“ขยับอีกเพียงนิดเดียว... ข้าจะทำให้หัวใจดวงนี้หยุดเต้นเสียเดี๋ยวนี้”
แรงบีบที่แผ่ซ่านผ่านฝ่ามือของคาลอสส่งผลให้เซเรนต้องหยุดชะงัก ลมหายใจของร่างบางติดขัดอยู่ตรงลำคอ กลิ่นอายความตายจากไอมารของจอมทัพปีศาจโอบล้อมรอบกายเขาไว้จนแทบขาดอากาศหายใจ คาลอสไม่ได้เพียงแค่ขู่ แต่นัยน์ตาสีโลหิตคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเซเรน ราวกับจะสลักความหวาดกลัวและความรักที่บิดเบี้ยวลงไปในจิตวิญญาณ
เซเรนไม่ตอบโต้ เขาเพียงแค่นิ่งเงียบ สายตาที่เคยฉายแววอัจฉริยะเวทมนตร์ยามนี้กลับหม่นแสงลงด้วยความร้าวราน “เจ้าไม่เคยเปลี่ยนเลย คาลอส... เจ้ายังคงใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือในการครอบครองเสมอ”
“เพราะข้าไม่เหลือวิธีอื่นที่จะเก็บเจ้าไว้ในโลกที่เน่าเฟะใบนี้แล้วต่างหาก”
คาลอสผละมือออกอย่างเชื่องช้า แต่เขายังคงกักขังเซเรนไว้ในวงแขนที่แข็งแกร่งดุจกำแพงเหล็ก ก่อนจะก้าวถอยหลังไปเพียงครึ่งก้าวเพื่อประกาศก้องต่อความมืดมิดที่โอบล้อมพวกเขาอยู่
“เหล่าบุตรแห่งรัตติกาล... จงปรากฏ!”
สิ้นคำประกาศ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือน ความมืดมิดที่เคยสงบนิ่งพลันปั่นป่วนราวกับคลื่นยักษ์ เงาสีดำทมิฬนับหมื่นร่างผุดขึ้นมาจากผืนดิน กองทัพปีศาจจากขุมนรกชั้นลึกที่สุดเริ่มเรียงแถวเข้าหาจอมทัพของพวกเขา เสียงคำรามในลำคอของพวกมันดังก้องไปทั่วหุบเขา เสียงโลหะกระทบกันดังแกรกกรากประสานกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ถูกจองจำ
เซเรนมองกองทัพที่ไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้างโลก แต่ถูกระดมพลขึ้นมาเพื่อปกป้อง ‘หัวใจ’ ของคนคนหนึ่งเท่านั้น “เจ้าทำเพื่ออะไรกันแน่? สงครามนี้ไม่มีผู้ชนะหรอกนะ”
คาลอสหันกลับมา แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงเมื่อมองไปยังใบหน้าของเซเรน เขาเอื้อมมือไปเกลี่ยไรผมที่ปรกลงมาปิดดวงตาของนายเอกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ต่างจากโทสะเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง “ข้าไม่ได้ต้องการชัยชนะจากใครทั้งนั้นเซเรน ข้าเพียงแต่ต้องการให้เจ้าปลอดภัย... ไม่ว่าต้องแลกด้วยเลือดของเทพเจ้า หรือซากศพของมนุษย์ทั้งแผ่นดิน ข้าก็จะทำให้เจ้าอยู่เคียงข้างข้าเพียงผู้เดียว”
“เจ้ากำลังเสียสติ...”
“ใช่ ข้าเสียสติไปตั้งแต่วันที่เจ้าจากข้าไปแล้ว”
คาลอสหันกลับไปสั่งการด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่สั่นประสาท “จงเคลื่อนพลไปที่ทิศตะวันออก ขัดขวางทุกอย่างที่ขวางหน้า ใครก็ตามที่แตะต้องตัวคนของข้า... สับพวกมันให้เป็นชิ้น!”
กองทัพเงาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ เสียงฝีเท้าของพวกมันเงียบเชียบจนน่าขนลุก เซเรนยืนมองภาพเหตุการณ์นั้นด้วยใจที่สั่นคลอน เขาตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แค่การแสดงความรัก แต่มันคือการประกาศสงครามกับโชคชะตาที่ลิขิตมาให้เขาต้องเป็นเพียงเครื่องมือของผู้อื่น
“ดูให้ดีนะเซเรน... นี่คือของขวัญที่ข้าเตรียมไว้ให้เจ้า” คาลอสกระซิบข้างหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ “ไม่ว่าเจ้าจะเกลียดข้าเพียงใด เจ้าก็ไม่มีวันหนีจากพันธะที่ข้าสร้างขึ้นได้อีกแล้ว”
ในขณะที่เซเรนกำลังจะเอ่ยปากโต้แย้ง ทันใดนั้นท้องฟ้าที่เคยเป็นสีดำมืดมิดกลับฉีกขาดออกเป็นช่องโหว่ สายฟ้าสีเงินยวงฟาดลงมากลางวงล้อมของกองทัพปีศาจ กลิ่นอายเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้นเคยแผ่ซ่านออกมาจนน่าอึดอัด แรงกดดันที่มหาศาลทำให้ปีศาจชั้นต่ำถึงกับสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากรอยแยกของมิติ ร่างนั้นสวมชุดเกราะสีขาวบริสุทธิ์ที่ประดับด้วยตราสัญลักษณ์ที่เซเรนจำได้ขึ้นใจ แววตาของคาลอสเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทด้วยความโกรธแค้นเมื่อเห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนี้
“เจ้ากล้าดียังไงถึงตามมาถึงที่นี่...” คาลอสคำราม
บุคคลนั้นยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะชี้ปลายดาบในมือมาที่เซเรน “ข้าไม่ได้มาเพื่อเจ้า... คาลอส แต่ข้ามาเพื่อพา ‘นักโทษ’ ของเจ้ากลับไปในที่ที่เขาควรอยู่”
เซเรนเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยภายใต้หน้ากากนั้น “ท่าน... ท่านยังไม่ตาย!”
เหตุการณ์ทุกอย่างหยุดนิ่ง ดาบในมือของแขกผู้มาเยือนเริ่มส่องประกายสีทองอร่าม พร้อมที่จะปลิดชีพใครก็ตามที่ขวางทาง ในขณะที่คาลอสก้าวเข้ามาบังเซเรนไว้ข้างหลังด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าหวงถิ่น ก่อนจะกระชากกระบี่มารออกมาจากอากาศธาตุด้วยมือเปล่าจนเลือดไหลซึมออกมาตามง่ามนิ้ว
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ร่างปริศนาจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาเซเรนต้องหยุดหายใจ
“เขามิใช่คนเดียวที่เจ้าเก็บซ่อนไว้ในเงามืดหรอกนะ คาลอส... เพราะสิ่งที่เจ้าพยายามปกป้องมาตลอดชีวิต แท้จริงแล้วมันคือคำสาปที่จะกลืนกินเจ้าจากภายในเสียเอง!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดตอนนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ - ไฟเยอร์บลัด
พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 22
กองทัพเงา
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!