ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย•ตอนที่ 8

เข้าสู่สนามสอบสวนอาชญากรรมไสยเวท

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
“ถ้าคุณยังมองว่าไสยศาสตร์คือความงมงาย ก็เชิญนั่งมองผมทำงานผ่านกล้องวงจรปิดในห้องประชุมไปก็แล้วกันค่ะ สารวัตรปราบ” รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอหยุดลงบนแฟ้มคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เธอไม่ได้เงยหน้ามองชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องทำงานส่วนตัวของเขาเลยแม้แต่น้อย บรรยากาศในห้องสืบสวนพิเศษอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำและไอกระดาษเก่าๆ สารวัตรปราบแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นสายตากรอบเงินจ้องเขม็งไปที่หญิงสาวที่เขาเพิ่งตัดสินใจเซ็นชื่อรับรองให้เป็น ‘ที่ปรึกษาพิเศษด้านคดีอาชญากรรมเหนือธรรมชาติ’ อย่างเป็นทางการเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน “อย่าสำคัญตัวผิดไป รินทร์” ปราบก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของหญิงสาว “ผมแค่ต้องการคนที่ ‘แปลก’ พอจะอ่านรหัสลับในศพพวกนั้นออก ส่วนคุณจะทำพิธีกรรมไล่ผีหรือสวดอ้อนวอนเทพเจ้าองค์ไหน ผมไม่สนใจ ตราบใดที่มันช่วยให้ผมปิดคดีได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเขียนรายงานอธิบายความเหลวไหลให้เบื้องบนฟัง” รินทร์เงยหน้าขึ้น สบตาเขาด้วยดวงตาที่ราวกับมองทะลุผ่านม่านหมอกแห่งความเป็นความตายไปได้ “ความเหลวไหลเหรอคะ? งั้นลองดูนี่” เธอใช้นิ้วเคาะลงบนรูปถ่ายศพเหยื่อรายล่าสุดบนโต๊ะ ทันใดนั้น ระบบอินเตอร์เฟซสีฟ้าโปร่งแสงที่มองเห็นได้เพียงผู้เดียวก็ปรากฏขึ้นต่อหน้ารินทร์ พร้อมกับตัวอักษรวิ่งผ่านจอเสมือนเป็นสายน้ำ [ตรวจพบร่องรอยพลังงานอาคมระดับต่ำ: คำสาปโซ่ตรวนวิญญาณ] [เงื่อนไขการไขปริศนา: ระบุตัวผู้ควบคุมพลังงานจากลายนิ้วมือวิญญาณบนบาดแผล] รินทร์หยิบปากกาขึ้นมาขีดเขียนลงบนกระดาษไขที่วางทับรูปถ่าย ลายเส้นที่ดูเหมือนการวาดเขียนเล่นๆ แท้จริงแล้วคือการลอกเลียนลวดลาย ‘อักขระพันธนาการ’ ที่มองเห็นได้ด้วยตาทิพย์เท่านั้น เธอค่อยๆ ลากเส้นจนเกิดเป็นรูปทรงที่ดูคุ้นตา “รอยไหม้ที่ข้อมือนั่นไม่ใช่คราบเขม่าดินปืน แต่เป็นรอยไหม้จากพลังงานที่ถูกบีบอัด” รินทร์กล่าวพลางเลื่อนภาพถ่ายให้ปราบดู “ถ้าคุณอยากจับคนร้ายจริงๆ เลิกมองหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ปกติ แล้วเริ่มมองหา ‘ช่องว่าง’ ที่ฆาตกรจงใจเว้นไว้ให้เราเห็นเถอะค่ะ” ปราบขมวดคิ้ว เขาหยิบแว่นขยายขึ้นมาส่องตามรอยที่รินทร์ชี้ จังหวะที่สายตาเขาเลื่อนผ่านตำแหน่งที่เธอระบุ หัวใจเขาก็เต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง เมื่อรอยแต้มเล็กๆ บนภาพถ่ายเริ่มขยับไหว ราวกับมีชีวิต “นี่มัน… เป็นไปไม่ได้” ปราบพึมพำ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “โลกนี้มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้เยอะแยะค่ะ สารวัตร” รินทร์ยิ้มมุมปาก “แต่นับจากวันนี้ไป กฎเกณฑ์ที่คนตายจะช่วยเราไขปริศนาคนเป็น กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ยินดีที่ได้ร่วมงานกันอย่างเป็นทางการนะคะ” ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบสงบมาตลอดก็ดังขึ้นในหัวของรินทร์อย่างรุนแรงจนเธอต้องชะงัก [แจ้งเตือนด่วน: ภารกิจระดับ SSS ปรากฏขึ้น!] [เป้าหมาย: ค้นหา 'ผู้เฝ้าประตู' ที่แฝงตัวอยู่ในสถานีตำรวจแห่งนี้] [คำเตือน: ห้ามให้ใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของท่าน มิฉะนั้น... ท่านอาจกลายเป็นศพรายถัดไป] รินทร์ชะงักค้าง ปลายนิ้วของเธอแตะที่โต๊ะแน่นขึ้นเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาดำทมิฬที่เริ่มก่อตัวขึ้นหลังบานประตูห้องทำงานของสารวัตรปราบ เงาดำนั้นไม่ใช่ผีธรรมดา แต่มันมี ‘รูปร่าง’ คล้ายกับคนที่เพิ่งเดินสวนกับพวกเขาไปเมื่อครู่—คนที่เป็นถึงหัวหน้ากองสืบสวนผู้ได้รับความเคารพสูงสุดในกรม! ปราบสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับรินทร์ เขาเอื้อมมือมาคว้าไหล่เธอไว้ “คุณเป็นอะไรไป รินทร์?” รินทร์ไม่ได้ตอบ แต่สายตาของเธอจ้องเขม็งไปยังบานประตูที่กำลังเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างของหัวหน้ากองสืบสวนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูใจดีเกินไป หากแต่ภายใต้รอยยิ้มนั้น รินทร์กลับเห็น ‘อักขระคำสาป’ ที่ฝังลึกอยู่บนใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน “สารวัตรปราบ… ดูเหมือนว่าเราจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญ และดูเหมือนว่าคนที่คุณไว้ใจที่สุด จะเป็นคนเดียวกับที่เรากำลังตามหาอยู่ค่ะ” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปพร้อมกับรินทร์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%