พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 18

คำสารภาพในความมืด

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
“ถ้าเจ้าคิดจะเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องพวกมันอีกครั้ง ข้าสาบานได้ว่าข้าจะเผาทำลายทุกตารางนิ้วของดินแดนนี้ให้กลายเป็นเถ้าถ่านก่อนที่เจ้าจะได้ขยับตัวด้วยซ้ำ เซเรน!” เสียงคำรามต่ำที่แฝงไปด้วยแรงอารมณ์ดุดันก้องอยู่ในหอคอยร้าง ไอร้อนระอุจากพลังเวทสีนิลของคาลอสแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว ร่างสูงใหญ่ของจอมทัพปีศาจต้อนเซเรนจนมุมติดผนังหินเย็นเยียบ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเชยคางมนขึ้นบังคับให้สบตา เซเรนไม่ได้สั่นกลัว แม้ความกดดันจะรุนแรงจนหัวใจแทบหยุดเต้น ดวงตาสีอเมทิสต์ของเขาสะท้อนภาพใบหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยความทรมานใจและหวงแหนอย่างบ้าคลั่ง “นั่นคือชีวิตของคนนับพันนะ คาลอส… ท่านจะแลกความบริสุทธิ์ของจิตวิญญาณท่านเพียงเพื่อความเห็นแก่ตัวของข้าหรือ?” เซเรนเค้นเสียงตอบ ลมหายใจขาดห้วงเมื่อมือแกร่งเลื่อนจากคางมาโอบรัดเอวสอบไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเขาจะสลายหายไปจากมือ “ความเห็นแก่ตัว?” คาลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบแต่แฝงไปด้วยความร้าวราน “ข้าถูกเนรเทศ ถูกตราหน้าว่าเป็นสัตว์ร้ายข้ามมิติ เพียงเพราะข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แต่สำหรับเจ้า… เซเรน สำหรับเจ้าข้ากลายเป็นคนใจแคบที่หวงแหนแม้แต่เศษเสี้ยวลมหายใจของเจ้า ไม่ให้ใครหน้าไหนได้แตะต้อง แม้แต่ความตายก็ไม่มีสิทธิ์พรากเจ้าไปจากข้า” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของทั้งสองคน กลิ่นอายเวทมนตร์ดิบเถื่อนของคาลอสเริ่มเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่ชวนให้ใจสั่น ร่างสูงโน้มตัวลงต่ำ หน้าผากของเขาทาบทับลงบนหน้าผากของเซเรน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ชิดริมฝีปาก “ข้าอาจเป็นปีศาจในสายตาคนทั้งโลก แต่ข้าก็เป็นเพียงชายคนหนึ่งที่ยอมทำลายทุกอย่างเพื่อเจ้า” คาลอสกระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเว้าวอนที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกร้าว “เจ้าบอกว่าถูกทรยศมานับครั้งไม่ถ้วน เจ้าบอกว่าความรักคืออาวุธที่ใช้แทงข้างหลัง… แล้วทำไมเจ้าไม่ลองมองข้าให้ชัดๆ ว่าในสายตาข้า เจ้ามีค่ามากกว่าโลกทั้งใบที่กำลังจะล่มสลายนี้เสียอีก” เซเรนรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวสะท้อนผ่านหน้าอกที่เบียดชิดกัน ความแค้นและความเจ็บปวดที่เคยฝังรากลึกในใจถูกแรงปรารถนาของบุรุษตรงหน้ากัดเซาะจนเริ่มปริแตก เขาไม่เคยรู้จักความรู้สึกที่ถูก 'ครอบครอง' จนลืมหายใจเช่นนี้มาก่อน “ท่านต้องการอะไรกันแน่...” เซเรนถามเสียงแผ่ว “ข้าต้องการเจ้า” คาลอสตอบทันควัน ก่อนจะกดจูบลงบนขมับของร่างบางอย่างแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นด้วยพันธสัญญา “ข้าไม่ได้ต้องการเพียงตัวเจ้า แต่ข้าต้องการครอบครองหัวใจที่ถูกปิดตายของเจ้า หากโลกนี้ไม่ยินดีที่จะให้เราอยู่ร่วมกัน ข้าจะสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมา… โลกที่มีเพียงเราสองคน” คำสารภาพในความมืดนั้นหนักอึ้งและทรงพลัง ราวกับเข็มนาฬิกาที่หยุดหมุน เซเรนหลับตาลงปล่อยให้ไอเวทของคาลอสโอบล้อมรอบตัวเขาไว้ราวกับกรงขังที่เต็มไปด้วยความรัก เขาไม่รู้ว่าตนเองกำลังเดินเข้าสู่เส้นทางสายไหน แต่ในวินาทีนี้ แรงดึงดูดระหว่างทั้งสองมันรุนแรงเสียจนเขาไม่ปรารถนาจะผลักไส “ถ้าหากข้าตกลง… ท่านจะทำลายทุกอย่างที่ข้าเกลียดให้สิ้นซากจริงหรือ?” เซเรนลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีอเมทิสต์วาวโรจน์ด้วยประกายบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจหยั่งถึง คาลอสยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ปีศาจตนใดก็ไม่อาจมอบให้ได้ นอกจากชายผู้คลั่งรักตรงหน้า “เพียงแค่เจ้าเอ่ยปาก แม้แต่เทพเจ้าที่เนรเทศเจ้า ข้าก็จะฉีกกระชากบัลลังก์ของพวกมันมาแทบเท้าเจ้าให้ดู” ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังมัวเมาไปด้วยกลิ่นอายแห่งความหลงใหล เสียงฝีเท้าหนักๆ ของผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดด้านหลัง เสียงฝีเท้านั้นไม่ได้มาเพียงหนึ่ง แต่มีคนมากกว่าสิบคนก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายของเหล็กเย็นและเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ที่เซเรนคุ้นเคยเป็นอย่างดี คาลอสผละออกจากเซเรนทันที แววตาของจอมทัพเปลี่ยนจากความอ่อนโยนกลายเป็นความอำมหิตในพริบตา เขากระชากดาบสีดำสนิทออกมาจากความว่างเปล่า “ดูเหมือนว่า ‘แขกที่ไม่ได้รับเชิญ’ จะอยากรู้นักว่าข้าซ่อนอะไรไว้ในความมืด” คาลอสพึมพำ ก่อนจะหันไปมองเซเรนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยกระแสคลื่นแห่งโทสะ “อยู่อยู่ข้างหลังข้าเซเรน อย่าห่างจากสายตาข้าแม้แต่นิ้วเดียว เพราะต่อจากนี้... เลือดจะนองพื้นหอคอยนี้จนมิดเท้า” ทว่าเมื่อแสงคบเพลิงจากกลุ่มคนเหล่านั้นสาดส่องเข้ามา สิ่งที่เห็นไม่ใช่กองทหารของอาณาจักรที่พวกเขาเกลียดชัง แต่กลับเป็นร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่เซเรนจำได้แม่นยำที่สุดในชีวิต—นางคือคนที่เคยทรยศเขาจนต้องถูกเนรเทศมา ณ ดินแดนแห่งนี้ นางยิ้มกว้าง ก่อนจะชี้ปลายดาบสีเงินมาที่เซเรนแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนบาดลึก “ข้าตามหาเจ้าจนแทบพลิกแผ่นดิน เซเรน… ในที่สุดก็ได้เวลาที่เราจะจบเรื่องที่ค้างคาไว้เสียที” คาลอสแผ่ไอเวทสีนิลจนผนังหอคอยแตกร้าว เขาก้าวไปข้างหน้าปกป้องเซเรนไว้อย่างมิดชิด ความมืดมิดในบทสนทนานี้กำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครรอดพ้นได้ในค่ำคืนนี้ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ไฟเยอร์บลัด
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%