"คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบเข้ามาในพื้นที่นี้... อคิน"
น้ำเสียงของเรนินราบเรียบ เย็นเยียบ และคมกริบราวกับเศษกระจกที่ถูกบดละเอียดจนเป็นผง เธอยืนพิงกรอบประตูห้องโถงกระจกของคฤหาสน์หลังโต แสงไฟสีนวลจากโคมระย้าคริสตัลสาดส่องลงมาสะท้อนเส้นผมสีดำสนิทและชุดกระโปรงยาวสีชาโคลที่ไร้รอยยับย่น ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เคยมีแต่ความอ่อนแอและหยาดน้ำตาเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลายเป็นเพียงผืนน้ำแข็งที่ไร้ก้นบึง ไม่มีร่องรอยของความอาลัยอาวรณ์เหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเหยียดหยันที่เคลือบไว้ภายใต้รอยยิ้มบางเบาอย่างเลือดเย็น
ดร.อคิน ก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือหนาที่เคยใช้จับปากกาเซ็นเอกสารสำคัญและพลิกหน้าประวัติศาสตร์ในฐานะนักวิชาการชื่อดัง บัดนี้กลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาในวัยที่ร่วงโรยลงไปถนัดตา ริมฝีปากแห้งผาก ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด แววตาของอดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาใส่เธออย่างไร้ความปรานี ในยามนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความสำนึกผิด และร่องรอยของความสูญเสียสติสัมปชัญญะจากภาวะสมองเสื่อมระยะแรกที่เริ่มกัดกินความทรงจำของเขาอย่างช้าๆ
คฤหาสน์หลังนี้... สถานที่ที่เคยเป็นกรงขังอันหนาวเหน็บ ที่ซึ่งเธอถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรใจอำมหิตที่พลกลืนชีวิตลูกในไส้ของตัวเอง เป็นคนร้ายที่สามีตัวเองเป็นคนยัดเยียดข้อหาและผลักไสให้ไปเผชิญกับนรกบนดินเพียงลำพัง บัดนี้ มันกลับกลายเป็นเวทีที่เธอกลับมาในฐานะ 'ภัณฑารักษ์' ผู้ทรงอำนาจ ผู้ถือครองกุญแจทุกดอกและเป็นผู้ตัดสินชะตากรรมของคนที่เคยเหยียบย่ามเธอ
"เรนิน... ผม... ผมแค่อยากมาเจอคุณ" อคินเอמהเสียงแหบพร่า ลมหายใจของเขาติดขัดราวกับคนกำลังจะขาดอากาศในห้องที่ไร้ออกซิเจน เขาพยายามก้าวเข้ามาใกล้เพื่อจะเอื้อมมือคว้าชายผ้ากระโปรงของเธอเหมือนสุนัขที่รอคอยการให้อภัยจากเจ้านาย แต่เรนินกลับขยับตัวถอยห่างด้วยท่าทีรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง ราวกับกลัวว่าเชื้อโรคจากความสกปรกในอดีตของเขาจะกระเด็นมาโดนเนื้อตัวเธอ
"เจอฉันในฐานะอะไรล่ะคะ? ในฐานะสามีผู้แสนดี หรือในฐานะฆาตกรที่พยายามฆ่าฉันทั้งเป็นเมื่อห้าปีก่อน?"
คำถามนั้นพุ่งตรงเข้าเสียบแทงกลางใจของอคินจนเขาเซถลา เกือบจะล้มลงไปพิงกับโต๊ะไม้มะฮอกกานีโบราณ ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอกหลอนเขาอย่างรุนแรง ภาพวันที่เรนินร้องไห้จนแทบขาดใจ ภาพวันที่เขาเลือกที่จะเชื่อคำพูดของคนอื่นและหลักฐานปลอมๆ เพื่อปกป้องชื่อเสียงของตัวเอง มากกว่าจะปกป้องภรรยาและลูกในท้องของเธอ ความทรงจำที่กำลังเลือนหายไปตามโรคภัยไข้เจ็บ กลับหลงเหลือเพียงความรู้สึกผิดบาปที่คมชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
อคินทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี น้ำตาของผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งที่สุดในวงสังคมไหลพรากลงมาอาบสองแก้ม เขาพยายามอ้าปากพูดแต่มีเพียงเสียงสะอื้นที่ติดอยู่ในลำคอ ความเจ็บปวดจากการถูกโรคภัยทำลายสมอง ผสมผสานกับความสำนึกผิดที่กัดกินวิญญาณ ทำให้เขากลายเป็นเพียงซากมนุษย์ที่รอวันแตกสลาย
"ผมขอโทษ... เรนิน ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันสารเลวเกินกว่าจะให้อภัย แต่ผมจำทุกอย่างได้แล้ว... ผมจำได้ว่าใครเป็นคนทำร้ายลูกของเรา ผมกำลังจะเปิดโปงพวกมัน ผมกำลังจะเอาความยุติธรรมคืนมาให้คุณ!" อคินเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาเว้าวอน มือที่สั่นเทายื่นออกไปข้างหน้าอย่างหมดหนทาง
เรนินก้มมองดูอดีตสามีที่กำลังหมอบราบคาบแก้วแทบเท้าของเธอ หัวใจของเธอดิ่งลึก ไร้ซึ่งความสงสาร มีเพียงความสะใจอันเยือกเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับมันถูกชำระล้างด้วยหยาดน้ำตาและความพินาศของเขาในวันนี้ แต่มันยังไม่พอ... มันยังไม่สาสมกับสิ่งที่เธอสูญเสียไป
"คุณคิดจริงๆ หรือคะว่าความทรงจำที่ใกล้จะพังทลายของคุณ จะมีค่าพอที่จะซื้อความยุติธรรมปลอมๆ นั้นได้?" เรนินย่อตัวลงเล็กน้อย ส่งสายตาเย็นชาคู่นั้นมองทะลุเข้าไปในดวงตาที่ตื่นตระหนกของเขา "ลูกของฉันตายไปแล้ว... พร้อมกับความเชื่อใจที่ฉันเคยมีให้คุณ และตอนนี้ ถึงตาคุณบ้างแล้วล่ะค่ะ ที่จะต้องชดใช้มันทุกวินาทีด้วยความหวาดกลัว"
บรรยากาศภายในห้องโถงกระจกเงาวับสะท้อนเงาของคนทั้งคู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนละลานตา ราวกับมีเรนินนับร้อยคนยืนมองความตกต่ำของอคินจากทุกทิศทุกทาง ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างสะท้านโยนของอคินที่ดังสะท้อนก้อง
ทว่า ในวินาทีที่เรนินกำลังจะหันหลังเดินหนีปล่อยให้เขาจมอยู่กับความสิ้นหวังนั้นเอง เสียงฝีเท้าเล็กๆ เบาหวิวราวกับเสียงลูกแมวก็ดังขึ้นจากทางระเบียงด้านหลังห้องโถงกระจก—
"คุณแม่คะ... คนแปลกหน้าคนนี้ร้องไห้ทำไมหรือคะ?"
เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงวัยราวสี่ขวบดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัน อคินชะงักกุน หัวใจที่เกือบจะหยุดเต้นกระชากกลับมาทำงานด้วยความเร็วสูง เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้นด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดที่ฉายชัดผ่านม่านน้ำตา
ดวงตาสองชั้นโตกลมโต จมูกรั้น และริมฝีปากหยักลึกรูปกระจับที่ถอดพิมพ์ทรงมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจก... ยืนอยู่ตรงนั้น ในเงาสลัวของคฤหาสน์หลังเดิมที่เขาเคยคิดว่าได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดสิ้นแล้ว
ดร.อคินเบิกตากว้างจนแทบถลน ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปทันที เมื่อตระหนักได้ว่าเด็กหญิงคนนี้มีอายุไล่เลี่ยกับช่วงเวลาที่เรนินจากไป และใบหน้านั้น... คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตบหน้าเขาอย่างรุนแรงยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ในโลก
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันค่ะ — กระจกเงาต้องสาป
ภัณฑารักษ์ไร้เงากับศพในห้องโถงกระจก•ตอนที่ 1
แขกที่ไม่ได้รับเชิญในเงามืด
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับศพในห้องโถงกระจก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
