“ถ้าท่านพี่มาเพื่อจะพาตัวข้ากลับไป... ข้าเกรงว่าท่านคงต้องก้าวข้ามศพของคนทั้งปราสาทไปก่อน แม้แต่เลือดหยดเดียวของเซเรน ท่านก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง”
เสียงทุ้มต่ำของคาลอสเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่กดทับบรรยากาศในโถงรับรองจนหนักอึ้ง เขาไม่ได้ตะคอก แต่น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งจากขุมนรก ดวงตาสีโลหิตที่เคยอ่อนโยนยามมองคนรัก บัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่ยากจะระงับ
เซเรนที่ยืนอยู่ข้างกายเขา สัมผัสได้ถึงไอเวทที่ปั่นป่วนรอบตัวชายหนุ่ม มือเรียวบางตัดสินใจเอื้อมไปกุมมือหนาที่กำหมัดแน่นนั้นไว้ แรงบีบเบาๆ จากเซเรนทำให้คาลอสชะงัก ลมหายใจที่หอบถี่ค่อยๆ ผ่อนลง เขาสบตากับคนตัวเล็กกว่า ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วราวกับหน้ากากที่ถอดออกและสวมใหม่
“ไปพักเถอะครับเซเรน... ที่นี่ไม่มีที่สำหรับความโสมมจากพวกที่อ้างตัวว่าสูงส่ง” คาลอสเอ่ยพร้อมกับดึงตัวเซเรนให้เดินห่างออกมาจากห้องโถงหลักทันที
เขานำเซเรนมายังระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นทิวทัศน์ของหุบเขาปีศาจท่ามกลางแสงสลัวของดวงจันทร์สีเลือด ในยามนี้ คาลอสเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความนุ่มนวลที่เขาสงวนไว้ให้เซเรนเพียงผู้เดียว
คาลอสช้อนตัวเซเรนขึ้นนั่งบนขอบระเบียงหินอ่อน ก่อนจะแทรกตัวเข้าไประหว่างขาของคนตัวเล็ก เขาโน้มตัวลงซบหน้ากับหน้าท้องแบนราบของอีกฝ่าย ถอนหายใจยาวราวกับต้องการถ่ายเทความเหนื่อยล้าทั้งหมดที่มี
“ท่านกลัวหรือครับ?” เซเรนถามเบาๆ พลางใช้นิ้วเรียวสางผมสีดำสนิทของจอมทัพผู้โหดเหี้ยม
“ผมกลัวแค่เรื่องเดียว... กลัวว่าพวกเขาจะพรากคุณไปจากอ้อมกอดของผม” คาลอสเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีโลหิตคู่นั้นสั่นระริกด้วยความเปราะบางที่ไม่มีใครเคยได้เห็น “คุณเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมยังอยากเป็นมนุษย์... ทั้งที่เนื้อแท้ผมเป็นเพียงปีศาจที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางทางเรา”
คาลอสค่อยๆ ประคองใบหน้าของเซเรนขึ้นมา นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ริมฝีปากนุ่มอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายไปหากเขาใช้แรงมากไปกว่านี้ สัมผัสของเขาเปลี่ยนจากความดิบเถื่อนเป็นการปรนเปรอที่แฝงไปด้วยความคลั่งรัก เขาจูบซับที่เปลือกตา หน้าผาก และแก้มเนียนอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหยุดลงที่ลำคอระหง กลิ่นอายเวทมนตร์สะอาดบริสุทธิ์ของเซเรนทำให้ปีศาจเช่นเขาแทบคลุ้มคลั่งด้วยความหลงใหล
“เซเรน... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าได้มอบหัวใจให้ใครนอกจากผม” คาลอสกระซิบชิดใบหู เสียงแหบพร่า “แม้แต่พี่ชายแท้ๆ ของคุณ เขาก็ไม่มีวันเข้าใจความรักที่ผมมีให้คุณได้เท่ากับที่ผมเป็น”
“คาลอส... ท่านก็รู้ว่าใจของข้าเป็นของใครมาตลอด” เซเรนโอบรอบคอชายหนุ่มแน่นขึ้น กระซิบตอบด้วยความซื่อตรง “ต่อให้โลกทั้งใบจะมองว่าท่านคือปีศาจ แต่ในสายตาข้า... ท่านคือคนเดียวที่ให้ความอบอุ่นแก่ข้าได้ในยามที่ข้าแตกสลาย”
บรรยากาศหวานซึ้งถูกห้อมล้อมด้วยไอเวทที่อบอุ่น คาลอสประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากของเซเรนอย่างอ่อนโยนแต่ลึกซึ้ง มันเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้สึกที่ไม่มีคำพูดใดบรรยายได้ ทั้งคู่จมดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์แห่งการพักผ่อน ท่ามกลางความวุ่นวายที่รออยู่นอกประตู ปราสาทแห่งนี้กลายเป็นเพียงสถานที่เดียวในโลกที่พวกเขาสามารถเป็นแค่ 'ของกันและกัน' ได้อย่างแท้จริง
ทว่า... ความเงียบสงบกลับถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของอัศวินองครักษ์ดังขึ้นหน้าห้องพักอย่างรีบร้อน ก่อนจะหยุดลงแล้วตามด้วยเสียงเคาะประตูที่รัวเร็วและไร้มารยาทอย่างที่สุด
“ฝ่าบาท! ขออภัยที่ต้องรบกวนเวลาพักผ่อน... แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วครับ!” เสียงขององครักษ์สั่นเครือจนน่าใจหาย “ทูตจากนครหลวงไม่ได้มาเพียงแค่คนเดียว... ท่านรัชทายาททรงนำ 'ตราประทับแห่งเทพธิดา' มาด้วย... และในขณะนี้ เขากำลังประกาศกร้าวต่อหน้าทหารทุกนายว่า... เขาได้รับบัญชาการโดยตรงจากเบื้องบนให้ทำการ 'ชำระล้าง' ปราสาทแห่งนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง หากท่านไม่ยอมส่งตัวท่านเซเรนออกมาภายในเวลาหนึ่งชั่วยาม!”
คาลอสผละออกจากเซเรนช้าๆ ดวงตาสีโลหิตที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับกลายเป็นสีดำมืดมิดไร้ก้นบึ้ง เขาหันไปมองประตูห้องด้วยแววตาที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า มือของเขาบีบแน่นจนหินอ่อนที่ขอบระเบียงร้าวเป็นทางยาว
เซเรนที่เห็นดังนั้นก็ตัวแข็งทื่อ 'ตราประทับแห่งเทพธิดา' คือสิ่งเดียวที่สามารถระงับพลังเวทของจอมทัพปีศาจได้ และหากพี่ชายของเขามาพร้อมกับสิ่งนั้น... นั่นหมายความว่านี่ไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นการประกาศสงครามล้างเผ่าพันธุ์!
คาลอสเหยียดยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ก่อนจะหันมามองเซเรนด้วยสายตาที่ทำให้คนมองรู้สึกหวาดหวั่นไปถึงวิญญาณ “ดูเหมือนว่าพี่ชายที่แสนดีของคุณ... จะอยากลองดีกับปีศาจที่กำลังหวงของรักเสียแล้วนะครับเซเรน”
เขาหยิบดาบเวทมนตร์ประจำกายขึ้นมาควงหมุนด้วยความชำนาญ ก่อนจะก้าวเท้าออกจากระเบียงมุ่งหน้าสู่โถงรับรอง โดยทิ้งท้ายประโยคที่ทำให้เซเรนถึงกับลมหายใจสะดุด
“ในเมื่อเขาอยากได้ตัวคุณนัก... ผมก็จะแสดงให้เขาเห็นว่า ต่อให้ต้องสังหารเทพธิดาหรือพังทลายสวรรค์ลงมา... ผมก็จะไม่มีวันปล่อยมือจากคุณเด็ดขาด... เตรียมตัวเถอะครับที่รัก... คืนนี้เลือดจะนองจนถึงสรวงสวรรค์”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านการเดินทางของพวกเขาทั้งสองคนนะครับ... ไฟเยอร์บลัดจะรอนำพาความเข้มข้นมาเสิร์ฟให้ในตอนถัดไปครับ
พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 37
คาลอสผู้อ่อนโยน
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!