ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย•ตอนที่ 4

ค่าสถานะที่เหนือความคาดหมาย

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและควันธูปจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องทำงานคับแคบยามวิกาล บนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า แสงไฟจากโคมไฟสีส้มสลัวสาดกระทบใบด้านข้างของสารวัตรปราบ ดวงตาคมกริบของนายตำรวจหนุ่มผู้ยึดมั่นในหลักการทางวิทยาศาสตร์และตรรกะอันเที่ยงตรง กำลังจ้องมองร่างบางของรินทร์ราวกับเธอกำลังแผ่รังสีปริศนาที่เขาไม่อาจหาคำอธิบายทางฟิสิกส์ใดๆ มาหักล้างได้ "คุณแน่ใจนะว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันคือเครื่องมือประเมิน ไม่ใช่ภาพหลอนจากฤทธิ์ธูปในห้องนี้?" สารวัตรปราบเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ตามวิสัย เพื่อกลบเกลื่อนความตึงเครียดที่เกาะกุมหัวใจตั้งแต่เกิดคดีประหลาดขึ้น ทว่าดวงตาคมคายคู่นั้นกลับมิได้ละไปจากหน้าจอสีฟ้าเรืองแสงที่ลอยเด่นกลางอากาศ—หน้าต่างสถานะโปร่งใสที่ปรากฏขึ้นเฉพาะสายตาของรินทร์และตัวเขาเองผ่านการแชร์วิชันของระบบ รินทร์ไม่ตอบทันที เธอนั่งไขว่ห้างอย่างสงบ สองมือเรียวประสานกันบนตัก ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองตัวเลขและสัญลักษณ์อักขระโบราณที่กำลังหมุนวนเปลี่ยนรูปบนอินเทอร์เฟซของระบบสืบคดีทวงแค้น ความเยือกเย็นฉายชัดบนใบหน้าเรียบเนึง แม้ในใจจะแอบระลึกถึงอดีตอันขื่นขมที่สอนให้เธอไม่เคยไว้วางใจสิ่งใดง่ายๆ แต่เสียงเตือนในหัวของเธอกำลังบอกว่า... สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้ามีความซับซ้อนยิ่งกว่าที่คาดคิด "ถ้ามันเป็นภาพหลอน สารวัตรคงต้องหายาหยอดตามาล้างพิกเซลในดวงตาตัวเองแล้วล่ะคะ เพราะตัวเลขที่กำลังรันอยู่ตรงนั้น... มันไม่ได้ใช้สมองของดิฉันคิดเสียหน่อย" รินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม สมญานามผู้รอบคอบและเย็นชาไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ทุกย่างก้าวของการวิเคราะห์สถานการณ์ถูกคำนวณไว้อย่างเป็นระบบ ระเบียบวิธีคิดแบบเหตุผลรองรับทำให้เธอไม่ตื่นตระหนกต่อปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเหล่านี้ ทว่ากลับพยายามทำความเข้าใจกลไกเบื้องหลังมันอย่างใจเย็น ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนใสราวกระดิ่งเงินดังขึ้นในโสตประสาท พร้อมกับหน้าต่างระบบที่ขยายใหญ่ขึ้น ตัวอักษรสีทองอร่ามเริ่มปรากฏทีละบรรทัดด้วยจังหวะจะโคน ท่ามกลางความเงียบงันของห้องที่ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ [ระบบประเมินค่าพลังวิญญาณและดัชนีชี้วัดโชคชะตา] [ชื่อผู้ถูกประเมิน: รินทร์] [อาชีพปัจจุบัน: ผู้สืบทอดศาสตร์พยากรณ์ / ผู้ถือครองระบบสืบคดีทวงแค้นระดับเริ่มต้น] [ค่าพลังวิญญาณพื้นฐาน: 450 หน่วย (เกณฑ์มาตรฐานมนุษย์ทั่วไป: 50-100 หน่วย)] [ดัชนีความต้านทานไสยเวท: ระดับ A+ (ต้านทานคำสาประดับกลางได้โดยสมบูรณ์)] [ความเข้ากันได้กับระบบ: 98.5% (อัตราสูงสุดเป็นประวัติการณ์)] [ทักษะติดตัว (Passive Skill): ดวงตาญาณทิพย์ทลายมายา (LV.3), จิตนิ่งเหนือกาลเวลา (LV.3)] [คำเตือนพิเศษจากระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานแปลกปลอมในจิตวิญญาณ... กำลังทำการปรับเทียบ... สำเร็จ! ปลดล็อกสถานะลับ: "เงาสะท้อนผู้ล่วงลับ"] บรรยากาศในห้องราวกับลดอุณหภูมิลดฮวบลงทันที สารวัตรปราบที่ยืนกอดอกอยู่ใกล้ๆ ถึงกับชะงัก ร่างสูงใหญ่เผลอขยับเข้าไปใกล้หน้าจอสีฟ้ามากขึ้น ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—อาการที่หาได้ยากยิ่งจากนายตำรวจหนุ่มผู้เยือกเย็นที่สุดในกรม "ส... สี่ร้อยห้าสิบหน่วย?" สารวัตรปราบทวนตัวเลขด้วยน้ำเสียงที่หลุดจากความสุขุมปกติไปชั่วขณะ "มนุษย์ปกติมีแค่หลักสิบ แต่นี่คุณมีพลังวิญญาณสูงกว่าคนทั่วไปเกือบหเท่าตัว แถมดัชนีความต้านทานยังอยู่ที่ระดับ A+ อีกเนี่ยนะ รินทร์... คุณไปกินอะไรมาถึงได้มีค่าสเตตัสประหลาดขนาดนี้?" รินทร์เหลือบมองชายหนุ่มแวบหนึ่ง มุมปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกขัน ถึงแม้เธอจะเคยคาดการณ์ไว้บ้างว่าพลังของตนเองน่าจะเหนือกว่าคนทั่วไปจากการฝึกฝนศาสตร์พยากรณ์มาตั้งแต่เยาว์วัย แต่ตัวเลขที่ระบบประเมินออกมานั้นก็ยังสูงเกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้พอสมควร "ความลับค่ะ สารวัตร" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อยเพื่อลดความอึดอัด "คนเราย่อมมีวิธีดูแลสุขภาพจิตและวิญญาณที่แตกต่างกันออกไปจริงไหมคะ?" "ดูแลวิญญาณด้วยการเก็บพลังงานไว้ปราบผีเนี่ยนะ" ปราบพ่นลมหายใจเบาๆ ออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เขายกมือขึ้นเสยผมลอนดกหนาของตัวเองลวกๆ ก่อนจะหันกลับมามองหน้าเธอด้วยแววตาที่จริงจังขึ้น "แต่ก็ช่างเถอะ... ถ้าค่าพลังของคุณสูงขนาดนี้ นั่นหมายความว่าคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เรากำลังตามสืบอยู่ มันไม่ใช่แค่เรื่องของคนบ้าโรคจิตธรรมดาแล้วใช่ไหม? มีไสยเวทหรือพิธีกรรมบางอย่างเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน" รินทร์พยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มขบขันเมื่อครู่มลายหายไป กลับคืนสู่ความจริงจังและรอบคอบเช่นเดิม ดวงตาคู่สวยมองทะลุกระจกหน้าต่างออกไปยังความมืดมิดเบื้องนอก ที่ซึ่งแสงไฟจากถนนสะท้อนเงาความวุ่นวายของเมืองใหญ่ "ถูกต้องค่ะ สารวัตร... และผลการประเมินเมื่อครู่ก็ไม่ได้บอกแค่เรื่องพลังวิญญาณของดิฉันหรอกนะคะ" รินทร์หันกลับมาสบตากับนายตำรวจหนุ่มตรงๆ น้ำเสียงของเธอทุ้มนุ่มแต่แฝงไว้ด้วยความกดดันบางอย่างที่ทำให้ปราบต้องตั้งใจฟัง "สถานะลับที่ถูกปลดล็อกเมื่อกี้... 'เงาสะท้อนผู้ล่วงลับ' มันกำลังบอกว่า วิญญาณของเหยื่อรายล่าสุดไม่ได้ไปสู่สุคติ แต่พวกเขากำลังส่งเสียงเรียกเราจากที่ไหนสักแห่งในเมืองนี้ และพวกเขากำลังรอให้เราไปทวงความยุติธรรม" ในขณะที่ทั้งสองกำลังประเมินสถานการณ์อยู่นั้นเอง หน้าจออินเทอร์เฟซสีฟ้าที่ควรจะสงบลงแล้ว กลับเกิดอาการกะพริบถี่เป็นสีแดงฉาน! เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงดังขึ้นก้องในโสตประสาทของรินทร์โดยไม่มีปุ่มปิด [เตือนภัยด่วน! ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังงานวิญญาณในรัศมี 500 เมตร] [ภารกิจเร่งด่วนระดับ SSS: "แขกไม่ได้รับเชิญในยามวิกาล" ถูกเปิดใช้งานอัตโนมัติ] [เป้าหมาย: ค้นหาและเผชิญหน้ากับต้นกำเนิดของไออาคม ก่อนที่เสียงระฆังเที่ยงคืนจะดังขึ้นครั้งสุดท้าย] รินทร์สะดุ้งเฮือกเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นเงาดำทึบสายหนึ่งพุ่งผ่านหน้าต่างกระจกห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว—เงาร่างของใครบางคนกำลังยืนจ้องมองพวกเขาอยู่จากระเบียงด้านนอก... ทั้งที่นี่คือชั้นสี่ของอาคารที่ไม่มีทางปีนขึ้นมาได้โดยง่าย! สารวัตรปราบสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เขาชักมือคว้าปืนพกประจำกายออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พร้อมกับขยับตัวเข้ามาบังร่างของรินทร์ไว้ครึ่งหนึ่งอย่างปกป้อง ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร แสงไฟนีออนภายในห้องก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ และในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะกระจกเบาๆ สามครั้งก็ดังขึ้นจากด้านนอก... ตามด้วยเสียงกระซิบแหบพร่าที่ติดอยู่ข้างหูของรินทร์อย่างชัดเจน *"พบ... ตัว... แล้ว..."* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%