"คุณแน่ใจแล้วหรือครับ... อ้อ ขออภัย ดิฉันเผลอติดปากพูดตามคุณปราบเสียแล้วค่ะ"
รินทร์ชะงักมือที่กำลังถือคีมปลายแหลมคีบชิ้นส่วนกระดูกชิ้นเล็กๆ ออกจากกองขี้เถ้าอับชื้น กลิ่นอายของความตายและไสยศาสตร์สายดำคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบไม่ใช่กลิ่นเหม็นเน่าเหล่านี้ หากเป็นตัวอักษรสีทองเรืองแสงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าต่างหาก
[ ตรวจพบร่องรอยพลังจิตตกค้าง: คดีแฟ้มสีเพลิง (รหัสลับ: 00-อดีตที่ถูกลบ) ]
[ เงื่อนไขการปลดล็อก: ผู้ใช้ระบบ (รินทร์) เคยมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในฐานะ... 'เหยื่อผู้รอดชีวิต' ]
[ คำเตือน: ความทรงจำที่ท่านพยายามฝังกลบ กำลังจะย้อนกลับมาทวงคืนความยุติธรรม ]
ดวงตาคู่คมกริบของรินทร์ไหววูบเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ นิ้วเรียวที่สวมถุงมือยางสีขาวยังคงค้างอยู่เหนือกระดูกชิ้นนั้น ภาพความทรงจำสีเทาหม่นที่เธอพยายามขุดหลุมฝังกลบไว้ลึกที่สุด ค่อยๆ กัดเซาะผนวงกตในสมองขึ้นมาทีละน้อย ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาบที่ขั้วหัวใจเหมือนถูกเข็มเล่มเล็กๆ นับร้อยทิ่มแทง
"รินทร์ เป็นอะไรไป"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือความห่วงใยอย่างปิดไม่มิดดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงในชุดสูทสีเข้มของสารวัตรปราบที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบของเขาสำรวจใบซีดเซียวของหญิงสาวด้วยความกังวล ก่อนจะปรายตามองไปยังหน้าจอโฮโลแกรมของระบบที่คนนอกมองไม่เห็น แต่เขารู้ดีว่าเธอกำลังเผชิญหน้ากับมันอยู่
"ฉัน... ไม่เป็นไรค่ะสารวัตร" รินทร์ฝืนตอบ น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับสั่นน้อยๆ จนคนฟังจับพิรุธได้ เธอกลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่ลำคอลงไปอย่างยากลำบาก แล้วเบือนสายตาหนีจากกองหลักตรงหน้า
สารวัตรปราบขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกไม่สบอารมณ์พุ่งพล่านในอกเมื่อเห็นอาการผิดปกติของหญิงสาว เขาเอื้อมมือหนาไปกุมข้อมือเรียวของเธอไว้หลวมๆ แรงบีบอุ่นๆ จากฝ่ามือของเขาช่วยดึงสติของรินทร์ให้กลับคืนมาสู่ความเป็นจริง
"อย่าฝืนถ้ามันเกินไหว จำไว้ว่าตอนนี้คุณไม่ได้ตัวคนเดียว" ปราบเอ่ยเสียงเข้ม แววตาที่มองเธอนั้นไม่มีความระแวงสงสัยใดๆ มีเพียงความห่วงใยที่บริสุทธิ์และพร้อมจะปกป้อง
รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หัวใจที่เคยปิดตายและสร้างกำแพงหนาเตอะไว้ป้องกันตัว คล้ายจะมีรอยร้าวเกิดขึ้นเล็กๆ ความอบอุ่นจากฝ่ากระจายซ่านไปทั่วร่างอย่างช้าๆ เธอยอมรับว่าในโลกที่เต็มไปด้วยภูตผี ไสยศาสตร์ และการหักหลังของผู้คน สารวัตรหนุ่มจอมระเบียบคนนี้กลับกลายเป็นจุดยึดเหนี่ยวเดียวที่เธอไว้วางใจอย่างสนิทใจ
"ฉันไม่ได้ฝืนค่ะ... แค่กำลังคิดว่า บางทีคดีที่เรากำลังตามหาตัวฆาตกรอยู่ตอนนี้ อาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่คิด" รินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความเยือกเย็นกลับคืนมา เธอก้มลงมองกระดูกชิ้นนั้นอีกครั้ง ก่อนจะอ่านข้อความที่ระบบเพิ่งอัปเดตเพิ่มเติมด้วยความตกตะลึง
[ บันทึกความทรงจำส่วนที่ถูกผนึก: คืนวันที่ฝนตกหนักเมื่อสิบปีก่อน เด็กหญิงรินทร์เคยยืนอยู่ ณ จุดเกิดเหตุแห่งนี้ ในฐานะ 'พยานปากเอก' ที่ถูกลบความทรงจำ ]
เปรี้ยง!
ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รินทร์จำได้แล้ว... สถานที่แห่งนี้ กลิ่นอายแบบนี้ และรอยสลักไสยเวทบนกระดูกชิ้นนี้ มันคือสถานที่เดียวกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ปริศนาที่พรากครอบครัวและอนาคตในวัยเด็กของเธอไปทั้งหมด! เธอกลายเป็นเด็กกำพร้าที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากคำสาปและความหวาดกลัวมาโดยตลอด โดยที่ระบบจิตใต้สำนึกของเธอบังคับให้ลืมเลือนมันไปเพื่อรักษาความสติ
แต่วันนี้ ระบบสืบคดีทวงแค้นกลับดึงมันขึ้นมาเปิดเผยต่อหน้าเธอ เพื่อบังคับให้เธอเผชิญหน้ากับอดีตที่เธอกลัวที่สุด
"รินทร์! คุณหน้าซีดมากแล้วนะ นั่งพักก่อนเถอะ" สารวัตรปราบเห็นอาการไม่สู้ดีของเธอจึงประคองร่างบางให้นั่งลงบนเก้าอี้พับสนามใกล้ๆ พร้อมกับหยิบขวดน้ำยื่นให้ แต่มือของรินทร์สั่นเทาจนแทบถือไม่ไหว
"สารวัตรคะ..." รินทร์เงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาดำขลับคู่นั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความลับอันหนักอึ้งที่เธอเพิ่งค้นพบ "คนที่อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในตอนนี้... และคนที่ฆ่าครอบครัวของฉันเมื่อสิบปีก่อน คือคนๆ เดียวกันค่ะ"
ปราบชะงัก สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลดลงจนหนาวเยือก เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่คดีอารกรรมธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือเกมแค้นที่ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้ามานานนับทศวรรษ
ยังไม่ทันที่ปราบจะได้เอ่ยปากซักถาม เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่รินทร์คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่สีทอง... มันเป็นสีแดงฉานราวกับหยาดเลือด!
[ ⚠️ แจ้งเตือนเร่งด่วน: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของ 'เป้าหมายระดับ SSS' ผู้บงการเบื้องหลัง ]
[ สถานะปัจจุบัน: เป้าหมายกำลังยืนมองพวกท่านจากมุมมืดของอาคารฝั่งตรงข้าม และ... กำลังส่งยิ้มมาให้ ]
รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หญิงสาวผุดลุกขึ้นยืนแล้วหันขวับไปมองยังตึกร้างฝั่งตรงข้ามที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล ท่ามกลางหน้าต่างบานที่แตกละเอียดและมืดทึบ มีเงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทกำลังยืนไขว้หลังมองตรงมาที่พวกเขา แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกเผยให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้ขนหัวลุก... และดวงตาสองสีที่รินทร์ไม่มีวันลืมชั่วชีวิต!
"นั่นมัน..." รินทร์อุทานออกมาเสียงแผ่ว หัวใจแทบหยุดเต้น
ปราบชักปืนพกออกมาจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ เขาก้าวขึ้นมาบังร่างของรินทร์ไว้ด้านหลังทันที สายตาดุดันจ้องเขม็งไปยังเงาดำบนตึกฝั่งตรงข้าม
แต่ก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัวทำอะไร เงาร่างปริศนาก็ยกมือขึ้นช้าๆ แล้วทำสัญลักษณ์บางอย่างกลางอากาศ ก่อนจะสลายกลายเป็นควันสีดำจางหายไปต่อต่อหน้าต่อตา ทิ้งไว้เพียงเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของรินทร์เพียงคนเดียว—
*"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... เจ้าสาวแห่งความตายของฉัน"*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความลับอันดำมืดของรินทร์และสารวัตรปราบนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย•ตอนที่ 11
ร่องรอยของการทรยศ
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!