กลิ่นไอเย็นยะเยือกของไอน้ำในห้องเก็บหลักฐานใต้ดินไม่ได้ทำให้รินทร์รู้สึกระคายผิวเท่ากับเงาร่างโปร่งแสงที่นั่งคุดคู้กอดเข่าอยู่มุมห้อง ดวงตาโหลโบ๋และรอยช้ำสีม่วงคล้ำรอบลำคอของวิญญาณหญิงสาวตรงหน้าคือประจักษ์พยานชั้นดีว่า ความตายไม่ได้นำพาซึ่งความสงบสุขเสมอไป หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการทวงถามความยุติธรรมที่ถูกพรากต่างหาก
"คุณ... ยังจำชื่อตัวเองได้ไหมคะ" รินทร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น มือเรียวภายใต้ถุงมือสีดำตวัดวาดอักขระคาถาปะทะเบาๆ เพื่อกางเขตอาคมคุ้มกันไม่ให้พลังงานลบของดวงวิญญาณแผ่ซ่านทำลายหลักฐานรอบกาย
ดวงตาคู่นั้นเงยขึ้นช้าๆ ริมฝีปากซีดเซียวขยับไหวไร้เสียงอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกเสียดสีจะดังลอดออกมาในโสตประสาท
"ม... มินตรา... ฉันชื่อมินตราค่ะคุณ"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเตือนกังวานใสอันเป็นเอกลักษณ์ของระบบก็ดังขึ้นในหัวของรินทร์ทันที
*[ติ๊ง! ตรวจพบข้อมูลสำคัญจากเป้าหมายระดับเหยื่อ: วิญญาณ "มินตรา" ปลดล็อกเงื่อนไขความทรงจำที่ 1 สำเร็จ!]*
*[ระบบกำลังซิงโครไนซ์ข้อมูลหลักฐานเข้ากับ "กล่องความทรงจำแห่งกรรม"... กรุณารอ 10... 9...]*
รินทร์ไม่รอให้ระบบประมวลผลจนจบ เธอรีบหยิบสมุดบันทึกหนังสีดำขึ้นมาเตรียมจดข้อมูล สัญชาตญาณนักสืบที่ถูกหล่อหลอมด้วยบทเรียนราคาแพงในอดีตสอนให้เธอรู้ว่า ทุกวินาทีที่วิญญาณตรงหน้ามีสติสัมปชัญญะครบถ้วนคือโอกาสทองที่อาจหลุดลอยได้ทุกเมื่อ
เบื้องหลังประตูเหล็กกล้าของห้องเก็บหลักฐาน เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยกำลังใกล้เข้ามา สารวัตรปราบก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือหนาถือแฟ้มคดีเก่าสั่นระริกเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัวผีอย่างที่เขาชอบปากแข็งปฏิเสธ แต่เป็นเพราะความอัดอั้นตันใจที่การสืบสวนทางกฎหมายแบบปกติกำลังเดินทางมาถึงทางตัน
"รินทร์ ทางกองพิสูจน์หลักฐานเพิ่งส่งผลตรวจดีเอ็นเอรอบใหม่มา..." สารวัตรหนุ่มชะงักไปเมื่อเห็นรินทร์กำลังสื่อสารอยู่กับอากาศธาตุ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด "ให้ตายเถอะ คุณคุยกับเธออยู่ใช่ไหม? เธอยังบอกอะไรที่เป็นประโยชน์มากกว่ารอยนิ้วมือในที่เกิดเหตุอีกหรือเปล่า"
รินทร์หันไปมองคู่คิดหนุ่ม แววตาเยือกเย็นผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเห็นความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีแข็งกระด้างนั้น เธอยื่นมืออีกข้างที่ว่างแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อของเขา เป็นเชิงบอกให้ใจเย็นลง
"คุณมินตราบอกว่า คืนเกิดเหตุเธอไม่ได้เดินทางไปที่โกดังร้างนั่นตามลำพังค่ะสารวัตร" รินทร์หันกลับไปหาดวงวิญญาณแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "มีคนสะกดรอยตามเธอมาตั้งแต่สถานีรถไฟ และคนๆ นั้น... ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่เธอไว้ใจที่สุด"
วิญญาณของมินตราพยักหน้ารัวๆ น้ำตาที่เป็นสายเลือดไหลรินอาบแก้ม
"พี่ชายคนสนิท... คนที่คอยช่วยเหลือฉันเรื่องหนี้สินของครอบครัว เขาบอกว่าจะพาฉันไปเคลียร์เอกสารเรื่องเงินกู้ที่นั่น แต่พอไปถึง... เขากลับกลายร่างเป็นคนละคน เขารัดคอฉัน... แล้วโยนฉันลงไปในแม่น้ำ ทั้งที่ฉันยังไม่ตาย... ฉันเห็นหน้าเขาชัดเจนค่ะคุณรินทร์!"
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงจนเกิดเป็นไอสีขาวที่ริมฝีปากของทั้งสองคน รินทร์หรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด ข้อมูลนี้ขัดแย้งกับสำนวนคดีในแฟ้มของตำรวจที่สรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตายอย่างสิ้นเชิง หากสารวัตรปราบรื้อฟื้นคดีนี้โดยอ้างคำบอกเล่าของวิญญาณ มีหวังเขาคงถูกคณะกรรมการวินัยเล่นงานจนหลุดจากเก้าอี้แน่
"พี่ชายคนสนิท..." สารวัตรปราบพึมพำชื่อนี้ซ้ำไปซ้ำมา ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว "ถ้าฉันจำไม่ผิด ในรายชื่อผู้บริจาคของมูลนิธิที่ผู้ตายทำงานอยู่ มีชื่อของ 'คุณกรภัทร' รองประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่... คนนั้นสินะที่เป็นคนสนิทของคุณ?"
มินตรากรีดร้องออกมาด้วยความเคียดแค้นเมื่อได้ยินชื่อนั้น แรงอาฆาตพุ่งสูงจนหลอดไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่และระเบิดแตกกระจาย เศษแก้วร่วงหล่นกราวรูด ทว่ารินทร์กลับตวัดปลายนิ้ววาดวงอักขระสีทองคุ้ม
*[ติ๊ง! คำเตือนระดับวิกฤต: ระดับความอาฆาตของวิญญาณ "มินตรา" เกินขีดจำกัด 85%! หากไม่ระงับอารมณ์ เป้าหมายอาจกลายเป็นภูตอาฆาตคลุ้มคลั่ง]*
"คุณมินตรา ตั้งสติค่ะ!" รินทร์เอ่ยเสียงเฉียบขาด พลังจิตและทักษะการพยากรณ์ที่สะสมมาถูกดึงออกมาใช้จนหมดสิ้นเพื่อกดดันจิตวิญญาณที่กำลังจะเตลิด "ถ้าคุณปล่อยให้ความแค้นครอบงำตอนนี้ คุณจะไม่มีวันได้เห็นหน้าคนร้ายชดใช้กรรมตามกฎแห่งกรรม! อยากให้ความจริงปรากฏ หรืออยากสูญสลายไปอย่างไร้ค่า เลือกเอาค่ะ!"
คำพูดเตือนสติราวกับสายน้ำเย็นราดลงบนกองเพลิง วิญญาณของมินตราชะงักงอกเงย ร่างที่บิดเบี้ยวค่อยๆ กลับมาสงบลง น้ำตาแห่งความคับแค้นเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความหวัง เธอก้มกราบแทบเท้าของรินทร์ด้วยความซาบซึ้ง
"ได้โปรด... ช่วยลากคอมันมารับโทษด้วยนะคะ ฉันยอมแลกทุกอย่าง..."
รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก and ผ่อนออกช้าๆ เพื่อตั้งสติ เธอหันไปสบตากับสารวัตรปราบที่ยืนมองสถานการณ์ทั้งหมดด้วยความทึ่งและเป็นห่วงในเวลาเดียวกัน เคมีและความเข้าใจอันเงียบงันระหว่างทั้งคู่ก่อตัวขึ้นอย่างแน่นแฟ้น โดยไม่ต้องมีคำหวานใดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปาก
"เรามีชื่อเป้าหมายและแรงจูงใจแล้วสารวัตร" รินทร์เอ่ยเบาๆ ขณะเก็บสมุดบันทึกเข้ากระเป๋า "แต่การจะขอหมายค้นจากศาลโดยอ้างว่าวิญญาณบอกมา คงเป็นไปไม่ได้ เราต้องหาหลักฐานทางกายภาพที่เชื่อมโยงกับ 'กล่องความทรงจำ' ที่คุณมินตราซ่อนไว้ก่อนที่เธอจะเสียชีวิต"
"กล่องความทรงจำ?" สารวัตรปราบเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย "หมายความว่ายังไง?"
มินตราเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาเป็นประกาย เธอชี้มือไปที่ล็อกเกอร์เก่าคร่ำครึมุมห้องเก็บของของสถานีตำรวจ ซึ่งเป็นที่เก็บข้าวของส่วนตัวของผู้ตายที่ถูกยึดไว้ตั้งแต่แรก
"มันอยู่ในนั้นค่ะ... สมุดบัญชีเลขาคณิน และแฟลชไดรฟ์ที่ฉันบันทึกคลิปเสียงสนทนาก่อนตายไว้..."
รินทร์และสารวัตรปราบหันขวับไปมองล็อกเกอร์เป้าหมายทันที ทว่าในจังหวะที่สารวัตรกำลังก้าวเท้าเข้าไปใกล้ล็อกเกอร์เหล็กนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องเก็บหลักฐานที่ถูกกระชากออกอย่างแรงจากด้านนอก!
ร่างสูงใหญ่ของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตาคมกวาดมองรินทร์และสารวัตรปราบด้วยแววตาสมเพชระคนแปลกใจ
"ไม่นึกเลยว่าสารวัตรผู้เคร่งครัดในกฎหมาย จะพา 'คนทรงเจ้า' มาคุยกับศพถึงที่นี่... สนุกพอหรือยังครับ?"
รินทร์เบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อระบบส่งเสียงเตือนภัยระดับ SSS แผดเผาโสตประสาทอย่างบ้าคลั่งในหัวของเธอทันที—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะตัวตนของบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือผู้บงการตัวจริงที่เธอไม่คาดคิดว่าจะกล้าเดินเข้ามาหาถึงปากเสือเช่นนี้!
--------------------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับ "ขวัญเนตรทายใจ" ในทุกตัวอักษรนะคะ!
ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย•ตอนที่ 6
เบาะแสในกล่องความทรงจำ
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!