อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจวิศวะ•ตอนที่ 2

สมการความรู้สึก

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
"ผมให้เวลาพวกคุณตัดสินใจสามวินาที ถ้ายังไม่มีใครลุกขึ้นมาหยิบซองเอกสารบนโต๊ะนี้ โปรเจกต์วิจัยร่วมระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และนิเทศศาสตร์ปีนี้ จะถูกพับเก็บ และชื่อของพวกคุณทั้งสองคนจะถูกขึ้นบัญชีดำจากการพิจารณาทุนการศึกษาทั้งหมดตลอดปีการศึกษาที่เหลือ" น้ำเสียงของศาสตราจารย์ธนาคมราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดดั่งคมมีดที่กรีดลงบนกระดาษทราย บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาแพงลอยอบอวลปะปนกับความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของคนสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานไม้สักทอง คินน์ยืนกอดอก แววตาภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบฉายแววเย็นชาและคำนวณผลลัพธ์ในใจอย่างรวดเร็ว สมองระดับอัจฉริยะของเขาประมวลผลความเสียหายทั้งหมดแล้ว การปฏิเสธคำสั่งนี้เท่ากับการทำลายเส้นทางอาชีพนักวิจัยที่เขาเพียรสร้างมาสามปีเต็ม แต่การต้องเอาชื่อเข้าไปผูกติดกับผู้หญิงที่ใช้แต่อารมณ์และความรู้สึกเหนือเหตุผลอย่างรวดเร็วนั้น... ก็ไม่ต่างอะไรกับการยอมให้ระบบปฏิบัติการหลักติดไวรัสโทรจันดีๆ นี่เอง ในขณะเดียวกัน รินยืนกัดริมฝีปากล่างเบื้องล่างจนแทบห้ามเลือดไว้ไม่อยู่ มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ดวงตากลมโตที่มักจะเต็มไปด้วยประกายแห่งความสร้างสรรค์และความท้าทายในยามอยู่บนเวทีละครเวที บัดนี้กำลังฉายแววขุ่นเคืองและดื้อรั้น เธอกำลังใช้สัญชาตญาณดิบในการอ่านคน และเธอก็รู้ดีว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างเธอนี้คือ "ข้อผิดพลาด" ทางตรรกะที่เธอเกลียดชังที่สุดในชีวิต "สาม..." เสียงทุ้มต่ำของอาจารย์นับถอยหลัง รินเหลือบมองซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะสลับกับใบหน้านิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินของคินน์ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาในอก เธอไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้ใครโดยเฉพาะกับพวกวิศวกรสมองกลที่มองทุกอย่างเป็นแค่ตัวเลขและอัลกอริทึม "สอง..." คินน์ขยับตัวเล็กน้อย รองเท้าหนังขัดมันกระทบพื้นห้องเกิดเสียงทุ้มต่ำ เขาไม่ได้แสดงความลังเลออกมาแม้แต่น้อย แต่ทว่า... เขากลับเป็นฝ่ายยื่นมือออกไปหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาก่อนที่นับครั้งสุดท้ายจะหลุดออกจากปากของอาจารย์ รินหันขวับไปมองเขาด้วยความไม่พอใจทันที "ใครอนุญาตให้คุณตัดสินใจแทนฉัน?" คินน์หันมามองเธอ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อยด้วยความสูงที่ได้เปรียบ แววตาคมกริบมองทะลุผ่านเลนส์แว่นราวกับกำลังสแกนหาข้อบกพร่องในตัวเธอ "ถ้าปล่อยให้สมองที่เอาแต่อารมณ์นำทางอย่างคุณเป็นคนตัดสินใจ เราคงยืนเถียงกันจนมหาวิทยาลัยปิด และผม... ไม่มีเวลามาสิ้นเปลืองกับความไร้เหตุผลครับ" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เจือไปด้วยความเย้ยหยันที่จงใจยั่วโมโห "นี่คุณ!" รินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด เธอยื่นมือไปคว้ามุมซองเอกสารอีกด้านหนึ่งไว้แน่น แรงดึงยื้อเบาๆ เกิดขึ้นระหว่างคนทั้งคู่ สื่อสัญญานสงครามประสาทที่เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ "พอใจแล้วใช่ไหมครับอาจารย์" คินน์ละสายตาจากหญิงสาว หันไปกล่าวกับอาจารย์ธนาคมโดยที่มือข้างหนึ่งยังคงยื้อซองเอกสารไว้กับริน "พวกเรา... รับข้อเสนอโปรเจกต์ 'สมการความรู้สึก' นี้ครับ" อาจารย์ธนาคมพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายวัยกลางคน "ดีมาก ฉันหวังว่าความแตกต่างสุดขั้วของพวกเธอ จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้โปรเจกต์วิจัยการสร้างปัญญาประดิษฐ์ที่เข้าใจอารมณ์มนุษย์ชิ้นนี้สำเร็จได้ เอกสารรายละเอียดทั้งหมดอยู่ในนั้น งานแรกคือการเข้าไปสำรวจห้องแล็บร้างชั้นใต้ดินตึกเก่าคณะวิศวะฯ เริ่มคืนนี้เลย" สิ้นคำประกาศนั้น ทั้งคินน์และรินต่างก็ชะงักไปชั่วขณะ ห้องแล็บร้างชั้นใต้ดินตึกเก่า... สถานที่ที่ถูกสั่งปิดตายมานานกว่าห้าปีหลังจากเกิดอุบัติเหตุปริศนา และเป็นพื้นที่ต้องห้ามที่นักศึกษาทั่วไปไม่มีสิทธิ์ย่างกรายเข้าไป คินน์ขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแปลบปلمเข้ามาในสมองส่วนลึก ภาพแฟลชแบ็กสีขาวโพลน เสียงสัญญาณชีพที่ดังติ๊ดๆ และความเจ็บปวดราวกะโหลกศีรษะจะระเบิดวาบขึ้นมาในเสี้ยววินาที จนเขาต้องเผลอยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองอย่างลืมตัว รินสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นทันที สายตาของเธอหรี่ลงด้วยความสงสัย เธอกวาดตามองปฏิกิริยาทางกายภาพของชายหนุ่ม—ชีพจรที่เต้นเร็วขึ้นที่ลำคอ, เม็ดเหงื่อบางๆ ที่ผุดขึ้นบริเวณไรผม, และม่านตาที่ขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย... สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นอาการของ "ความทรงจำที่ถูกบังคับให้ตื่นขึ้น" "คุณไหวหรือเปล่า คุณอัจฉริยะ" รินกระซิบเสียงเบา น้ำเสียงปราศจากความเยาะเย้ยในคราแรก เปลี่ยนเป็นความระแวงแก Ironic เล็กน้อย "หรือว่า... ห้องแล็บนั้นมันมีความลับอะไรที่คุณไม่อยากให้ฉันรู้กันแน่?" คินน์ดึงสีหน้ากลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เขาลดมือลง ปรับแว่นตาให้เข้าที่ รอยยิ้มเย็นชาถูกยกขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความเปราะบางเมื่อครู่ "ห่วงตัวเองก่อนเถอะครับ คุณประธานชมรมละครเวที..." คินน์กระซิบตอบชิดใบหูของเธอ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ จากตัวหญิงสาวปะปนกับกลิ่นสะอาดของหนังสือในห้องทำงาน ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดที่ประสาทสัมผัสของตนเองยอมรับการมีอยู่ของเธออย่างรวดเร็วเกินไป "เพราะความลับในแล็บนั้น... อาจจะน่ากลัวกว่าบทละครน้ำเน่าที่คุณเคยเล่นมาทั้งชีวิตเสียอีก" ร่างสูงผละตัวออก หมุนตัวเดินนำออกจากห้องทำงานของอาจารย์ทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้เอ่ยปากต่อ รินมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ หมั่นไส้ และ... หวาดหวั่นอย่างประหลาด บรรยากาศยามค่ำคืนของมหาวิทยาลัยเงียบสงบลงเมื่อเข็มนาฬิกาดิจิทัลบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือบอกเวลาเที่ยงคืนตรง ตึกวิศวกรรมศาสตร์หลังเก่าตั้งตระหง่านอยู่ ณ มุมอับที่สุดของวิทยาเขต แสงไฟนีออนสีส้มกะพริบติดๆ ดับๆ อยู่เหนือทางเข้า ราวกับฉากในภาพยนตร์ระทึกขวัญเกรดบี คินน์ยืนไขกุญแจประตูเหล็กดัดขึ้นสนิม เสียงโลหะเสียดสีกันดังเอี๊ยดอาร์ดบาดแก้วหูในความเงียบสงัด รินกอดแขนตัวเองแน่นเพื่อคลายความหนาวเย็นจากลมยามวิกาล เธอเดินตามหลังคินน์เข้ามาภายในตึก กลิ่นอับชื้นของปูนเก่าและฝุ่นละอองลอยคละคลุ้งจนต้องยกมือขึ้นปิดจมูก "เราต้องลงไปลึกแค่ไหนเนี่ย..." รินบ่นพึมพำขณะเดินตามแสงไฟจากกระบอกไฟฉายในมือของชายหนุ่ม "ชั้นใต้ดินชั้นที่สาม" คินน์ตอบเสียงเรียบ สายตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอแท็บเล็ตในมือที่กำลังรันโปรแกรมสแกนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อหาทางเปิดประตูลับ "ระบบความปลอดภัยที่นี่ถูกตัดขาดจากส่วนกลางมานาน ผมต้องเขียนโค้ดบายพาสระบบล็อกด้วยตัวเอง" นิ้วเรียวยาวของคินน์รัวพิมพ์คำสั่งลงบนหน้าจออย่างคล่องแคล่ว แสงสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนลงบนใบหน้าด้านข้างที่ดูคมคายและจริงจังจนน่ามอง รินยืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือย มองดูการกระทำของเขาด้วยความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนไป... ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ไร้หัวใจอย่างที่เธอคิด เขามีความลึกลับบางอย่างซ่อนอยู่ใต้ท่าทางหยิ่งผยองนั้น *คลิก!* เสียงกลไกอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ปลดล็อกดังขึ้นก้องโถงทางเดิน ประตูเหล็กหนาหนักเบื้องหน้าค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดสนิทที่ไร้ก้นบึ้งเบื้องล่าง และกลิ่นฉุนแปลกประหลาดที่ลอยทะลักออกมา คินน์ชะงักฝีเท้าทันที แสงไฟฉายในมือส่องกราดเข้าไปด้านใน บนพื้นห้องแล็บที่เต็มไปด้วยเศษกระจกและเอกสารกระจัดกระจาย มีรอยคราบสีน้ำตาลเข้มคล้ายรอยเลือดแห้งกรังเป็นทางยาวลากลึกเข้าไปในมุมมืด และตรงกลางห้องนั้น... มีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเครื่องหนึ่งที่หน้าจอยังคงสว่างวาบด้วยข้อความโค้ดประหลาดที่กำลังรันซ้ำไปมา รินขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงโดยไม่รู้ตัว มือเรียวคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตของเขาไว้แน่น "คินน์... นั่นมันอะไรน่ะ?" คินน์ไม่ตอบ เขายืนนิ่งค้าง ราวกับถูกตรึงไว้กับที่ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่ออ่านข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น บนหน้าจอสีดำมืด มีบรรทัดโค้ดสั้นๆ พิมพ์ด้วยตัวอักษรสีแดงสด ซึ่งเป็นรหัสผ่านส่วนตัวที่เขาเคยใช้เมื่อสามปีก่อน—รหัสที่ควรจะถูกลบออกจากฐานข้อมูลไปนานแล้ว พร้อมกับข้อความต้อนรับที่ทำให้เลือดในกายของเขากลายเป็นน้ำแข็ง: *[ WELCOME BACK, SUBJECT 01: ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ตัวทดลองที่ศูนย์ ]* ก่อนที่คินน์จะได้ตั้งตัว มือปริศนาคู่หนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากความมืดมิดด้านหลังประตูเหล็ก คว้าหมับเข้าที่หัวไหล่ของริน และกระชากเธอหายเข้าไปในความมืดมิดของห้องแล็บอย่างรวดเร็วดั่งภูตผี! "ริน!" คินน์ตะโกนลั่นชื่อนั้น สัญชาตญาณดิบของนักล่าตื่นขึ้นพร้อมกับความทรงจำที่พรั่งพรูเข้ามาในหัว เขากระโจนตามร่างของหญิงสาวเข้าไปในความมืด โดยไม่รู้เลยว่า... ประตูเหล็กบานหนาเบื้องหลังกำลังเลื่อนปิดลงเองอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นยะเยือกที่ก้องสะท้อนอยู่ในความว่างเปล่า ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมไขปริศนาไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%