ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย•ตอนที่ 27

ราคาที่ต้องจ่าย

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
กลิ่นอายจางๆ ของยาสสมุนไพรและน้ำมันไพลสดลอยอวลอยู่ในความเงียบงัน รินทร์รู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างถูกถอดประกอบใหม่ทีละชิ้น ความเจ็บปวดจากพิษไสยเวทรอบก่อนยังคงหลงเหลือเป็นรอยระบมใต้ผิวหนัง คล้ายเศษแก้วชิ้นเล็กๆ ที่ฝังอยู่ตามข้อต่อทุกส่วน แต่สิ่งที่เด่นชัดที่สุดในยามนี้คือความอบอุ่นมั่นคงที่โอบล้อมอยู่รอบกาย เปลือกตาบางขยับไหวอย่างยากลำบาก ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่เพดานห้องเช่ามืดทึบอันคุ้นเคย แต่เป็นโคมไฟสนามโบราณที่ให้แสงสีส้มสลัวบนโต๊ะทำงานไม้สัก และแผ่นหลังกว้างในชุดเชิ้ตสีเข้มที่ถูกพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก สารวัตรปราบกำลังง่วนอยู่กับการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดคราบเลือดแห้งกรังตามแนวขอบตาและกรอบหน้าของเธออย่างเบามือที่สุด ท่าทางของนายตำรวจหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและเกลียดชังเรื่องงดงายในยามนี้ กลับดูทะนุถนอมราวกับกำลังถือประติมากรรมแก้วชิ้นเปราะบางที่สุดในโลก "ตื่นแล้วหรือคะ คนเก่ง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบาๆ โดยที่เจ้าตัวไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ ราวกับเขารับรู้ได้ถึงจังหวะการหายใจที่เปลี่ยนไปของเธอ "คุณ..." รินทร์เปล่งเสียงออกมาได้เพียงคำเดียว คอแห้งผากราวกับถูกไฟเผา ปราบรีบวางผ้าในมือลงแล้วหยิบแก้วน้ำอุ่นที่มีหลอดกระดาษเสียบไว้มาจ่อริมฝีปากเธออย่างรู้ทัน เธอยอมดื่มน้ำอุ่นลงไปอึกใหญ่ ความชุ่มชื้นช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนในลำคอลงได้บ้าง รินทร์กวาดสายตามองไปรอบห้องทำงานส่วนตัวในกองปราบที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องพักชั่วคราว เอกสารคดีถูกจัดเก็บเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้รุนแรงหลงเหลืออยู่ ยกเว้นรอยแตกบนกระจกหน้าต่างบานเกล็ดที่ถูกปิดทับด้วยแผ่นยันต์สีแดงสด "ฉันสลบไปนานแค่ไหนคะ" รินทร์ถามพลพยายามจะดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง แต่ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาจากการใช้พลังพยากรณ์เกินขีดจำกัดทำให้กล้ามเนื้อแทบไม่ตอบสนอง ปราบยื่นมือมารองรับต้นคอและแผ่นหลังของเธอ ช่วยประคองให้เอนหลังพิงกับหมอนใบโตที่หนุนอยู่บนโซฟาหนังได้อย่างนุ่มนวล ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาที่แนบผ่านเนื้อผ้าทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของเธอกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ "เกือบส 14 ชั่วโมงเต็มค่ะ" ปราบตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบที่มักฉายแววดุดันยามเผชิญหน้ากับคนร้าย ในยามนี้กลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและร่องรอยความกังวลที่ซ่อนไม่มิด "ถ้าคุณยังฝืนใช้เนตรพยากรณ์ทะลวงม่านอาคมระดับนั้นอีกแค่เสี้ยววินาทีเดียว หมอที่โรงพยาบาลคงได้วินิจฉัยว่าสมองของคุณน็อตหลุดไปถาวรแล้วล่ะค่ะ รินทร์" น้ำเสียงของเขาเจือแววดุเล็กน้อยตามวิสัย แต่แววตาที่ทอดมองมากลับอ่อนโยนจนน่าใจหาย รินทร์หลบสายตาลงมองฝ่ามือตนเองที่ยังมีรอยจ้ำเขียวช้ำจากการสะท้อนกลับของอาคม เธอยิ้มเจื่อนๆ ออกมา "ฉันไม่มีทางเลือกนี่คะ ถ้าตอนนั้นฉันไม่รีบปิดผนึกยันต์สะกดวิญญาณชิ้นนั้น อาคมย้อนกลับจะไม่ได้เล่นงานแค่ฉันคนเดียว แต่มันจะกวาดล้างคนในรัศมีร้อยเมตรให้กลายเป็นศพไร้ญาติไปด้วย" "แล้วคุณคิดว่าถ้าคุณเป็นอะไรไป คนที่ยืนอยู่ตรงนี้เขาจะรู้สึกอย่างไรบ้างล่ะคะ" ปราบสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนรินทร์ต้องเงยหน้าขึ้นสบตา "ผมไม่ได้ฝึกให้คุณเก่งกาจเพื่อเอาชีวิตไปทิ้งไว้กลางสนามประลองไสยศาสตร์พวกนั้นนะ รินทร์" ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศภายในห้องชั่วขณะ คำพูดเรียบง่ายแต่จริงใจของนายตำรวจหนุ่มทำให้รินทร์พูดไม่ออก ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอเติบโตมากับการถูกหักหลัง ถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด และต้องยืนหยัดต่อสู้กับสิ่งลี้ลับลำพังมาโดยตลอด ไม่เคยมีใครมานั่งรอคอยด้วยความกระวนกระวายใจแบบนี้ ไม่เคยมีใครบอกว่าชีวิตของเธอมีค่ามากกว่าความสำเร็จของคดี "ขอบคุณนะคะ... ที่ดูแลฉัน" เธอบอกเสียงแผ่วเบa ปราบถอนหายใจยาวเหยียดออกมาก่อนจะยอมแพ้ต่อความดื้อรั้นในแววตาของเธอ เขายื่นมือมาเคาะหน้าผากมนเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ "รู้ตัวก็ดีแล้วค่ะ นอนพักเสียเถอะ งานทางนี้ผมเคลียร์เรียบร้อยหมดแล้ว บันทึกสำนวนคดีก็ส่งให้ผู้กำกับเรียบร้อยโดยอ้างว่าเป็นแก๊งลัก ปราบกำลังจะหันไปหยิบถ้วยยาต้มบนโต๊ะ แต่จู่ๆ บรรยากาศภายในห้องก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายธูปโบราณที่อบอวลอยู่จางๆ กลับกลายเป็นกลิ่นเหม็นเน่าของดินป่าช้าที่โชยเข้ามารุนแรงจนน่าคลื่นไส้ แสงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะกะพริบถี่รัวก่อนจะดับสนิท เหลือเพียงแสงจันทร์สีแดงฉานที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามา ดวงตาทั้งคู่ของปราบหรี่ลงอย่างระแวดระวัง มือแกร่งเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกประจำกายโดยอัตโนมัติ "เกิดอะไรขึ้น? ระบบป้องกันรอบห้องนี้ถูกติดตั้งอาคมไว้แน่นหนาที่สุดแล้วนี่" รินทร์ไม่ตอบ เธอรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามา เสียงหัวใจเต้นรัวระทึกจนดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท บนหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงของระบบที่เคยเงียบหายไปนาน กลับปรากฏตัวอักษรสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นมากลางอากาศโดยไม่มีปุ่มให้ปฏิเสธ [แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบคลื่นพลังงานปริศนา "ผู้บัญชาการเงา" เข้าสู่เขตพื้นที่ควบคุมระยะประชิด] [เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: เป้าหมายต้องการเจรจาต่อรอง "ราคาที่ต้องจ่าย" สำหรับการฝ่าฝืนกฎแห่งความตาย] [คำเตือนจากระบบ: ห้ามหันกลับไปมองด้านหลังเด็ดขาด หากคุณยังไม่อยากสูญเสียวิญญาณไปตลอดกาล...] เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* แต่มันไม่ใช่เสียงเคาะจากด้านหน้าห้องทำงาน หากแต่เป็นเสียงที่ดังมาจาก *กระจกหน้าต่างบานที่อยู่ด้านหลังของปราบ* ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นสิบสองของตึกกองปราบ! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและก้าวผ่านความมืดมิดไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%