ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย•ตอนที่ 5

ร่องรอยของฆาตกรเงา

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
กลิ่นอับชื้นของห้องเก็บของใต้ถุนสถานีตำรวจผสมผสานกับกลิ่นอโรมาเทอราพีราคาแพงจากเครื่องพกพาบนโต๊ะทำงานชั่วคราว รินทร์ไม่ได้สนใจความอึดอัดนี้เลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสกำลังจดจ้องอยู่กับรอยช้ำสีม่วงคล้ำบนข้อมือของร่างไร้วิญญาณตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ นิ้วเรียวบางสวมถุงมือยางสีขาวยกขึ้นแตะเบา ๆ ที่จุดชีพจร ไอร้อนระอุที่แปลกประหลาดพวยพุ่งสวนทางกับความเย็นเยียบของศพ นี่ไม่ใช่ร่องรอยการถูกรัดทั่วไปตามตำรานิติวิทยาศาสตร์กระแสหลัก แต่มันคือร่องรอยที่ถูกทิ้งไว้โดย ‘อาคมเงาพรากวิญญาณ’ ไสยเวทสายมืดที่แม้แต่ในบันทึกโบราณก็แทบหาผู้เชี่ยวชาญมาถอดรหัสได้ยากเต็มที “คุณรินทร์ ผลชันสูตรเบื้องต้นจากกองพิสูจน์หลักฐานออกแล้วนะคะ พวกเขาบอกว่ากระดูกข้อมือแหลกละเอียดจากแรงบีบมหาศาล แต่แปลกตรงที่ผิวหนังภายนอกไม่มีรอยฉีกขาดเลยแม้แต่น้อย” เสียงทุ้มต่ำแต่เจือความกังวลของสารวัตรปราบดังขึ้น ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอกเดินเข้ามาใกล้ เขาวางแก้วกาแฟร้อนลงบนโต๊ะไม้เก่า ๆ ก่อนจะเหลือบมองศพสลับกับใบหน้าเคร่งเครียดของหญิงสาว รินทร์เงยหน้าขึ้นจากร่างนั้น แววตาคู่คมฉายความเหนื่อยล้าจากการใช้พลังจิตติดต่อกันหลายชั่วโมง แต่ความมุ่งมั่นยังคงฉายชัดเจน เธอดึงผ้าห่มสีขาวคลุมร่างนั้นกลับอย่างระมัดระวังก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “เพราะมันไม่ใช่แรงกายของมนุษย์ค่ะสารวัตร” รินทร์ถอดถุงมือยางออกโยนลงถังขยะอย่างเป็นระเบียบ “รอยช้ำพวกนี้ถูกประทับด้วย ‘ยันต์ทมิฬเจ็ดทิศ’ ฆาตกรไม่ได้ต้องการแค่ชีวิต แต่ต้องการดึงเอาพลังชีวิตในช่วงวินาทีสุดท้ายก่อนตายไปเป็นเชื้อเพลิงให้กับอาคมบางอย่างของมัน” สารวัตรปราบขมวดคิ้วแน่น เขายกมือขึ้นกอดอก พยายามปฏิเสธตรรกะเหนือธรรมชาติที่หญิงสาวเอ่ยออกมาตามสัญชาตญาณการเป็นนายตำรวจน้ำดี แต่เมื่อนึกถึงคดีประหลาดสามคดีก่อนหน้านี้ที่รินทร์เป็นคนไขปริศนาให้จนหมดเปลือก เขาก็ทำได้แค่ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างยอมจำนน “ให้ตายเถอะ... นี่ฉันต้องมาร่วมมือกับหมอผีสมัครเล่นจริงๆ สินะ” ปราบพึมพำเบา ๆ แต่ก็ยอมเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน เพื่อเตรียมจดบันทึกข้อมูลสำคัญ “แล้วเราจะเริ่มต้นแกะรอยไอ้ฆาตกรเงาบ้านี่จากตรงไหนดีล่ะ คุณนักพยากรณ์” รินทร์ไม่ตอบคำถามในทันที เธอยกปลายนิ้วขึ้นนวดขมับเบา ๆ เพื่อเรียกสมาธิ ขณะเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของเธอก็แวบขึ้นในห้วงความคิด [ติ๊ง! ตรวจพบเบาะแสระดับกลาง: จุดตายของเหยื่อสะท้อนคลื่นพลังงานไสยเวท] [ปลดล็อกทักษะพิเศษ: ‘เนตรพยากรณ์ย้อนรอยกรรม’ (ระดับ 2)] [คำเตือน: การใช้ทักษะนี้ในพื้นที่ปิดจะดึงดูดพลังงานด้านลบ โปรดระมัดระวังจิตใจของโฮสต์] หน้าต่างระบบโปร่งใสสีฟ้าเรืองแสงขึ้นในสายตาของรินทร์ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ระบบนี้ไม่ได้มาฟรีๆ แต่มันแลกมาด้วยความเสี่ยงที่จิตใจของเธออาจจะถูกความมืดเข้าครอบงำ หากเธอควบคุมสมาธิไว้ไม่อยู่ “สารวัตรคะ... ช่วยปิดไฟดวงใหญ่ให้หน่อยค่ะ” รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว ปราบชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้า เขาเอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟที่ข้างฝา ความมืดเข้าปกคลุมห้องใต้ถุนทันที มีเพียงแสงไฟนีออนสลัวจากด้านนอกที่ลอดผ่านหน้าต่างบานเล็กเข้ามาสาดส่องลงบนร่างของทั้งสองคน รินทร์หลับตาลง ชูมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือร่างผู้เสียชีวิตที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ท่องคาถาบทโบราณที่ก้องกังวานอยู่ในความทรงจำลึก ศาสตร์แห่งคำพยากรณ์ไม่ได้มีไว้แค่ทำนายอนาคต แต่ในมือของเธอ มันคือเครื่องมือในการกระชากหน้ากากอดีตให้ออกมาหายใจใต้แสงสว่าง อากาศรอบตัวเริ่มเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน ฝุ่นละอองในห้องลอยวนเคว้งคว้างราวกับถูกแรงดึงดูดบางอย่างควบคุม ภาพเหตุการณ์ในคืนวันเกิดเหตุค่อย ๆ ฉายชัดขึ้นในห้วงนิมิตของรินทร์ราวกับภาพยนตร์ฟิล์มเก่า ความมืด... เสียงฝีเท้าหนักหน่วง... และเงาดำทมิฬที่ไม่มีรูปร่างแน่ชัด มันพุ่งเข้าประชิดตัวเหยื่อ แขนที่ยาวผิดมนุษย์มนาคว้าเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้าง บีบเคล้นจนกระดูกแหลกสลาย ขณะที่เหยื่อกรีดร้องอย่างทรมาน ดวงตาส่องประกายสีแดงฉาน ทว่า... สิ่งที่ทำให้รินทร์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่ใช่ความโหดร้ายของการฆาตกรรม แต่เป็นสัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนฝ่ามือของเงาดำตนนั้น มันคือ ‘ตราสัญลักษณ์รูปดอกบัวสีดำกลีบหัก’ — ตราสัญลักษณ์เดียวกับที่เคยปรากฏในสมุดบันทึกของแม่เธอเมื่อสิบปีก่อน! “อึก...!” รินทร์สะعدกเฮือก ลืมตาโพลงด้วยความตกใจ ร่างกายเซถอยหลังจนสะโพกกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน ลมหายใจหอบถี่ ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ปราบพุ่งเข้าไปประคองร่างของเธอไว้ทันท่วงที มือหนาคว้าต้นแขนของเธอแน่น สีหน้าฉายแววเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด “รินทร์! คุณไหวไหม เกิดอะไรขึ้นในนิมิตเมื่อคร้บ... เอ๊ย... เมื่อกี้!” เขาเกือบเผลอหลุดคำเคยชิน แต่ก็รีบเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นอาการของหญิงสาว “ฉัน... ฉันทเห็นมันแล้วค่ะสารวัตร” รินทร์พยายามสูดอากาศเข้าปอดเพื่อตั้งสติ มือเรียวจับแขนของปราบไว้แน่นราวกับเป็นที่ยึดเหนี่ยวเดียวในความมืด “ฆาตกรคนนี้ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับฉัน และเขาไม่ใช่แค่ฆาตกรต่อเนื่องธรรมดา... เขามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับคดีอุบัติเหตุของแม่ฉันเมื่อสิบปีก่อน” บรรยากาศในห้องเงียบสงบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของทั้งคู่ที่ดังประสานกัน ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ ปราบมองแววตาที่สั่นระริกแต่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองของหญิงสาว เขาเข้าใจทันทีว่าเรื่องนี้มันก้าวข้ามขอบเขตของคดีอาชญากรรมทั่วไปไปไกลลิบลิ่วแล้ว แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมาเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ต่อ... *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบในหัวของรินทร์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่สั่นสะเทือนไปถึงโสตประสาท [ประกาศจากระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานความอาฆาตระดับ SSS กำลังพุ่งตรงมายังพิกัดปัจจุบัน] [เป้าหมาย: กำจัดผู้พยากรณ์ที่ฝ่าฝืนกฎแห่งความตาย] [เวลาที่เหลือรอดก่อนภัยมืดมาถึง: 3... 2... 1...] ประูกระจกบานใหญ่ของห้องใต้ถุนถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยแรงลมมหาศาล ทั้งที่ไม่มีลมพัดมาจากด้านนอก ร่างสูงโปรภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ปรากฏขึ้นใต้ฮู้ด ท่ามกลางความตกตะลึงของสารวัตรปราบที่ชักปืนพกออกมาตั้งรับแทบไม่ทัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%