กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์เสื่อมสภาพและฝุ่นผงที่สะสมมานานนับทศวรรษคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูกทันทีที่รินทร์ก้าวพ้นขอบประตูเหล็กกลายของตึกร้างโซน C แสงไฟฉายคาดหัวของเธอสาดลำแสงสีขาวนวลแหวกความมืดมิดเบื้องหน้า เผยให้เห็นโครงสร้างเหล็กเส้นขึ้นสนิมที่โผล่พ้นผนังปูนกะเทาะราวกับซี่โครงของอสุรกายดึกดำบรรพ์
"ถอยหลังไปครึ่งก้าวค่ะสารวัตร" เสียงหวานเอ่ยเตือนเรียบเรื่อยแต่เด็ดขาด มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตของสารวัตรปราบเอาไว้ทันควัน ก่อนที่รองเท้าคอมแบตของเขาจะเหยียบลงบนแผ่นพื้นคอนกรีตที่กะเทาะร่นจนเห็นโพรงลึกด้านล่าง
สารวัตรปราบชะงักฝีเท้า ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้ความมืดขมวดมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์นัก แต่เขาก็ยอมถอยกลับมาตามคำเตือนโดยดี ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบกายด้วยความระแวงระวัง แม้ปากจะบอกว่าไม่เชื่อเรื่องงมงาย แต่ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากพื้นคอนกรีตเบื้องล่างก็ทำให้สันหลังของนายตำรวจหนุ่มเสียววาบอย่างห้ามไม่ได้
"ตรงนี้สินะ... จุดที่ระบบระบุว่าเป็นศูนย์กลางของศิลาอาถรรพ์" สารวัตรปราบเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ พลางกระชับปืนพกในซองคาดเอวโดยสัญชาตญาณ "บรรยากาศอึมครึมชอบกล เหมือนมีใครจ้องมองเราอยู่ตลอดเวลา"
รินทร์ไม่ตอบทันที เธอยกปลายนิ้วขึ้นแตะขมับเบาๆ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายแสงสีครามจางๆ ภายใต้เลนส์แว่นกรองแสง—ทักษะเนตรพยากรณ์ระดับกลางกำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง ภาพเบื้องหน้าของเธอบัดนี้ไม่ได้มีแค่ความมืดมิดและซากปูน แต่ร่องรอยพลังงานสีดำทมิฬนับร้อยเส้นกำลังพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นห้องใต้ดินราวกับรากไม้มีชีวิต พวกมันบิดเร้าเกี่ยวพันกันแน่นหนา และจุดศูนย์กลางของกลุ่มพลังงานอัปมงคลนั้นฝังอยู่ใต้แท่นคอนกรีตขนาดมหึมาตรงหน้า
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานวิญญาณระดับอาฆาตสูงสุด (Class S) เชื่อมโยงกับ 'ศิลาอาถรรพ์ทมิฬ' ความเสถียรของเขตอาคม: 42% และกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว คำแนะนำ: ผู้ใช้ต้องทำลายผนึกก่อนที่วิญญาณต้นกำเนิดจะหลุดพ้นจากการพันธนาการ]
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้ารินทร์ เธอปัดมือเบาๆ เพื่อพับเก็บมันลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปสบตากับนายตำรวจหนุ่มที่ยืนรอคำสั่งอยู่เคียงข้าง
"ไม่ใช่แค่มีคนมองเราค่ะสารวัตร... แต่พวกเขารอเรามานานแล้วต่างหาก" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความหวาดกลัว ทว่าแววตากลับจริงจังขึ้นหลายส่วน "ตามข้อมูลคดีเก่าเมื่อสิบปีก่อน คนงานก่อสร้างสิบกว่าชีวิตถูกฝังกลบทั้งเป็นใต้ตึกนี้เพราะความโลภของผู้รับเหมา และศิลาอาถรรพ์นั่นคือสิ่งที่ถูกใช้สะกดวิญญาณพวกเขาไม่ให้ไปผุดไปเกิด เพื่อดูดซับพลังงานหยินมาเสริมดวงชะตาให้ตระกูลใหญ่"
สารวัตรปราบแค่นเสียงในลำคอด้วยความขัดแย้งในใจ มือหนายกขึ้นกอดอก "พวกคนรวยเห็นแก่ตัวนี่มันน่าจับโยนเข้าคุกให้หมดจริงๆ ต่อให้ตายเป็นผี ฉันก็ไม่คิดจะปล่อยให้ลอยนวลหรอก... ว่าแต่เราต้องทำยังไงต่อ รินทร์? ให้ฉันงัดพื้นตรงนั้นออกเลยไหม?"
"ใจร้อนไปก็มีแต่จะพังกันหมดสิคะ" รินทร์ปรายตามองค้อนเล็กน้อยด้วยความเอ็นดูระคนระมัดระวัง เธอเดินเข้าไปใกล้แท่นคอนกรีตที่มีรอยร้าวลึก กลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นอับของความตายโชยเข้าจมูกจนน่าคลื่นไส้ ทว่าหญิงสาวกลับนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด
เธอย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นฝุ่นหนา เปิดกระเป๋าเป้สะพายหลัง หยิบกาน้ำชาทองเหลืองขนาดเล็กที่บรรจุด้วยน้ำมนต์จันทร์เพ็ญ และแผ่นยันต์กระดาษสีชาดห่อใหญ่ออกมาวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ทักษะการปรุงและวางค่ายกลที่เธอสะสมแต้มอัปเกรดมาจากระบบถูกนำมาใช้ทีละขั้นตอนอย่างแม่นยำ
"ช่วยถือไฟฉายให้ฉันหน่อยค่ะสารวัตร ส่องไปที่รอยแยกตรงมุมขวานั่น"
สารวัตรปราบขยับเข้าไปใกล้โดยไม่ลังเล เขาลดตัวลงนั่งคุกเข่าเคียงข้างเธอ ปรับลำแสงไฟฉายให้ส่องตรงไปยังจุดที่หญิงสาวต้องการ ความใกล้ชิดทำให้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าจากตัวเธอลอยมาแตะจมูกท่ามกลางบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัว ชั่วขณะหนึ่ง นายตำรวจหนุ่มรู้สึกว่าหัวใจของตนเองเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง—ไม่ใช่เพราะความกลัวผี แต่เป็นเพราะความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงในแววตาสีครามคู่นั้นต่างหาก
"ระวังด้วยนะ..." เขาเอמהพึมพำเบาๆ เกือบกระซิบ "ฉันไม่อยากเสียพาร์ทเนอร์ฝีมือดีไปก่อนปิดคดี"
รินทร์ชะงักมือที่กำลังจรดพู่กันหมึกชาดลงบนแผ่นยันต์เล็กน้อย เธอมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นบางเบาโดยไม่รู้ตัว "ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันยังไม่อยากตายก่อนใช้แต้มระบบจนคุ้มหรอค่..."
*ตึ้ง!*
เสียงกระแทกหนักหน่วงดังสนั่นหวั่นไหวมาจากใต้พื้นคอนกรีต ราวกับมีค้อนเหล็กยักษ์ทุบสวนขึ้นมาจากความมืด แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนฝุ่นผงบนเพดานร่วงกราวลงมาประหนึ่งหิมะสีเทา ลำแสงไฟฉายในมือสารวัตรปราบสะบัดวูบวาบตามแรงเหวี่ยง
รินทร์หน้าเปลี่ยนสีทันที ร่างเพรียวดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นในโสตประสาท กลุ่มพลังงานสีดำทมิฬใต้พื้นดินบิดเกลียวพุ่งทะยานขึ้นมาราวกับพายุหมุน รอยร้าวบนแท่นคอนกรีตขยายตัวกว้างขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณนับสิบที่ประสานกันจนแก้วหูแทบแตก
"แย่แล้วค่ะ! เขตอาคมเสื่อมเร็วกว่าที่คาดไว้ วิญญาณต้นกำเนิดกำลังจะแหกผนึกออกมาก่อนที่เราจะวางยันต์เสร็จ!" รินทร์ตะโกนแข่งกับเสียงคำรามกึกก้อง เธอสะบัดมือซัดแผ่นยันต์สีชาดสามแผ่นออกไปปักตรึงที่มุมเสาหลักทั้งสามด้านอย่างรวดเร็ว ปรากฏแสงสีทองเรืองรองต้านทานแรงกดดันจากเบื้องล่างเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด
สารวัตรปราบชักปืนออกมาตั้งท่าเตรียมพร้อม ดวงตาคมกريบกราดมองรอบตัวอย่างตื่นตัว "แล้วเราต้องทำยังไงต่อ? ถอยก่อนไหมรินทร์!"
"ถอยไม่ได้ค่ะ!" รินทร์หันกลับมาสบตาเขา ใบหน้าสวยหวานตึงเครียด เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้า "ถ้าปล่อยให้มันหลุดออกมาตอนนี้ พลังอาฆาตจะกระจายไปทั่วเมือง และคนกลุ่มแรกที่จะไม่รอดคือพวกเราเอง... สารวัตร เชื่อใจฉันไหมคะ?"
สารวัตรปราบมองใบหน้าที่เด็ดเดี่ยวและมั่นใจของหญิงสาว แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย แต่เขากลับพยักหน้าลงอย่างหนักแน่นโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว "เออ! ลุยก็ลุย ตายเป็นตาย!"
รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากขยับท่องบทคาถาลึกลับด้วยความเร็วสูง มือเรียวประสานอินทร์อย่างคล่องแคล่ว แสงสีครามจากเนตรพยากรณ์ลุกโชนขึ้นเจิดจ้า เธอเตรียมจะกระหน่ำพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อกดผนึกศิลาอาถรรพ์ลงไปอีกครั้ง
ทว่า—
ทันใดนั้นเอง มือสีดำเน่าเปื่อยคู่หนึ่งก็พุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นคอนกรีตที่แตกออก คว้าข้อเท้าของรินทร์เอาไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงมืดมิด: *"ฮìฮìฮì... นึกว่าจะแน่... เจ้าก็แค่มดปลวกตัวหนึ่งที่จะต้องมาเป็นเครื่องสังเวยความแค้นของพวกข้า!"*
*แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบการตื่นขึ้นของบอสลับ 'ราชาศิลาอาถรรพ์' สถานะผู้ใช้: ถูกพันธนาการ (HP ลดลง 30%)*
รินทร์เบิกตากว้างเมื่อพบว่าพลังงานในร่างถูกสูบหายไปอย่างรวดเร็ว และก่อนที่เธอจะทันได้หยิบมีดอาคมขึ้นมาตัดพันธนาการ ร่างของเธอก็ถูกกระชากลงสู่หลุมมืดมิดเบื้องล่างพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ขาดหายไปกลางคัน!
"รินทร์—!" สารวัตรปราบคำรามลั่นด้วยความตกใจสุดขีด เขาทิ้งปืนในมือแล้วพุ่งตัวคว้าชายเสื้อเธอสุดแขน—แต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าและความเย็นเยียบของอากาศ ก่อนที่ร่างของเขาจะร่วงหล่นตามลงไปในความมืดมิดที่ปิดตายเบื้องล่างอย่างไร้ทางหนี!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและเดินทางฝ่าความมืดมากับรินทร์และสารวัตรปราบนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย•ตอนที่ 9
ความลับใต้ตึกร้าง
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!