กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อราคาแพงลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของ ดร.อคิน แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าซูบผอมและดวงตาที่ฉายแววหวาดระแวงจนเส้นเลือดฝอยในตาขาวแดงก่ำ มือที่เคยหยิบจับปากกาด้วยความมั่นใจ บัดนี้สั่นเทาจนแทบจะถือแก้วน้ำกาแฟไม่อยู่
เอกสารกองโตนับร้อยหน้ากระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะทำงาน—ทุกแผ่นคือบันทึกทางการแพทย์ ผลตรวจทางจิตเวช และภาพถ่ายคดีเก่าเมื่อห้าปีก่อน
แต่มันไม่ใช่คดีของคนอื่น มันคือคดีที่เขายัดเยียดความผิดให้ภรรยาตัวเอง
"คุณ... คุณเข้ามาได้ยังไง"
เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเงาร่างระหงในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าตู้จัดแสดงวัตถุโบราณ เรนินไม่ได้พกพาอาวุธใดๆ นอกจากความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาคู่นั้น มันคือสายตาที่ไร้ก้นบึ้ง ดุจผืนน้ำแข็งในฤดูหนาวที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิตให้จมดิ่งลงไปในความหนเหน็บ
เรนินค่อยๆ หันกลับมา ช้าๆ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย เธอก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละก้าว เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่จุดจบของใครบางคน
"ห้องทำงานของคุณไม่ได้ล็อกค่ะ ดร.อคิน หรือว่า... ความจำของคุณมันแย่ลงเสียจนลืมแม้กระทั่งวิธีดูแลความปลอดภัยพื้นฐานของตัวเองไปแล้วล่ะคะ?"
คำพูดนั้นแทงทะลุเข้าไปในโสตประสาทของชายวัยกลางคน อคินผถอยหลังกรูดจนสะโพกชนกับขอบโต๊ะทำงาน ลมหายใจของเขาหอบถี่ ใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ ความกลัวที่กัดกินจิตใจมาหลายคืนเริ่มพรั่งพรูออกมาเป็นคำพูดที่ขาดห้วง
"เธอ... เธอจะมาฆ่าฉันใช่ไหม เรนิน... เธอมาเพื่อเอาคืนฉันใช่ไหม!"
อคินตะโกนออกไปอย่างควบคุมสติไม่อยู่ มือข้างหนึ่งปัดเอกสารบนโต๊ะร่วงหล่นกระจายเกลื่อนพื้น ภาพถ่ายใบหน้าของภรรยาในอดีตที่เคยเปื้อนหยาดน้ำตาและรอยเลือดในวันจับกุม กระจัดกระจายอยู่แทบเท้าของเขาเอง
เรนินก้มมองภาพถ่ายเหล่านั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่หยดน้ำตา ไม่มีแม้แต่ความโกรธเกรี้ยวให้เห็นในวินาทีนี้ มันคือน้ำนิ่งไหลลึกที่น่ากลัวยิ่งกว่ามหาสว่างไสว เธอย่อตัวลงช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนภาพถ่ายใบนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีที่กำลังสั่นเทาเหมือนคนใกล้บ้า
"ฆ่าคุณเหรอคะ? ทำไมฉันต้องทำลายมือของตัวเองด้วยการเปื้อนเลือดโสโครกแบบนั้นล่ะคะ ดร.อคิน" เรนินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยือกจนบาดลึก "ความตายมันง่ายเกินไปสำหรับคนอย่างคุณค่ะ สิ่งที่คุณควรได้รับ... คือการมีชีวิตอยู่เพื่อมองดูทุกสิ่งที่ค้ำจุนคุณพังทลายลงไปทีละน้อยต่างหากล่ะคะ"
อคินยกมือขึ้นกุมขมับ สมองของเขาปวดแปลบราวกับจะระเบิด ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับเข้ามาในหัว ภาพที่เขาเซ็นชื่อลงในเอกสารเท็จ ภาพที่เขาบอกตำรวจว่าภรรยาตัวเองเป็นคนผลักลูกลงมาจากบันไดหอศิลป์—ทั้งที่ความจริงแล้ว... ในตอนนั้น เขาต่างหากที่เป็นคนยืนอยู่ตรงนั้น เป็นคนผลัก... และเป็นคนโยนความผิดทั้งหมดให้ผู้หญิงที่รักเขาหมดหัวใจ
"ไม่ใช่... ฉันไม่ได้ตั้งใจ... สมองฉัน... มันจำอะไรไม่ค่อยได้แล้วนะ เรนิน... ได้โปรด อย่าเอาความทรงจำพวกนั้นมาหลอกหลอนฉันอีกเลย!" อคินทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร้องไห้ฟูมฟายอย่างไร้ศักดิ์ศรี มือทั้งสองข้างทุบศีรษะตัวเองอย่างรุนแรงราวกับต้องการขับไล่ความคิดบ้าคลั่งที่กำลังกัดกินเนื้อสมองของเขา
เรนินมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนาจนแทบไม่อยากมองซ้ำ เธอยืนกอดอก มองอดีตสามีผู้เคยเหยียดยามเธอให้จมดิน บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงเศษสวะที่หวาดกลัวเงาของตัวเองในห้องโถงกระจกแห่งนี้
"ความจำเสื่อมงั้นเหรอคะ? ช่างเป็นโรคที่สะดวกสบายเสียจริงนะคะ ดร.อคิน" เรนินก้าวเข้าไปใกล้ ลากปลายรองเท้าหยุดลงตรงหน้าชายที่กำลังหมอบราบคาบศอก "แต่เสียใจด้วยนะคะ... บัญชีหนี้ที่คุณติดค้างไว้กับฉันและลูก มันไม่ได้ถูกลบล้างไปด้วยโรคอัลไซเมอร์ระยะแรกของคุณหรอกค่ะ"
เธอโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเขา เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจยามราตรี
"เตรียมตัวรับความจริงทั้งหมด ที่คุณพยายามซ่อนมันไว้ในซอกหลืบของความทรงจำให้ดีนะคะ... เพราะพรุ่งนี้เช้า ความลับทุกอย่างกำลังจะถูกเปิดเผยให้โลกได้เห็น"
เรนินหมุนตัวเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้อคินนอนหายใจรวยรินอยู่ท่ามกลางกองเอกสารและเงาสะท้อนนับร้อยในห้องโถงกระจกที่บิดเบี้ยว
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ประตูกระจกบานใหญ่กำลังจะปิดลง เสียงฝีเท้าเบาหวิวของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดในห้องโถงจัดแสดงด้านนอก เป็นเสียงฝีเท้าที่เล็กและเบาเกินกว่าจะเป็นของผู้ใหญ่
เรนินชะงักฝีเท้า หัวใจที่เคยด้านชากลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อเงาร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยราวห้าขวบคนหนึ่งก้าวออกมาจากมุมมืดของเสาหินอ่อน ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยความไร้เดียงสา... และใบหน้าของเด็กชายคนนั้น ถอดแบบมาจากโครงหน้าของอคินในวัยเด็ก ราวกับพิมพ์เดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งไปในความมืดมนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ภัณฑารักษ์ไร้เงากับศพในห้องโถงกระจก•ตอนที่ 3
ความทรงจำที่หายไป
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับศพในห้องโถงกระจก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
