พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ•ตอนที่ 12

พลังที่เพิ่มพูน

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
"เจ้าทำบ้าอะไรลงไป!" เสียงตวาดของเซเรนสั่นสะท้านไปทั่วโถงถ้ำโบราณ เลือดสีดำข้นคลั่กของจอมทัพปีศาจไหลทะลักออกมาจากแผ่นหลังแกร่ง ย้อมสีชุดคลุมของเขาให้เปรอะเปื้อนด้วยกลิ่นคาวสนิม คมหอกที่ควรจะปักอกเซเรนบัดนี้กลับหักสะบั้นด้วยแรงกระแทกจากกล้ามเนื้อและพลังปีศาจที่ปะทุออกมาจากตัวคาลอส คาลอสทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง ลมหายใจหอบถี่ราวกับสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ แต่แววตาสีแดงฉานดั่งอัญมณีอาบเลือดกลับไม่มีร่องรอยของความเจ็บปวด มีเพียงประกายความพึงพอใจที่เห็นร่างบางยังคงปลอดภัยอยู่ในอ้อมแขนของเขา "ถ้าเจ้าเป็นอะไรไป..." เสียงของเขาแหบพร่า ทว่าแฝงด้วยกระแสอำนาจที่ทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยว "ข้าจะทำลายสรวงสวรรค์ที่ส่งพวกมันมาล่าเจ้าให้สิ้นซาก" เซเรนเม้มริมฝีปากแน่น มือเรียวสั่นเทาสัมผัสรอยแผลที่กำลังสมานตัวอย่างรวดเร็วด้วยพลังมืดมิดในร่างคาลอส ความโกรธแค้นในใจเขาไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ศัตรู แต่พุ่งตรงไปยังความไร้พลังของตนเอง หากเขาแข็งแกร่งกว่านี้... หากเขาไม่เป็นภาระที่ต้องให้คนรักเอาตัวเข้าแลก... "ข้าไม่ต้องการให้เจ้าบาดเจ็บเพราะข้าอีก" เซเรนกล่าว พลางเชิดหน้าขึ้น สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นแน่วแน่ "สอนข้า คาลอส สอนวิธีดึงพลังที่เจ้าซ่อนไว้ออกมา... สอนให้ข้าเป็นคนที่ยืนเคียงข้างเจ้าได้ ไม่ใช่เบี้ยที่ต้องรอการปกป้อง" คาลอสจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาคู่นั้น เขาเห็นความมุ่งมั่นที่แผดเผา ความลับที่เขารู้ดีว่าหากเปิดเผยออกไป เซเรนจะไม่มีวันกลับไปเป็นคนเดิมได้อีก... แต่เพื่อรักษาคนผู้นี้ไว้ เขาจำต้องเดิมพัน "ธรรมชาติไม่ได้มีแค่ดิน น้ำ ลม ไฟ เซเรน" คาลอสขยับร่างเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา เขาใช้มือข้างหนึ่งเชยคางเซเรนขึ้น บังคับให้สบตา "พลังที่แท้จริงคือการ 'กลืนกิน' และ 'หลอมรวม' เจ้าต้องเลิกทำตัวเป็นผู้ขอรับจากธรรมชาติ แล้วเริ่มทำตัวเป็น 'เจ้าของ' มัน" เซเรนปิดเปลือกตาลงตามคำสั่ง สัมผัสอุ่นร้อนจากมือของคาลอสที่วางลงบนแผ่นหลังของเขาถ่ายทอดพลังเวทมหาศาลไหลเวียนเข้าสู่ร่าง มันไม่ใช่การร่ายมนตร์ผ่านตำรา แต่มันคือการแลกเปลี่ยนกระแสเลือดและความปรารถนา เซเรนรู้สึกราวกับว่าหลอดเลือดในกายกำลังจะระเบิดออก ทว่าท่ามกลางความเจ็บปวดนั้น เขากลับเห็นภาพนิมิต เขามองเห็นสายใยของผืนป่าที่ไร้ชีวิตเห็นกระแสพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในก้อนหินและผืนดิน มันไม่ใช่สิ่งที่รอให้เขาหยิบฉวย แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่กระหายการยอมรับ "ปล่อยตัวตนของเจ้าทิ้งไป" เสียงกระซิบของคาลอสราวกับคำสาปแช่งที่ปลุกปั่น "อย่าเป็นแค่ผู้ใช้เวท แต่จงเป็นจุดศูนย์กลางของมหันตภัยให้พวกมันสยบแทบเท้าเจ้า" เซเรนกัดฟันแน่น เขารวบรวมสมาธิทั้งหมดที่เคยมีจากการฝึกฝนเวทมนตร์แขนงสูงมานับปี บีบอัดมันเข้ากับความเคียดแค้นที่ถูกหักหลังและแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจากอ้อมกอดของคาลอส ทันใดนั้น ร่างกายของเขาก็เปล่งประกายแสงสีเงินยวบยาบสลับกับไอสีดำทมิฬของคาลอส ใบไม้รอบถ้ำเริ่มปลิดปลิวด้วยแรงลมที่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ ก้อนหินขนาดใหญ่ลอยเคว้งคว้างเหนือพื้นดิน พื้นถ้ำเริ่มแตกร้าวเหมือนกระจกที่ถูกกระแทก "ดี..." คาลอสพึมพำ น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความคลั่งไคล้ "นั่นแหละ... เซเรน... จงทำลายกฎเกณฑ์ทุกอย่างที่เจ้าเคยเชื่อ" เซเรนลืมตาขึ้น นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มดุจท้องฟ้ายามราตรีที่ไร้ดวงดาว พลังเวทพุ่งออกจากร่างเป็นวงกว้างจนโถงถ้ำสั่นสะเทือน เขาไม่ได้เพียงแค่ดึงพลังจากธรรมชาติ แต่เขากำลัง 'ช่วงชิง' อำนาจจากผืนป่ารอบข้างมาเป็นของตนเอง คาลอสมองภาพนั้นด้วยความหลงใหลในก้นบึ้งของหัวใจ เขาเกลียดการสูญเสีย แต่เขากลับยอมมอบทุกอย่างให้เซเรนเพียงผู้เดียว ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในโถงถ้ำ ทั้งคาลอสและเซเรนต่างชะงัก ท่ามกลางความมืดมิดที่ปลายอุโมงค์ เงาร่างหนึ่งก้าวออกมา มันเป็นชายหนุ่มในชุดเกราะสีขาวสะอาดตาที่เป็นสัญลักษณ์ของอดีตคนรักที่เคยทรยศเซเรน... แววตาของศัตรูคนนั้นไม่หลงเหลือความอ่อนโยน มีเพียงความตื่นตะลึงและปลายดาบที่ชี้ตรงมาที่พวกเขา "พบตัวแล้ว... ปีศาจที่ขโมยอดีตจอมเวทผู้ทรยศของอาณาจักรไป" เซเรนปล่อยพลังเวทที่กักเก็บไว้ในมือทิ้งลงพื้นดินจนแผ่นดินแยกเป็นรอยโหว่ขนาดใหญ่ขวางกั้นระหว่างเขากับชายผู้มาเยือน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคาลอสกระตุกวูบ "ทรยศงั้นหรือ?" เซเรนก้าวเดินผ่านม่านพลังงานออกไป "ถ้าเจ้ายังจำได้ดี... ข้าตายไปตั้งแต่วันที่เจ้าแทงข้างหลังข้าแล้ว และคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ คือสิ่งที่เจ้าเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือ" เซเรนสะบัดมือเพียงครั้งเดียว พลังเวทมหาศาลที่ดูดซับมาจากธรรมชาติก่อตัวเป็นโซ่ตรวนสีดำทมิฬ พุ่งเข้าพันธนาการร่างของชายหนุ่มผู้นั้นไว้แน่นจนเลือดซึมออกมาตามข้อต่อเกราะ "รอเดี๋ยวเซเรน" คาลอสพุ่งตัวเข้ามาประชิดหลัง มือหนาโอบกอดเอวบางไว้แน่น ราวกับจะเตือนสติ แต่ในวินาทีนั้นเอง ชายหนุ่มที่ถูกพันธนาการอยู่ก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง "พวกเจ้าคิดว่ามาที่นี่ได้คนเดียวหรือ? เงยหน้ามองขึ้นไปบนเพดานถ้ำสิ... แล้วจะรู้ว่าความตายที่แท้จริงมันหอมหวานแค่ไหน" เซเรนเงยหน้าขึ้นมองตามคำพูด และในชั่วพริบตานั้นเอง อักขระเวทโบราณนับร้อยที่ถูกสลักไว้บนเพดานถ้ำก็เริ่มส่องแสงสีเลือดที่คุ้นตา... มันคือวงแหวนเวทผนึกปีศาจระดับสูงสุดที่ใช้พลังชีวิตของคนจำนวนมากเพื่อสังหารเทพจอมทัพ และคนที่ยืนอยู่ใจกลางวงแหวนนั้น... กลับเป็นคนที่เซเรนไว้ใจที่สุดในกลุ่มกบฏที่เหลืออยู่ ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะครับ หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนวางไม่ลง แล้วพบกันตอนหน้าครับ - ไฟเยอร์บลัด
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะคลั่งรักเทพบุตรผู้ถูกเนรเทศ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%