พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 20

ข่าวลือในเมืองหลวง

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
"คนอย่างมันน่ะหรือที่พวกขุนนางยกย่องว่าสูงส่ง? หึ... ฉันได้ยินมาว่าที่เมืองชายแดน โคลนตมยังสะอาดกว่าความประพฤติของมันเสียอีก" เสียงกระซิบกระซาบที่ดังมาจากโต๊ะมุมมืดในร้านน้ำชาหรูหรากลางเมืองหลวง ไม่ได้เบาบางไปกว่าเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ยืนฟังอยู่หลังม่านกำมะหยี่สีแดงสด เซเรนยืนนิ่งสนิท ดวงตาสีฟ้าครามดั่งมหาสมุทรสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น ทว่านิ้วเรียวที่เกาะขอบหน้าต่างกลับจิกเกร็งจนผิวซีดเผือด "อย่าพูดดังไปสิ" อีกเสียงหนึ่งตอบกลับด้วยความระแวง "คนของจอมทัพคาลอสเดินตรวจตราอยู่ทั่วเมือง ใครที่กล้าแตะต้องเซเรนโดยไม่มีหลักฐาน อาจต้องจบชีวิตลงในคุกใต้ดินก่อนจะได้เห็นแสงตะวันพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ" "ใครจะสนกันล่ะ? ในเมื่อข่าวลือมันแพร่ไปไกลถึงหูท่านดุ๊กแล้ว ว่าเซเรนผู้นี้ไม่ได้เก่งกาจด้วยวิชาเวทมนตร์อย่างที่ใครเขาว่า แต่ใช้ 'วิชาเสน่ห์' ล่อลวงจอมทัพผู้เยือกเย็นให้หลงมัวเมาจนโงหัวไม่ขึ้น... คิดดูเถอะ จอมทัพปีศาจผู้ไม่เคยก้มหัวให้ใคร กลับยอมสยบให้คนเนรเทศเพียงคนเดียว มันจะเป็นอะไรไปได้ถ้าไม่ใช่มนต์ดำ?" เซเรนหลับตาลงช้าๆ พยายามระงับความสั่นไหวในอก ความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกทรยศในอดีตเริ่มวนกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้มีเพียงความเหงา มันมีความโกรธแค้นที่ถูกพ่นสีใส่ชื่อเสียงของเขาจนแปดเปื้อน "ดูเหมือนพวกเขาจะมีความสุขกับการสร้างนิทานพื้นบ้านเกี่ยวกับเราเหลือเกินนะ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นร้อนที่พาดผ่านเอวสอบ คาลอสปรากฏตัวขึ้นเงียบเชียบราวกับเงามืด เขารั้งร่างบางเข้าหาตัวจนแผ่นหลังของเซเรนแนบชิดกับอกแกร่ง กลิ่นอายของความตายและกลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาที่เป็นเอกลักษณ์ของชายผู้นี้ทำให้อากาศรอบตัวเซเรนหนักอึ้งขึ้นทันที "ท่านคาลอส... ท่านควรจะอยู่ในการประชุมกองทัพไม่ใช่หรือครับ" เซเรนเอ่ยถามโดยไม่หันไปมอง แววตาของเขายังคงจดจ้องไปยังภาพความวุ่นวายเบื้องล่างของเมืองหลวง "การประชุมที่ไร้สาระนั่นน่ะหรือ? สู้มาฟังหนอนแมลงพวกนี้พ่นพิษใส่คนของข้าไม่ได้หรอก" คาลอสกดจูบลงบนขมับของเซเรนอย่างถือสิทธิ์ มือหนาเลื่อนขึ้นไปลูบไล้กรอบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความทะนุถนอม ราวกับกำลังสัมผัสสมบัติล้ำค่าที่สุดในจักรวาล "เจ้าโกรธหรือ?" "ผมไม่ได้โกรธ..." เซเรนตอบเสียงเรียบ "ผมแค่รู้สึกว่าชื่อของผมในตอนนี้ ช่างน่ารังเกียจสำหรับคนพวกนี้เหลือเกิน ทั้งที่พวกเขายังไม่เคยรู้จักผมจริงๆ ด้วยซ้ำ" คาลอสหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนเซเรนสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมาเบาๆ จากคนรัก "ความจริงน่ะหรือ? ความจริงเป็นเรื่องของคนมีอำนาจต่างหากเซเรน ถ้าพวกเขาอยากให้เจ้าเป็นปีศาจ ข้าก็จะเปลี่ยนให้เจ้าเป็นปีศาจที่สง่างามที่สุดจนโลกต้องสั่นสะท้าน และถ้าพวกเขาอยากให้เจ้าเป็นคนบาป... ข้าจะถือศีลข้อที่ว่า 'ข้าจะสังหารทุกคนที่ทำให้เจ้าต้องมีน้ำตา' แทนเจ้าเอง" "ท่านจะฆ่าทุกคนที่พูดถึงผมไม่ได้นะครับคาลอส นั่นจะทำให้ท่านกลายเป็นศัตรูของคนทั้งอาณาจักร" เซเรนหันกลับมาสบตาสีแดงฉานดุจโลหิตของอีกฝ่าย ในดวงตานั้นไม่มีความลังเล มีเพียงความคลั่งรักที่บ้าคลั่งจนน่าใจหาย "ให้เป็นสิ" คาลอสโน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบชิดกัน "อาณาจักรนี้จะเป็นอะไรไป หากเทียบกับเศษเสี้ยวความรู้สึกของเจ้าเพียงเล็กน้อย ข้าไม่สนหรอกว่าใครจะเรียกข้าว่าอะไร แต่ถ้าใครกล้าเปื้อนชื่อของเจ้าแม้เพียงนิด... เลือดของพวกมันก็ไม่สมควรจะไหลเวียนอยู่ในร่างกายนี้อีกต่อไป" เซเรนจ้องมองเข้าไปในดวงตาของจอมทัพปีศาจ เขาเห็นความมืดมิดที่โอบล้อมตัวเองเอาไว้ ทุกการกระทำ ทุกการตัดสินใจของคาลอสล้วนมีเขาเป็นศูนย์กลาง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาหวั่นไหวที่สุด ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่แสนหวาน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารองครักษ์ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพักรับรอง ประตูไม้โอ๊กหนาหนักถูกผลักออกโดยไม่มีการขออนุญาต "ท่านจอมทัพ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ศาลากลางแล้วครับ!" ทหารหนุ่มรีบรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "มีคนนำหลักฐานเท็จชุดใหม่มาแสดงต่อหน้าเหล่าสภาสูง... พวกเขาอ้างว่าพบ 'บันทึกต้องห้าม' ที่เซเรนเคยเขียนไว้สมัยที่ยังเป็นอัจฉริยะเวทมนตร์แห่งหอคอยขาว... บันทึกที่ว่าด้วยการดึงพลังชีวิตจากผู้อื่นเพื่อสร้างความเป็นอมตะ!" เซเรนเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วสันหลัง บันทึกนั่น... เขาทำลายมันไปตั้งแต่วันที่ถูกเนรเทศแล้ว! คาลอสไม่ได้มีท่าทีตกใจ เขายังคงประคองกอดเซเรนไว้แน่น แต่ในมือของเขากลับปรากฏดาบปีศาจเล่มยักษ์ขึ้นมาในอากาศเพียงพริบตา เขายิ้ม... รอยยิ้มที่ทำให้คนทั้งห้องต้องก้มหน้าหลบด้วยความหวาดกลัว "เรื่องสนุกเริ่มขึ้นแล้วสินะ" คาลอสกระซิบข้างหูเซเรน "เตรียมตัวให้พร้อมยอดรักของข้า เพราะคืนนี้... เมืองหลวงแห่งนี้จะถูกอาบไปด้วยเลือดของผู้ที่บังอาจใส่ร้ายเจ้า" เขาหันไปมองทหารที่รายงานด้วยสายตาที่ทำให้คนฟังใจสั่นสะท้าน "ไปบอกพวกสภาสูง ว่าข้าจะไปที่นั่นด้วยตัวเอง และถ้าบันทึกนั่นคือของจริง ข้าจะใช้มันเผาอาณาจักรนี้ให้ราบเป็นหน้ากลองภายในค่ำคืนนี้เอง" ท่ามกลางความสับสนและความหวาดกลัว เซเรนสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าต่างห้องพัก... มีเงาสีดำตะคุ่มยืนอยู่บนยอดหอคอยฝั่งตรงข้าม ร่างนั้นกำลังจ้องมองมาที่เขา พร้อมกับชู 'บันทึก' เล่มที่ควรจะสูญหายไปแล้วขึ้นมา... แล้วฉีกหน้ากระดาษแผ่นหนึ่งทิ้งลงมายังเบื้องล่าง! ความลับที่ไม่มีใครควรล่วงรู้กำลังจะถูกเปิดเผย และหายนะที่คาลอสพยายามปกป้องเขากำลังจะเริ่มต้นขึ้นจากจุดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ไฟเยอร์บลัด
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%