เสียงนิ้วเรียวยาวกระทบลงบนแป้นพิมพ์กลไกสวิตช์สีฟ้าดังระรัว ราวกับเสียงฝนตกกระทบหลังคากระจกในคืนพายุ การประท้วงด้วยความเงียบครั้งนี้มีประสิทธิภาพมากกว่าการตะโกนแหกปากในห้องประชุมสภา น
บนหน้าจออัลตร้าไวด์ขนาดสามสิบสี่นิ้ว โค้ดภาษาไพทอนหลายร้อยบรรทัดกำลังร,นอย่างไร้ที่ติ แสงสีฟ้าอมม่วงจากจอภาพสะท้อนเข้ากับดวงตาสีดำสนิทของคินน์ ดวงตาคู่ที่มองโลกผ่านตัวเลขและตรรกะมาโดยตลอด สามปีในคณะวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์สอนให้เขารู้ว่า มนุษย์โกหกได้ แต่โค้ดไม่เคยทรยศใคร
ทว่าความเงียบสงบอันศักดิ์สิทธิ์ของศูนย์วิจัยกลางชั้นสี่ ถูกทำลายลงด้วยเสียงลากกระเป๋าเดินทางกระทบพื้นกระเบื้องยางดัง *ก๊อกแก๊ก... ก๊อกแก๊ก*
ตามด้วยแรงผลักประตูห้องกระจกที่เปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท
"ช่วยกรุณาหรี่เสียงพิมพ์ดีดดิบเถื่อนของคุณลงหน่อยได้ไหมคะ? นี่มันพื้นที่สร้างสรรค์ศิลปะ ไม่ใช่ห้องทดลองซ่อมเมนบอร์ดพังๆ ของแผนกคุณ"
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังพุ่งตรงเข้ามาปะทะโสตประสาท คินน์ยังคงไม่ละสายตาจากหน้าจอ นิ้วยังคงพิมพ์โค้ดบรรทัดสุดท้ายก่อนจะกดเซฟด้วยความนิ่งสนิท ราวกับเสียงเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง
เขารับรู้ตัวตนของเธอตั้งแต่เงาสะท้อนบนกระจกแล้ว... ริน ประธานชมรมละครเวที ปี 3 หญิงสาวผู้ใช้ชีวิตอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความจริงกับภาพลวงตา ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มองมาที่เขาอย่างเป็นมิตร แต่เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งการท้าทาย
คินน์ค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง เขาส่งยิ้มมุมปากที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ให้ เป็นรอยยิ้มแบบที่วิศวกรผู้ถือไพ่เหนือกว่ามักใช้ตอกหน้าคนที่ไร้เหตุผล
"ศูนย์วิจัยกลางแห่งนี้ สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณแปดสิบเปอร์เซ็นต์มาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ อีกสิบเปอร์เซ็นต์มาจากคณะบริหาร และเศษเงินที่เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์..." คินน์เว้นจังหวะ สายตากวาดมองกองอุปกรณ์ประกอบฉาก สมุดบทละคร และลังไม้ที่ถูกกองสุมไว้กินพื้นที่เกินครึ่งห้อง ก่อนจะหันกลับมาสบตาเธอนิ่งๆ "...ถึงตกเป็นของพวกคุณ นิเทศศาสตร์"
"คุณกำลังจะบอกว่าพวกเราเป็นแค่ 'เศษเงิน' อย่างนั้นเหรอคะ?" รินก้าวฉับๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา มือเรียวบางตบลงบนพื้นโต๊ะไม้เสียงดัง *ปัง!* แรงสั่นสะเทือนทำเอาแก้วกาแฟเซรามิกสั่นไหว
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอในตอนนี้ใกล้เสียจนคินน์ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิผสมกับกลิ่นกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ มันเป็นกลิ่นที่ขัดแย้งกับความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเขาอย่างสิ้นเชิง
"ผมไม่ได้พูด คุณพูดเองต่างหาก" คินน์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งความโกรธ "และถ้าคุณเรียนวิชาสถิติมาบ้าง คุณจะรู้ว่าพื้นที่ครึ่งหนึ่งของฝั่งตะวันตกถูกบันทึกไว้ในระบบฐานข้อมูลว่าเป็น 'เขตปลอดสิ่งกีดขวาง' เพื่อใช้ติดตั้งเซิร์ฟเวอร์สำรอง... ซึ่งตอนนี้กลายเป็นที่วางหัวกะโหลกปลอมกับกระโปรงสุ่มไก่ของคุณไปเรียบร้อยแล้ว"
รินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เธอโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ใบหน้าห่างจากเขาเพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับพยายามจะค้นหาข้อบกพร่องในระบบที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้อย่างสมบูรณ์แบบนี้
"คุณคินน์คะ... โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึมงี่เง่าของคุณหรอกนะ บางทีสิ่งที่คุณควรเรียนรู้ ไม่ใช่การเขียนโค้ดให้สมบูรณ์แบบที่สุด..." รินกระซิบเสียงแผ่วเบา แต่ทุกคำชัดเจนบาดลึก "แต่มันคือการยอมรับว่า... มนุษย์เรามีความผิดพลาด และความงามของมันซ่อนอยู่ตรงรอยร้าวพวกนั้นต่างหาก"
คินน์ชะงักไปชั่ววินาที หัวใจในอกกระตุกวูบอย่างประหลาด ประโยคเมื่อครู่... มันไม่ใช่แค่คำพูดประชดประชันทั่วไป แต่มันไปสะกิดบางสิ่งบางอย่างในส่วนลึกของความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ ปมในใจเกี่ยวกับการทดลองครั้งนั้น ความผิดพลาดที่เขาไม่อาจแก้ไขและความทรงจำที่หายไปครึ่งหนึ่ง
แต่ฐานะนักศึกษาอัจฉริยะผู้ไม่เคยเพลี่ยงพล้ำ เขาควบคุมสีหน้ากลับคืนสู่ความเย็นชาได้อย่างรวดเร็ว
"ความผิดพลาดคือบัก (Bug) ที่ต้องแก้ไข ไม่ใช่ศิลปะ" คินน์ตอบเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องตอบเธออย่างไม่ลดละ "และถ้าคุณยังไม่ขนของพวกนี้ออกไปภายในสิบนาทีนี้ ผมจะใช้สิทธิ์ในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ เขียนสคริปต์ลบสิทธิ์การเข้าใช้ห้องนี้ของชมรมคุณทิ้งซะ"
"คุณกล้าเหรอ?" รินหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวเธอ
"ลองดูไหมล่ะครับว่าโค้ดของผม กับอำนาจของประธานชมรมละครเวที... ฝ่ายไหนจะทำงานเร็วกว่ากัน"
สงครามประสาทดำเนินไปในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ประสานกันท่ามกลางกองเอกสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รินขบริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้บ้าพอบริหารจัดการทุกอย่างด้วยตรรกะเย็นชาได้จริงๆ เธอยืดตัวตรง สะบัดหน้าหนีด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าไปยังมุมห้องเพื่อเก็บข้าวของตามคำขู่
คินน์ถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก เขาหันกลับมามองหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อสมาธิที่ขาดหายไป นิ้วเรียวกำลังจะแตะลงบนแป้นพิมพ์เพื่อเคลียร์งานต่อ
แต่ทว่า... จู่ๆ หน้าจออัลตร้าไวด์ก็เกิดอาการกะพริบถี่ๆ สีหน้าจอเปลี่ยนจากสีฟ้าใสเป็นสีแดงฉาน ระบบโค้ดทั้งหมดที่เขาเขียนไว้เมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นข้อความแปลกประหลาดที่รันขึ้นมาเองอัตโนมัติทีละบรรทัด
*System Warning: Unauthorized access detected.*
*Decrypting file: Project_Memory_1998.log...*
*Access Granted. Welcome back, Subject 04.*
คินน์เบิกกว้างด้วยความตกใจ ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง โค้ดชุดนี้ถูกเข้ารหัสด้วยความปลอดภัยระดับสูงสุดที่แม้แต่แฮกเกอร์ระดับโลกก็ไม่สามารถเจาะเข้ามาได้ภายในสิบปี... แล้วมันรันขึ้นมาได้อย่างไร?
เขารีบคว้าคีย์บอร์ดเพื่อพิมพ์คำสั่งหยุดการทำงาน แต่ทว่า หน้าจอกลับปรากฏภาพวิดีโอวงจรปิดเก่าคร่ำครึ ภาพของเด็กชายคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในห้องทดลองที่คุ้นเคย รอบตัวเต็มไปด้วยเปลวไฟและเสียงสัญญาณเตือนภัย เสียงกรีดร้องดังระคนกับเสียงเครื่องจักร
และก่อนที่สติของเขาจะหลุดลอยไปกับภาพเบื้องหน้า เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดสนิทด้านนอกประตูห้องวิจัย...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าผ่านลำโพงอินเตอร์คอมที่ไม่ได้เชื่อมต่อกระแสไฟ
"เจอตัวแล้ว... คินน์ ลูกชายของฉัน"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในบรรทัดแรกของโค้ดปริศนานี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจวิศวะ•ตอนที่ 1
โค้ดที่ผิดพลาด
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
