พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 36

จดหมายจากนครหลวง

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบเลือดเก่าแก่คละคลุ้งอยู่ในหอคอยบัญชาการ แสงสีม่วงอมฟ้าจากผลึกมานาส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเซเรนจนเกิดเงาดำทอดยาว เขาไม่ได้ขยับเขยื้อนมาเนิ่นนานนับชั่วโมง ปลายนิ้วเรียวยังคงกำคทาประจำตัวแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ความเย็นเยือกจากด้ามคทาไม่ได้กัดกินแค่ผิวเนื้อ แต่มันกำลังแทรกซึมลึกถึงขั้วหัวใจ ย้ำเตือนถึงความจริงที่ว่าอดีตที่เขาพยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิต... กำลังไล่ตามมาทันแล้ว "กษัตริย์องค์ปัจจุบันไม่ได้ส่งทูตมาเจรจา... แต่ทรงส่ง 'คำประกาศิต' มาต่างหาก" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คาลอส ก้าวเท้าพ้นจากเงาอัปมงคลเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำสนิทแฝงไปด้วยกลิ่นอายอันตราย ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังบางของคนตรงหน้าด้วยความห่วงใยที่ซ่อนภายใต้ความเยือกเย็น ทว่าทันทีที่คาลอสเห็นรอยสั่นเทาเล็กๆ ที่หัวไหล่ของเซเรน ความนิ่งงันดุจหินผาก็พังทลายลงในเสี้ยววินาที จอมทัพปีศาจก้าวเข้าประชิดตัวในพริบตาเดียว วงแขนแข็งแกร่งดึงรั้งร่างของเซเรนเข้าหาแผ่นอกกว้างอย่างถือวิสาสะ แต่มันเต็มไปด้วยความทะนุถนอมราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายคามือ คาลอสกดจูบลงบนขมับชื้นเหงื่อแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นและคุ้นเคยช่วยดึงสติของเซเรนกลับมาจากห้วงความคิดอันดำมืด "เจ้ากำลังทำร้ายตัวเองอีกแล้ว เซเรน" คาลอสกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความขุ่นเคืองระคนห่วงใย "ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าบัลลังก์เน่าเฟะพวกนั้น... ไม่มีค่าพอให้เจ้านึกถึงด้วยซ้ำ" "ท่านคาลอส..." เซเรนเปล่งเสียงออกมาแหบพร่า ดวงตาสีไพลินที่เคยฉายแววเด็ดเดี่ยวไหวระริกยามเงยหน้าขึ้นสบตา "ท่านไม่เข้าใจ... มันไม่ใช่แค่เรื่องของบัลลังก์ ตราประทับที่สลักอยู่บนจดหมายฉบับนี้ มันคือเวทมนตร์เลือดของราชวงศ์ที่ผูกพันกับวิญญาณของข้าตั้งแต่เกิด ข้าหนีพวกเขาไม่พ้นหรอก ต่อให้หนีไปสุดขอบโลกก็ตาม" บนโต๊ะหินอ่อนเบื้องหน้า วัตถุชิ้นเดียวที่ถูกวางทิ้งไว้คือจดหมายผนึกด้วยครั่งสีชาดตราประทับรูปมงกุฎหนาม—สัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุดของนครหลวงที่เซเรนเคยเรียกว่าบ้าน และเป็นสถานที่เดียวกันกับที่เกือบพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา คาลอสก้มมองซองจดหมายนั้นด้วยแววตาดดูแคลน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว "อำนาจของพวกมันเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของคำสาปที่ข้าเคยเหยียบย่ำ หากพวกมันกล้าส่งสาส์นท้าทายมายังอาณาเขตของข้า แสดงว่าเดรัจฉานพวกนั้นยังไม่รู้จักความตายที่แท้จริง" "ถ้าเราไม่ไป... พวกมันจะส่งกองกำลังกวาดล้างหมู่บ้านชายแดน" เซเรนขัดขึ้นทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงความเด็ดเดี่ยว "ข้ารู้จักนิสัยของเสด็จอาดี... พระองค์ยอมเผาทั้งอาณาจักรให้เป็นจุล ดีกว่าปล่อยให้คนทรยศอย่างข้าใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุข" "ปล่อยให้มันเผาไปสิ!" คาลอสคำรามต่ำในลำคอ ดวงตาสีแดงฉานวับวาวด้วยความคลุ้มคลั่ง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวที่ถือคทาไว้ บีบมันจนเซเรนต้องนิหน้าด้วยความเจ็บ "เจ้าคิดว่าข้าสนใจชีวิตของพวกมันหรือไง เซเรน? โลกใบนี้ อาณาจักรพวกนั้น หรือแม้แต่สวรรค์บ้าบอคอแตก... หากมันบังaniอาจทำให้เจ้าร้องไห้หรือหวาดกลัว ข้าจะกวาดล้างพวกมันให้ราบเป็นหน้ากลอง ไม่เว้นแม้แต่เศษฝุ่น!" ความคลั่งรักและหวงแหนที่ระเบิดออกมาจากตัวของคาลอสทำให้หัวใจของเซเรนกระตุกวูบ ความหวาดกลัวต่ออดีตถูกแทนที่ด้วยความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านเข้ามาในทรวงอก ผู้ชายคนนี้... ยอมเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกเพื่อปกป้องเขาคนเดียว เซเรนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา นิ้วเรียวเอื้อมไปแตะทับมือของคาลอสที่กุมมือตนไว้ "ท่านคาลอส ใจเย็นก่อนครับ... ข้าไม่ได้กลัวตาย และไม่ได้กลัวที่จะกลับไปเผชิญหน้ากับพวกมัน แต่ข้าแค้น... แค้นจนอยากจะทวงคืนทุกอย่างที่พวกมันพรากไปจากมือของข้าด้วยตัวของข้าเอง" คาลอสชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคนี้ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความอันตรายแต่น่าหลงใหลอย่างไร้ที่ติ "เช่นนั้นหรือ..." คาลอสโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมฝีปากนุ่มจนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกัน "ถ้าเจ้าต้องการจะทวงคืน ข้าก็จะถวายกองทัพปีศาจทั้งหมดให้เป็นอาวุธในมือของเจ้า อยากจะเหยียบย่ำบัลลังก์นั้นให้แหลกคามือ หรืออยากจะให้ข้าหิ้วหัวกษัตริย์องค์นั้นมาโยนแทบเท้าเจ้าเป็นเครื่องสังเวย... ขอแค่เจ้าเอ่ยปากคำเดียว เซเรน" เซเรนมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ไร้ซึ่งความลังเลใจใดๆ อีกต่อไป เขายกมือขึ้นปลดผนึกจดหมายด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าแววตาเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งการแก้แค้น กระดาษแผ่นเก่าถูกกางออก แสงสีฟ้าจากผลึกมานาสาดส่องลงบนตัวอักษรลายมือหวัดตึงที่เขียนด้วยหมึกผสมเลือดสดๆ *‘ถึง เจ้าชายผู้ไร้แผ่นดิน... ถึงเวลาที่สุนัขจนตรอกจะต้องกลับมาคลานเข่ารับโทษทัณฑ์ ณ ท้องพระโรงแห่งนครหลวงแล้ว หากเจ้าไม่มาภายในเจ็ดวัน ศพของคนที่เจ้าเคยรักที่สุดในเขตชายแดน จะถูกแขวนประจานไว้ที่กำแพงเมืองให้แร้งกาได้ทึ้งกิน’* สิ้นเสียงอ่านในใจของเซเรน อุณหภูมิภายในหอคอยก็ลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามผนังหิน คาลอสขมวดคิ้วมุ่น รังสีอำมหิตแผ่กระจายจนผลึกมานาสเตเบิลแตกละเอียดเป็นผุยผง ทว่า ก่อนที่คาลอสจะทันได้เอ่ยคำสั่งเคลื่อนทัพทำลายล้าง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับร่างของเงาลาดตระเวนที่พุ่งเข้ามาคุกเข่าด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าของทหารปีศาจตนนั้นซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย "นายท่าน... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ทหารปีศาจละล่ำละลักรายงาน "ม่านพลังเขตแดนรอบปราสาทถูกเจาะทะลวง... และ... และสิ่งนั้นกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่" เซเรนขมวดคิ้ว "สิ่งนั้นคืออะไร?" ทหารปีศาจกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ธงประจำราชวงศ์... ธงทัพหลวงของนครหลวง ส่งตัวแทนมาเยือนถึงหน้าประตูแล้วครับ... และผู้นำสารในครั้งนี้ ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือองค์ชายรัชทายาท ผู้เป็น 'พี่ชายแท้ๆ' ของท่านเซเรนเองครับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%