขยับกายเข้าใกล้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการมองเห็น มือหนาที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลังของจอมทัพปีศาจเอื้อมมาคว้ามือของเซเรนไว้แน่น ไอเย็นเยียบจากกายของเขาปะทะกับความร้อนแรงจากร่างกายของนายเอกจนเกิดเสียงดังซ่าราวกับน้ำหยดบนเหล็กแดง "เจ้าต้อง 'เป็นหนึ่ง' กับมัน อย่าขัดขืนกระแสพลัง แต่นำทางมันด้วยเจตจำนงของเจ้า... เพราะถ้าเจ้าแพ้ ข้าจะไม่มีวันยอมปล่อยให้เจ้าจากไป แม้แต่ในความตาย ข้าก็จะฉุดกระชากวิญญาณเจ้ากลับมาอยู่ข้างกายข้าตลอดกาล"
คำพูดนั้นไม่ได้ฟังดูเหมือนการขู่ แต่เป็นคำประกาศสิทธิ์ที่เข้มข้นจนน่าขนลุก เซเรนรับรู้ได้ถึงความคลั่งไคล้ที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงนั้น แต่มันกลับเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขามีสติท่ามกลางพายุพลังที่กำลังฉีกกระชากเส้นประสาท
เซเรนหลับตาลง ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อมองเห็นกระแสพลังภายในที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนัง เขาจินตนาการว่าพลังเวทเหล่านั้นคือกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก การต่อต้านมีแต่จะทำให้เขื่อนพังทลาย แต่การน้อมรับและกำหนดทิศทางใหม่ต่างหากคือหนทางสู่ความสำเร็จ
*ฟึ่บ!*
เสียงของอากาศที่ถูกอัดกระแทกจนสลายตัวดังขึ้นฉับพลัน บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทลงทันใด พลังเวทที่เคยรั่วไหลอย่างไร้ทิศทางถูกบีบอัดจนกลายเป็นวงแหวนแสงสีทองสว่างไสวอยู่รอบฝ่ามือของเซเรน มันไม่ใช่พลังเวทบริสุทธิ์แบบที่เขาเคยใช้ แต่มันคือพลังที่ผสมผสานกลิ่นอายความมืดของคาลอสเข้ากับพลังอัจฉริยะในตัวเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เซเรนลืมตาขึ้น นัยน์ตาคู่นั้นกวาดมองคทาในมือที่หยุดสั่นไหว เขาเพิ่งก้าวข้ามขีดจำกัดที่คนทั้งโลกบอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เขาทำได้แล้ว
"เจ้าทำได้ยอดเยี่ยม..." คาลอสพึมพำชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอของเซเรน มือหนายังคงโอบกระชับเอวบางไว้แน่น ราวกับจะประกาศว่าไม่ว่าพลังที่ได้มานี้จะสูงส่งเพียงใด เขาก็ยังคงเป็นเจ้าของทุกตารางนิ้วของร่างกายนี้อยู่ดี
เซเรนยังไม่ทันได้เอ่ยปากขานรับ บรรยากาศภายในห้องฝึกที่เคยเงียบสงบพลันถูกสั่นคลอนด้วยแรงกดดันมหาศาลจากภายนอก ประตูหินบานยักษ์ที่ลงอาคมแน่นหนาถูกกระแทกจนร้าวเป็นทางยาว ก่อนที่กลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะอิดสะเอียนจะแทรกซึมเข้ามา
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าประตู รอยยิ้มเยือกเย็นที่เซเรนเคยเห็นในความฝันร้ายบ่อยครั้งฉายชัดอยู่บนใบหน้าของผู้มาเยือน
"ดูเหมือนว่า 'ของเล่น' ชิ้นโปรดของข้า จะค้นพบพลังที่น่าสนใจเข้าแล้วสินะ... เซเรน เจ้าคงไม่คิดว่าตัวเองจะถูกขังอยู่ในกรงทองของปีศาจตนนี้ไปได้ตลอดหรอกใช่ไหม?"
คาลอสชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มที่ดูดุดันกว่าทุกครั้ง เขาขยับตัวมาบังร่างของเซเรนไว้เบื้องหลังอย่างปกป้อง สายตาจ้องเขม็งไปยังบุคคลที่ก้าวเข้ามาใหม่ด้วยความอาฆาตที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุณ
"เจ้ากล้าดีอย่างไรที่เหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตของข้า..." คาลอสเอ่ยเสียงเรียบแต่ก้องกังวานด้วยจิตสังหาร "ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะปรากฏตัวมาถึงที่นี่... ก็อย่าหวังจะได้ออกไปทั้งที่ยังมีลมหายใจเลย"
เซเรนกำคทาในมือแน่น ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อรับรู้ว่าศึกครั้งนี้ไม่ใช่แค่การฝึกพลัง แต่มันคือการเผชิญหน้ากับอดีตที่เขาพยายามหนีมาตลอดชีวิต
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเซเรนและคาลอสมาจนถึงตอนนี้นะครับ ไฟเยอร์บลัดจะรังสรรค์เรื่องราวให้เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมในตอนถัดไปแน่นอนครับ
พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 35
การฝึกใช้พลังใหม่
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!