กลิ่นอายความชื้นของคราบน้ำมันเครื่องและกลิ่นอับของห้องใต้ดิน ณ กองปราบปรามในยามวิกาล ไม่เคยเป็นบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์เลยแม้แต่น้อย
รินทร์วางสมุดบันทึกปกหนังสีดำลงบนโต๊ะทำงานตัวยาว เสียงกระดาษกระทบพื้นไม้ดังทึบเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสจดจ้องไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังแสดงผลข้อมูลสถิติการตายผิดธรรมชาติของคราบน้ำมันในคดีล่าสุด ข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้ไหลเข้ามาอย่างไร้ระเบียบ แต่มันถูกจัดเรียงด้วยระบบวิเคราะห์เบื้องหลังที่เธอเพิ่งปลดล็อกได้จากภารกิจย่อยในสัปดาห์ก่อน
"คุณจะนั่งจ้องหน้าจอจนตาทะลุไปถึงหลังห้องเก็บของเลยหรือไง รินทร์"
เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นพร้อมกับแรงวางแก้วกาแฟกระแทกลงบนโต๊ะอย่างไม่เบามือนัก สารวัตรปราบยืนกอดอกอยู่ตรงหน้า เนี้ยบในชุดสูทสีเข้มที่แม้จะผ่านการทำงานมาครึ่งค่อนคืน แต่เนกไทก็ยังคงผูกปมไว้อย่างเรียบร้อยไม่มีที่ติ ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวด้วยความระคนเหนื่อยหน่ายระคนเป็นห่วง
"ถ้าฉันไม่จ้อง แล้วใครจะเป็นคนหาจุดเชื่อมโยงระหว่างรอยสักยันต์บนศพกับเส้นทางการเงินของบริษัทรับเหมานั้นล่ะคะ สารวัตร" รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตา เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมตามสไตล์ของเธอ "หรือว่าคุณอยากจะใช้วิธีลุยเดี่ยวแบบพังประตูเข้าไปเหมือนคดีก่อนอีก แล้วสุดท้ายก็ต้องมานั่งปวดหัวกับหลักฐานที่ถูกทำลายหมดเพราะความใจร้อน"
ปราบแค่นเสียงในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันที "นั่นมันเพราะผมต้องรีบระงับเหตุต่างหากเล่า ใครจะไปเย็นชาและคำนวณทุกอย่างเป็นตัวเลขในหัวได้แบบคุณกัน" ถึงปากจะบ่น แต่เขาก็ยอมดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ อย่างเสียไม่ได้ พร้อมกับเลื่อนแก้วกาแฟร้อนกรุ่นมาให้อย่างเนียนๆ "ดื่มซะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มเข้าไปทุกทีแล้ว... ผมไม่ได้สั่งให้คุณหักโหมจนต้องมาล้มพับคาสถานีหรอกนะ"
รินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ปลายหูขาวเนียนขึ้นสีแดงจางๆ อย่างรวดเร็ว เธอเหลือบมองแก้วกาแฟอุ่นๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสารวัตรหนุ่มที่แกล้งเบือนหน้าไปมองทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มมุมปาก
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขากลืนน้ำลายตัวเอง จากคนที่เคยประกาศกร้าวว่าไม่เชื่อเรื่องงมงายและไสยศาสตร์ ตอนนี้สารวัตรปราบกลับเป็นคนที่คอยถือไฟฉายส่องทางและยืนบังกระสุนให้เธอในยามที่พลังจิตและทักษะพยากรณ์เกิดอาการตีกลับจนร่างแทบทรงตัวไม่ไหว เคมีที่เคยขัดแย้งและเต็มไปด้วยกำแพงความระแวง ค่อยๆ ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันทีละน้อยผ่านคดีซับซ้อนที่เดิมพันด้วยชีวิต
"ขอบคุณค่ะ" รินทร์เอ่ยเบาๆ ก่อนจะจิบกาแฟรสชาติเข้มข้นนั้น ความอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วช่องท้อง ช่วยบรรเทาอาการเหนล้าจากการใช้สมาธิเพ่งกระแสจิตเมื่อช่วงหัวค่ำได้เป็นอย่างดี
ปราบพยักหน้ารับสั้นๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้หน้าจอคอมพิวเตอร์ ร่างสูงใหญ่เบียดเข้ามาจนไหล่กว้างแทบจะแนบชิดกับไหล่บาง สัมผัสอุ่นๆ และกลิ่นโคโลญจน์จางๆ ที่คุ้นเคยทำให้รินทร์ต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ
"ดูนี่สิ" ปราบใช้นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังจุดตัดของแผนที่อาชญากรรมบนจอ "จากการคำนวณเส้นทางที่คุณให้ระบบประเมินเมื่อครู่ บวกกับข้อมูลวงจรปิดที่ผมเพิ่งให้ลูกน้องไปกู้มาเมื่อก้าวที่แล้ว... จุดศูนย์กลางของพิธีกรรมไม่ได้อยู่ที่โกดังร้างริมแม่น้ำอย่างที่เราคิดตั้งแต่แรก"
ดวงตาของรินทร์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความสามารถในการวิเคราะห์ของสารวัตรหนุ่มไม่ได้ด้อยไปกว่าทักษะระบบของเธอเลยแม้แต่น้อย เขามีสัญชาตญาณดิบของตำรวจมือปราบที่เฉียบคม ผสมผสานกับความรอบคอบที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งเวลาที่ได้ทำงานร่วมกับเธอ
"แต่มันคือ... โรงพยาบาลร้างใจกลางเมืองที่ถูกปิดปรับปรุงไปเมื่อสามปีก่อน" รินทร์เอ่ยต่อประโยคให้จบ ดวงตาสองคู่ประสานกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำอธิบายใดๆ เพิ่มเติม
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดเช่นในวันวาน มันคือความเงียบของ "ความเข้าใจ" ที่สอดประสานกันอย่างไร้รอยต่อ ทักษะการพยากรณ์และมองเห็นวิญญาณของรินทร์ เมื่อผนวกเข้ากับกำลังพลและกลยุทธ์สืบสวนอันแน่นหนาของปราบ ทำให้กำแพงความกลัวที่เคยมีถูกทลายลงทีละน้อย รินทร์ตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า... การมีใครสักคนยืนเคียงข้างโดยที่ไม่ต้องร้องขอความช่วยเหลือ มันให้ความรู้สึกอุ่นใจถึงเพียงนี้นี่เอง
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ของระบบดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของรินทร์ ตัวอักษรสีทองเรืองแสงปรากฏขึ้นกลางห้วงความคิดทันทีโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างสถานะ
[ติ๊ง! ตรวจพบความเข้ากันได้ของคู่หู (Synergy Rate) พุ่งทะยานแตะระดับ 85%!]
[ปลดล็อกทักษะพิเศษคอมโบ: "เนตรทิพย์สืบสัจ" — ผสานสัญชาตญาณตำรวจและญาณทัศนะเข้าด้วยกัน ชั่วคราว!]
[คำเตือนจากระบบระดับ SSS: พลังงานความมืดในโรงพยาบาลร้างกำลังรอการตื่น... จงระวังตัวให้ดี อย่าไว้ใจแม้แต่เงาของตนเอง]
รินทร์ยังไม่ทันได้ทักท้วงอันใด เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของปราบก็แผดเสียงแหลมขึ้นทำลายความเงียบ สารวัตรหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น รีบกดรับสายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่เพียงแค่ฟังเสียงรายงานจากปลายสายไม่ถึงสามวินาที สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนจากความจริงจังเป็นความซีดเผือดที่รินทร์ไม่เคยเห็นมาก่อน
"สารวัตร เกิดอะไรขึ้นคะ?" รินทร์ถามด้วยน้ำเสียงกึ่งสังหรณ์ใจ
ปราบวางสายลงอย่างช้าๆ มือหนาที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาเล็กน้อย เขาดึงร่างบางให้ลุกขึ้นยืนตามทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งคำถาม ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่รินทร์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและระแวดระวังขั้นสุด
"ลูกน้องที่ส่งไปเช็กพื้นที่ล่วงหน้า... ขาดการติดต่อ" ปราบกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน "และเสียงสุดท้ายที่ส่งผ่านมาทางวิทยุ... ไม่ใช่เสียงมนุษย์ แต่เป็นเสียงหัวเราะของคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่คดีเมื่อสามปีก่อน!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับเคมีที่ค่อยๆ หลอมรวมใจของรินทร์และสารวัตรปราบนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย•ตอนที่ 10
เคมีที่เริ่มเข้าที่
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!