พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 17

การรักษาด้วยใจ

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
“เจ้าคิดว่าอำนาจที่ข้าครอบครองอยู่... จะทำลายเจ้าไม่ได้งั้นหรือ เซเรน?” เสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ไม่ได้มาจากลำคอของมนุษย์ปกติ แต่มันคือเสียงคำรามที่แฝงไปด้วยกระแสเวทมนตร์แห่งหายนะ คาลอสยืนตระหง่านอยู่กลางโถงปราสาทที่บิดเบี้ยว ดวงตาที่เคยเป็นสีน้ำเงินเข้มดั่งท้องทะเลลึกบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิตสด เส้นเลือดสีดำปูดโปนขึ้นตามกรอบหน้าคมคายราวกับรากไม้ที่พยายามกัดกินร่างกายนายทหารผู้ยิ่งใหญ่ เซเรนยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของเขาติดขัดเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่หนักอึ้งจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ทุกย่างก้าวที่คาลอสขยับเข้าหา พื้นหินอ่อนใต้เท้าของเขาก็แตกร้าวราวกับรองรับแรงกดดันจากอำนาจมืดภายในใจของบุรุษตรงหน้าไม่ไหว “คาลอส... หยุดเถอะ” เซเรนเอ่ยเสียงแผ่ว แต่แววตาของเขาไร้ซึ่งความหวาดกลัว เขาขยับกายเข้าไปหาท่ามกลางรัศมีเวทสังหารที่พร้อมจะฉีกกระชากร่างเขาให้แหลกเป็นผุยผงได้ทุกเมื่อ “อย่าเข้ามา!” คาลอสคำรามพร้อมสะบัดมือ พลังเวทสีม่วงอมดำระเบิดออกกระแทกร่างเซเรนจนปลิวไปปะทะกับเสาหินจนเกิดเสียงดังสนั่น เซเรนสำลักเลือดออกมาคำหนึ่ง ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่เขากลับยันกายขึ้นอย่างช้าๆ แววตาที่มองไปยังจอมทัพผู้เสียสติกลับมีความอ่อนโยนที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายได้ เขาไม่ได้มองคาลอสในฐานะปีศาจที่ไร้การควบคุม แต่มองเห็นชายคนหนึ่งที่กำลังจมดิ่งอยู่ในมหาสมุทรแห่งความทรงจำอันขมขื่น “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าพลังนี้คือสิ่งที่เจ้าได้รับมาจากใคร?” เซเรนขยับกายเข้าหาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่เพียงแค่เดิน แต่เขากำลังก้าวผ่านม่านพลังที่แผดเผาผิวหนังของเขาจนเกิดรอยไหม้ “ข้าเตือนเจ้าแล้ว!” คาลอสพุ่งเข้ามาในชั่วพริบตา มือหนาบีบเข้าที่ลำคอระหงของเซเรนแล้วยกขึ้นจนเท้าของอีกฝ่ายลอยพ้นพื้น นิ้วมือของจอมทัพปีศาจสั่นเทาขณะที่พยายามต้านทานสัญชาตญาณที่จะหักลำคอคนที่เขารักที่สุดเพื่อจบความทรมานนี้ “ฆ่า... ข้าซะ ก่อนที่ข้าจะทำลายทุกสิ่งที่เจ้าเป็น...” คาลอสเค้นเสียงผ่านไรฟัน หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดเอ่อคลอในดวงตาที่แดงก่ำ เซเรนไม่ตอบโต้ เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของชายตรงหน้า ฝ่ามือของเขาสัมผัสเข้ากับแก้มที่ร้อนระอุราวกับไฟลาวา แต่ในวินาทีนั้น เซเรนกลับเริ่มร่ายเวทมนตร์—ไม่ใช่เวททำลายล้างอย่างที่ใครคาดคิด แต่เป็น 'เวทประสานจิต' ที่หายสาบสูญ แสงสีทองอ่อนจางเปล่งประกายออกมาจากปลายนิ้วของเซเรน ซึมลึกเข้าสู่ผิวหนังของคาลอส ความรู้สึกเย็นเยียบเหมือนสายฝนแรกหลังฤดูแล้งไหลทะลักเข้าไปในกระแสเวทที่ปั่นป่วนของอีกฝ่าย “มองที่ข้า... คาลอส” เซเรนกระซิบเสียงแผ่วข้างใบหู ความอบอุ่นจากใจของเขากำลังถักทอเป็นเส้นใยแห่งความทรงจำ “ข้าไม่ได้ถูกเนรเทศมาเพื่อเห็นเจ้าตาย แต่ข้าถูกส่งมาเพื่อเป็นบ้านหลังสุดท้ายของเจ้า... อย่าทิ้งข้าไว้เพียงลำพัง” คาลอสชะงัก ร่างกายที่เคยแข็งเกร็งเริ่มสั่นสะท้าน แรงบีบที่ลำคอเซเรนคลายออกแต่ไม่ยอมปล่อย เขาซบหน้าลงกับลาดไหล่ของคนตัวเล็กกว่า เสียงคำรามของปีศาจเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความแตกสลาย “ข้ากลัว...” คาลอสพึมพำ “ข้ากลัวว่าสักวันข้าจะสูญเสียเจ้าไป จนยอมทำทุกอย่างเพื่อขังเจ้าไว้... แม้จะต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปตลอดกาล” เซเรนโอบกอดแผ่นหลังกว้างนั้นไว้แน่น สัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวและจังหวะการหายใจที่เริ่มกลับมาเป็นปกติ “เจ้าไม่ได้ขังข้าไว้ที่ไหน คาลอส เพราะตั้งแต่ต้น... หัวใจของข้าก็ไม่เคยจากไปไหนไกลจากเจ้าเลย” ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเหมือนจะคลี่คลาย ทันใดนั้น ความเงียบสงัดของปราสาทก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังก้องมาจากความมืดมิดในเงามืดของระเบียงชั้นบน “ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเหลือเกิน... ความรักที่จอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ยอมสยบให้แก่เศษซากของอาณาจักรที่ล่มสลาย” คาลอสผละออกจากเซเรนทันที แววตาสีแดงฉานกลับมาดุดันและเฉียบคมดุจใบมีดอีกครั้ง เขาหันไปเผชิญหน้ากับเงามืดนั้นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาใหม่ ร่างของชายชุดดำที่ซ่อนใบหน้าภายใต้ฮู้ดก้าวออกมาจากความมืดมิด ในมือถือม้วนคัมภีร์ที่แผ่ไอสีดำทมิฬออกมาไม่หยุด “เจ้าคงลืมไปสินะ คาลอส... ว่าสิ่งที่เจ้าได้รับมา ไม่ใช่ของขวัญ แต่เป็น 'คำสาป' ที่มีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนกับชีวิตของคนที่เจ้าหวงแหนที่สุด” คาลอสชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงเมื่อเห็นสัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนคัมภีร์ในมือของคนปริศนา ซึ่งมันคือตราประทับของ ‘ผู้เฝ้าประตูแห่งนรก’ ที่เขาเองก็นึกไม่ถึงว่ามันจะมาปรากฏอยู่ที่นี่ในยามนี้ “เซเรน... ถอยไป!” คาลอสตะโกนลั่น พร้อมกับกางปีกสีดำสนิทออกมาปกป้องเซเรนไว้ด้านหลัง แต่ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะพุ่งตัวออกไป สัมผัสที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งก็ปักลงที่แผ่นหลังของเขาโดยที่ไม่มีใครทันสังเกต... เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความว่างเปล่าข้างหูของเขา “ความรักที่เจ้ามีให้เขา... นั่นแหละ คืออาวุธที่จะใช้สังหารเขาด้วยมือของเจ้าเอง” - ไฟเยอร์บลัด -
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%