ภัณฑารักษ์ไร้เงากับศพในห้องโถงกระจก•ตอนที่ 2

รอยร้าวบนผนังห้องโถง

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายความอับชื้นของคราบฝุ่นละอองที่ทับถมมานานนับทศวรรษในห้องโถงกระจกเงาโบราณ ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกกดดันภายในห้องนี้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อยค่ะ ดร.อคินยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินที่ถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนเส้นเลือดฝอยในตาขาวแดงก่ำ ริมฝีปากที่เคยใช้เอื้อIนคำพูดดูถูกเหยียดหยามเรนินในอดีตบัดนี้สั่นเทาจนเผยออ้าค้าง ลมหายใจของเขาขาดห้วงราวกับคนกำลังจะจมน้ำตาย ทั้งที่ยืนอยู่บนพื้นราบแท้ๆ ภาพของเด็กหญิงตัวน้อยที่วิ่งหายลับไปหลังบานกระจกเงาบานใหญ่เมื่อครู่ ยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตาของเขา เด็กหญิงคนนั้น... ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกรั้นๆ และโครงหน้ายามเมื่อเธอเอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย มันไม่ใช่แค่ความบังเอิญ แต่มันคือภาพสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็ก และยิ่งไปกว่านั้น มันคือภาพสะท้อนของเรนินในวันที่เธอแตกสลาย "คุณอคินคะ..." เสียงหวานใสแต่เย็นชาดุจน้ำแข็งแห้งของเรนินดังขึ้นจากความมืดสลัวของมุมห้อง เธอไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้ แต่แรงกดดันจากน้ำเสียงของเธอกลับทำให้แผ่นหลังของอคินชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬ "ถ้าคุณยังยืนทำหน้าโง่เป็นหินทื่อๆ อยู่แบบนี้ เกรงว่าเราคงไม่ได้เริ่มงานจัดแสดงวัตถุโบราณในค่ำคืนนี้แน่ค่ะ... หรือว่าความจำที่กำลังเสื่อมถอยของคุณ มันลามปامไปถึงสมองส่วนที่ใช้ควบคุมสติสัมปชัญญะด้วยแล้วล่ะคะ" เรนินก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวของเสาหินอ่อน รองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นหินขัดเกิดเสียงก้องกังวานน่าสะพรึงกลัว เธออยู่ในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ขับเน้นรูปร่างระหัดและท่าทีที่เย่อหยิ่งทระนงตน รอยยิ้มที่มุมปากของเธอไม่ได้ไปถึงดวงตา ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่า ดำมืด และเต็มไปด้วยเศษซากความแค้นที่ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน อคินหันขวับกลับมามองเธอ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามขมับ "เด็กคนนั้น..." เขาเค้นเสียงแหบพร่าออกมาจากลำคอที่ตีบตัน มือหนาที่เคยหยิบจับตำราทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าบัดนี้สั่นเทารุนแรง "เรนิน... เด็กผู้หญิงคนนั้น... เธอเป็นใคร ทำไมหน้าตาของเธอถึง..." "ถึงเหมือนคุณงั้นเหรอคะ?" เรนินตัดบทขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงด้วยความสะใจลึกๆ ที่เธอรอคอยมานานนับปี เธอย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือ "แปลกจังนะคะ อดีตสามีผู้เพียบพร้อมและฉลาดล้ำเลิศอย่าง ดร.อคิน กลับมาตั้งคำถามโง่ๆ กับผู้หญิงที่คุณเคยตบหน้าและตราหน้าว่าเป็นฆาตกรที่ฆ่าลูกตัวเองในท้อง... คุณลืมไปแล้วหรือคะว่าวันนั้น คุณเป็นคนไล่ฉันออกจากบ้านหลังนั้นด้วยตัวเอง" คำพูดแต่ละคำของเรนินคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเก่าที่ยังไม่เคยตกสะเก็ด อคินเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว สะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะไม้โบราณจนแจกันแก้วเจียระไนสั่นไหว ความเจ็บแปลบที่ขมับขวาแล่นริ้วขึ้นมาอีกครั้ง เป็นสัญญาณเตือนจากภาวะสมองเสื่อมระยะแรกที่มักจะเล่นงานเขาในยามที่เกิดความเครียดขั้นขีดสุด แต่ครั้งนี้ ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในอก "ฉันไม่ได้ตั้งใจ..." อคินพึมพำ ดวงตาแดงก่ำเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ "วันนั้น... ฉันมันโง่เง่า ฉันถูกความริษยาและแรงกดดันครอบงำ ฉันไม่รู้... ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเธอท้อง..." "ค่ะ! คุณไม่เคยรู้ เพราะคุณไม่เคยคิดจะมองฉันเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ!" เรนินตวาดสวนกลับทันที เสียงของเธอก้องกังวานสะท้อนไปทั่วห้องโถงกระจก ความเก็บกดนับสปีดพรั่งพรูออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่เอ่อรื้นขึ้นมาคลอหน่วย แต่เธอไม่มีวันยอมให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแอต่อหน้าผู้ชายคนนี้เด็ดขาด "สำหรับคุณ ฉันเป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในคฤหาสน์ เป็นภรรยาที่ถูกคลุมถุงชนเพื่อให้สมเกียรติกับหน้าตาทางสังคมของคุณ! พอฉันสูญเสียลูกไป คุณก็รีบยัดเยียดข้อหาฆาตกรให้ฉัน เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องแบกรับความอับอาย!" ความเงียบงันอันน่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วห้อง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของอคินและแววตาดุจคมมีดของเรนินที่จ้องมองเขาอย่างไม่ลดละ ทว่า ก่อนที่บทสนทนาอันเจ็บปวดนี้จะดำเนินไปมากกว่านั้น สายตาของเรนินก็เหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างบนผนังห้องโถงกระจกเงาโบราณ ผนังฝั่งทิศตะวันตก ซึ่งเป็นจุดที่กระจกบานใหญ่ที่สุดถูกติดตั้งไว้ กำลังมีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น รอยราวนั้นไม่ได้เกิดจากการทรุดตัวของอาคาร แต่มันมีลักษณะเป็นรอยขูดขีดที่ลากยาว ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังพยายามพังกำแพงนี้ออกมาจากด้านหลังกระจก! "ระวังค่ะ!" เรนินอุทานออกมาด้วยความตกใจ พร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปกระชากแขนของอคินให้ถอยห่างจากผนังกระจกบานนั้นทันที แรงกระชากทำให้ร่างสูงใหญ่ของอคินเซถลามาชนเข้ากับร่างของเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางที่คุ้นเคยในอดีตลอยเข้าจมูก แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาใจเต้นหรือหวนรำลึกความหลัง *เพล้ง!* เสียงกระจกหนาเตอะแตกร้าวเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษกระจกนับร้อยชิ้นร่วงหล่นลงมากระทบพื้นหินขัดแตกกระจายเต็มพื้น แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเศษกระจกที่แตกละเอียด คือสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังผนังปูนโบราณที่เพิ่งพังทลายลงมา ในช่องลับหลังผนังห้องโถง มีร่างของบางสิ่งถูกซ่อนเอาไว้... อคินและเรนินยืนนิ่งงิ่งค้างด้วยความตกตะลึง ท่ามกลางฝุ่นปูนที่ฟุ้งกระจาย สิ่งที่ถูกฝังอำพรางไว้อย่างแนบเนียนมานานนับสิบปีค่อยๆ เผยโฉมออกมา มันคือ "กล่องไม้โบราณ" ที่แกะสลักด้วยลวดลายรูปงูพันรอบกระจกเงา พื้นผิวของกล่องเปรอะเปื้อนคราบสีน้ำตาลเข้มที่แห้งกรัง ซึ่งต่อให้ไม่ต้องพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ทั้งคู่ก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือคราบเลือดเก่าที่ฝังลึกจนกลายเป็นสีดำ "นี่มัน... อะไรกัน..." อคินพึมพำเสียงสั่น เขารemขยับเข้าไปใกล้กล่องไม้นั้นด้วยความหวาดกลัว ราวกับสัญชาตญาณบางอย่างกำลังบอกว่า สิ่งที่อยู่ในกล่องใบนี้ คือกุญแจดอกสำคัญที่จะกระชากหน้ากากความจริงทั้งหมดในอดีต เรนินกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด สายตาของเธอจ้องมองกล่องไม้ต้องสาปนั้นสลับกับใบซีดเผือดของอคิน หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความกลัว ความแค้น และความอยากรู้อยากเห็น มือเรียวบางของภัณฑารักษ์สาวตัดสินใจยื่นออกไปสัมผัสกับผิวไม้เย็นเยียบของกล่องต้องสาปนั้น เธอบรรจงเปิดฝากล่องออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงันราวกับป่าช้า... และสิ่งที่นอนนิ่งอยู่ภายในกล่องใบนั้น กลับไม่ใช่สมบัติโบราณล้ำค่าใดๆ แต่มันคือ "ตุ๊กตากระจกโบราณ" ที่มีใบหน้าแกะสลักขึ้นมาอย่างประณีตบรรจง... และใบหน้านั้น ถอดแบบมาจากเด็กหญิงคนที่เราเพิ่งเห็นวิ่งผ่านไปเมื่อครู่ราวกับแกะ! ไม่เพียงเท่านั้น ที่ลำคอของตุ๊กตาตัวนั้น มีสร้อยคอทองคำฝังพลอยสีแดงสดห้อยอยู่... มันคือสร้อยคอเส้นเดียวกับที่แม่ของอคินเคยสวมใส่ในคืนวันเกิดเหตุก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตอย่างปริศนาเมื่อสิบปีก่อน! อคินผงะถอยหลังจนล้มลงไปนั่งกองกับพื้น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดผวาขีดสุดเมื่อจำสร้อยเส้นนั้นได้ เสียงครางต่ำในลำคอเล็ดลอดออกมาจากปากของเขาอย่างคนสติหลุด "ไม่ใช่... เป็นไปไม่ได้..." อคินหวีดร้องเสียงหลง "แม่ฉัน... แม่ฉันไม่ได้เป็นคนฆ่า..." ทว่า เสียงประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับโถงทางเดินด้านนอกกลับถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู "อุ๊ย... ดูเหมือนว่าพวกคุณจะเจอ 'ของขวัญต้อนรับ' ที่ฉันอุตส่าห์ซ่อนเอาไว้ใต้พรมแล้วสินะคะ" เสียงหัวเราะคิกคักอันคุ้นเคยดังขึ้นจากเงามืด พร้อมกับร่างระหัดของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ก้าวออกมาจากความมืด เธอแย้มยิ้มอย่างงดงาม แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความอำมหิตเลือดเย็นเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะมีได้ ดร.อคินและเรนินหันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน และในวินาทีนั้นเอง ลมหายใจของเรนินก็แทบจะหยุดนิ่งสนิท เมื่อใบหน้าภายใต้แสงไฟสลัวของหญิงสาวคนนั้น... คือคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับความลับทั้งหมดในกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน! --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งไปในความมืดมนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับศพในห้องโถงกระจก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%