กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมกับกำยานโบราณจนชวนคลื่นไส้ รอบวงสิญจน์มืดสนิทมีเพียงแสงไฟสีแดงฉานจากเทียนอาคมที่ลุกโชนสะท้อนใบหน้าบิดเบี้ยวของเหล่าสาวก รินทร์กวาดสายตามองแผ่นยันต์นับร้อยที่ปักปักปันอาณาเขต ร่างกายของเธอบาดเจ็บจากแรงสะท้อนของอาคมจนมุมปากมีคราบเลือดสีชาดไหลริน แต่แววตาคู่คมกลับปรากฏความเยือกเย็นอย่างถึงที่สุด ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัว มีเพียงจิตวิญญาณแห่งนักพยากรณ์ที่พร้อมแลกทุกอย่างเพื่อหยุดยั้งโศกนาฏกรรมนี้
"รินทร์! ถอยออกมาเดี๋ยวนี้! สภาพร่างกายเธอรับไม่ไหวแล้วนะ!"
เสียงทุ้มต่ำของสารวัตรปราบตะโกนแทรกเสียงสวดมนต์ก้องกังวาน นายตำรวจหนุ่มพยายามพังกำแพงอาคมเข้ามาด้วยด้ามปืนอัดพลังจิต ถึงแม้เขาจะเกลียดชังเรื่องงมงายพวกนี้เข้ากระดูกดำ แต่หัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัวสูญเสียหญิงสาวตรงหน้าทำให้เขายอมทำลายทุกกฎเกณฑ์ที่เคยยึดถือ รอยแผลที่แขนขวาของเขาจากการปะทะกับสมุนลัทธิปรกคลุมด้วยคราบเลือด แต่วี่แววความลังเลไม่มีอยู่เลย
รินทร์หันกลับไปสบตากับสารวัตรหนุ่ม แววตาที่ส่งผ่านไปนั้นเจือความอ่อนโยนแต่เด็ดเดี่ยว "อย่าเข้ามาค่ะ ปราบ... เกินขอบเขตนี้ไป คุณจะโดนอาคมย้อนกลับจนวิญญาณแตกสลายนะคะ"
"ฉันไม่สน!" ปราบคำรามลั่น ฟันกรามขบเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้รินทร์รับภาระนี้คนเดียว ร่างกายและจิตวิญญาณของเธออาจดับสลายไปตลอดกาล ทว่าก่อนที่เขาจะฝ่าม่านพลังสีเลือดเข้าไปได้ แรงกดดันมหาศาลก็กดทับลงบนพื้นดินจนร่างของทุกคนต้องทรุดฮวบลง
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ฝังรากลึกในจิตสำนึกของรินทร์ดังระรัว ความถี่ของเสียงสะท้อนถึงวิกฤตการณ์ระดับวิกฤต หน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าเธออย่างฉับพลัน พร้อมข้อความที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
[ตรวจพบเจตจำนงแห่งผู้พยากรณ์บรรลุเงื่อนไขสูงสุด]
[ระบบกำลังปลดล็อกขีดจำกัดพลังระดับ SSS: "เนตรทิพย์สยบมาร และ ศาสตราเทพพยากรณ์"]
[คำเตือน: การเข้าสู่สภาวะร่างทรงเทพพยากรณ์ขั้นสมบูรณ์ จะดึงเอาอายุขัย 5 ปี เป็นค่าตอบแทน คุณต้องการดำเนินการต่อหรือไม่? (ใช่/ไม่ใช่)]
รินทร์หลับตาลงชั่วพริบตา ความทรงจำในอดีตที่เคยถูกหักหลังและเหยียบย่ำไหลย้อนเข้ามาเป็นฉากๆ ความเจ็บปวดจากการสูญเสีย ความโดดเดี่ยว และความมืดมนที่เธอต้องเผชิญมาลำพัง... ทุกอย่างหล่อหลอมให้เธอแข็งแกร่งขึ้นจนถึงวินาทีนี้ ไม่มีเวลาให้ลังเล ไม่มีที่ว่างให้ความกลัว
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่เธอจะเปล่งเสียงกระซิบเบาๆ แต่ก้องกังวานในจิตใจ *'ดำเนินการค่ะ'*
ทันทีที่สิ้นความคิด โลกทั้งใบก็ดับวูบลงชั่วพริบตา
ร่างของรินทร์ลอยขึ้นเหนือพื้นดินช้าๆ เส้นผมสีดำสนิทแผ่สยายกลางอากาศราวกับไร้แรงโน้มถ่วง ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววระแวดระวังค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีทองเรืองรองประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในจักรวาลอันไพศาล กลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามแผ่ซ่านกดทับจนเหล่าสาวกในพิธีต่างกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและล้มพับลงไปกองกับพื้น อาคมฝ่ายมืดที่สั่งสมมานับแรมปีแตกสลายเป็นจุลราวกับกระจกโดนค้อนทุบ
สารวัตรปราบเบิกตากว้างด้วยความตะลึงงัน เขาอ้าปากค้างแต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ภาพตรงหน้าเกินกว่าสามัญสำนึกของนายตำรวจน้ำดีอย่างเขาจะทำความเข้าใจได้ ร่างของรินทร์ในยามนี้งดงาม ทรงพลัง และสูงส่งเกินกว่าจะเอื้อมถึง ราวกับเทพเซียนโบราณที่จุติลงมาเพื่อพิพากษาโลกมนุษย์ ความรู้สึกหวาดหวั่นผสมผสานกับความทึ่งแล่นพล่านไปทั่วร่าง
"นั่น... พลังบ้าอะไรกัน..." ปราบพึมพำกับตัวเอง มือที่ถือปืนสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความห่วงใยที่ระคนความพรั่นพรึง
รินทร์ในร่างทรงเทพพยากรณ์กวาดสายตาสีทองมองลงมาเบื้องล่าง เสียงของเธอเปลี่ยนไป เป็นเสียงประสานก้องกังวานซ้อนทับกันหลายชั้นราวกับเสียงสะท้อนจากห้วงมิติอื่น ทรงพลัง เย็นชา และเด็ดขาด
"ความมืดที่บังอาจท้าทายกฎแห่งสวรรค์... บัดนี้ ถึงเวลาชำระสะงลแล้วค่ะ"
เธอยกมือขึ้นวาดกลางอากาศ วงแหวนอักขระโบราณสีทองอร่ามปรากฏขึ้นรอบตัว ก่อนที่แสงสว่างเจิดจ้าจะระเบิดออกกวาดล้างกลิ่นอายอัปมงคลทั้งหมดให้มลายหายไปในพริบตา ทว่าในวินาทีที่วิกฤตกำลังจะคลี่คลาย รอยแยกสีดำสนิทขนาดใหญ่ก็ปริแตกออกกลางอากาศเหนือวงสิญจน์ แรงดึงดูดประหลาดดึงเอาเศษซากวิญญาณและพลังงานรอบด้านให้ไหลทะลักเข้าไปข้างใน
เงาร่างมหึมาคู่หนึ่งค่อยๆ ก้าวพ้นจากรอยแยกนั้น ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่รินทร์ด้วยความอาฆาตแค้น รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น
*ติ๊ด! ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับวิกฤตสูงสุด:*
[ตรวจพบ: บอสลับ "ราชันโลหิตทมิฬ" ลืมตาตื่นก่อนกำหนดเนื่องจากพลังระดับ SSS กระตุ้น]
[สถานะรินทร์: พลังงานในร่างเหลือ 12% และกำลังจะหมดสติ]
รินทร์สำลักลิ่มเลือดออกมาคำโต สีหน้าซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อร่างทรงเริ่มเสื่อมสลาย ดวงตาสีทองกลับคืนสู่ความมืดมิด ทว่าราชันโลหิตทมิฬกลับพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วเหนือเสียงในเสี้ยววินาที!
"รินทร์!" สารวัตรปราบคำรามลั่นด้วยความตกใจสุดขีด เขาทิ้งอาวุธทั้งหมดแล้วพุ่งตัวเข้าใส่เงาร่างมหึมานั้นด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง แม้รู้ดีว่าร่างกายมนุษย์ธรรมดาของเขาไม่อาจต้านทานสิ่งนี้ได้ก็ตาม
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและก้าวผ่านความมืดมิดไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย•ตอนที่ 25
ปลดล็อกพลัง SSS
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!