กลิ่นอายจางๆ ของควันธูปและกลิ่นอายอัปมงคลที่เคยลอยอวลอยู่ทั่วตรอกซอกซอยของเมืองหลวง บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดและไอแดดอุ่นๆ ที่ทาบทับลงบนพื้นผิวถนนยางมะตอยซึ่งกลับมาแห้งสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของหยาดฝนสีชาดหรือละอองหมอกอาถรรพ์ที่เคยบีบคั้นหัวใจผู้คนมานานหลายสัปดาห์
รินทร์วางแก้วเซรามิกสีขาวลงบนโต๊ะทำงานไม้สักอย่างเบามือ สายตาสงบนิ่งทอดมองผ่านบานกระจกใสออกไปยังเบื้องล่าง ถนนสายหลักที่เคยเงียบเชียบราวนครร้าง บัดนี้กลับมาเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่ใช้ชีวิตตามปกติ เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ เสียงหัวเราะ และเสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเรียกย่านการค้า ดังประสานกันเป็นเสียงแห่งชีวิตที่เธอเกือบจะลืมเลือนไปแล้วว่ามันมีหน้าตาอย่างไร
หน้าต่างสถานะสีฟ้าโปร่งแสงของระบบ ลอยเด่นอยู่เหนือโต๊ะทำงาน ตัวอักษรดิจิทัลวิ่งรัวและแสดงผลสรุปภารกิจครั้งใหญ่ที่เพิ่งปิดฉากลงอย่างงดงาม
[ติ๊ง! ยืนยันความสำเร็จภารกิจระดับมหภาค: ชำระล้างมลทินมหานคร สำร็จลุล่วง 100%]
[สถานะเมือง: กลับคืนสู่ความสงบสุข ระดับพลังงานลี้ลับเสถียร สมดุลหยิน-หยางกลับคืนสู่ภาวะปกติ]
[ของรางวัลพิเศษ: แต้มวิญญาณสะสม +50,000 / สิทธิ์ในการปลดล็อก "คัมภีร์พยากรณ์บรรพกาล" ขั้นสูง / ฉายาพิเศษ: "ผู้พิทักษ์ทวิภพ"]
นิ้วเรียวบางเคาะเบาๆ บนขอบโต๊ะเป็นจังหวะ เธอไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือยินดียินร้ายกับตัวเลขแต้มวิญญาณที่พรั่งพรูเข้ามาเหมือนในอดีต ความเยือกเย็นและรอบคอบที่ถูกหล่อหลอมผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน สอนให้รินทร์รู้ว่าความสงบสุขมักเป็นเพียงช่วงเวลาพักหายใจสั้นๆ ก่อนที่หมากกระดานใหม่จะเริ่มเดิน
"นั่งเหม่ออะไรอยู่ครับคุณนักพยากรณ์ หรือว่ากำลังคำนวณอยู่ว่าฉันควรจะเลี้ยงกาแฟคุณอีกสักแก้วดี?"
เสียงทุ้มคุ้นหูที่เจือความกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้น พร้อมกับสัมผัสอุ่นๆ ของแก้วกาแฟอีกแก้วที่ถูกวางลงตรงหน้า สารวัตรปราบในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแกร่ง ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าคมคายฉายแววเหนื่อยล้าจากการเคลียร์คดีความทางโลกที่ค้างคา แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับประกายระยิบระยับด้วยความโล่งอกอย่างปิดไม่มิด
รินทร์เหลือบมองชายหนุ่มที่ยอมกลืนน้ำลายตัวเองทุกครั้ง เมื่อต้องมาพัวพันกับเรื่องไสยศาสตร์เหนือธรรมชาติ "ฉันแค่กำลังคิดว่า... ความเงียบสงบนี่มันช่างน่าสงสัยเสียจริงนะคะ สารวัตร"
ปราบเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ยกกาแฟขึ้นจิบก่อนจะวางลง "สงสัยอะไรอีก เมืองกลับมาปกติ ชาวบ้านใช้ชีวิตได้ คดีฆาตกรรมปริศนาไม่มีรายงานเพิ่มมาสามวันติดต่อกันแล้วนะรินทร์ หรือว่าคุณยังติดนิสัยหวาดระแวงจากตอนที่ต้องวิ่งหนีวิญญาณอาฆาตในโกดังร้างอยู่?"
"ความหวาดระแวงคือเกราะคุ้มภัยที่ดีที่สุดของผู้ที่มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นค่ะ" รินทร์ตอบเสียงเรียบ แต่ริมฝีปากกลับคลี่4ยิ้มบางเบาที่หาได้ยากยิ่ง "คุณก็รู้ว่าพลังงานที่ถูกชำระล้างไป ไม่ได้หมายความว่ามันหายไปอย่างไร้ร่องรอย... มันแค่ถูกกดทับลงไปลึกกว่าเดิม หรือไม่ก็..."
เธอยังพูดไม่ทันจบ ประโยคสนทนาก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ควรจะสงบไปแล้ว กลับดังขึ้นด้วยโทนเสียงที่ผิดแผกไปจากเดิม—มันไม่ใช่เสียงใสแจ๋วแบบปกติ แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำราวกับสัญญาณเตือนภัยจากห้วงลึกที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
[คำเตือนฉุกเฉินจากระบบ!]
[ตรวจพบความผิดปกติของคลื่นพลังงานระดับตำนาน ณ จุดอับสัญญาณพยากรณ์]
[พิกัดเป้าหมาย: ใต้ดินชั้นใต้ดินระดับ 4 ของสถานีตำรวจนครบาล (เขตเก่า)]
สารวัตรปราบสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของหญิงสาวทันที รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ความเป็นมืออาชีพและสัญชาตญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ถูกปลุกเร้าขึ้นมาทันที "มีอะไร รินทร์?"
รินทร์ไม่ได้ตอบคำถามทันที ดวงตากลมโตคู่สวยเปลี่ยนเป็นสีประกายมุกจางๆ ทักษะการพยากรณ์ขั้นสูงถูกขับเคลื่อน ภาพนิมิตที่ตัดผ่านเข้ามาในหัวทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดกึก ภาพของห้องขังใต้ดินที่ควรจะว่างเปล่า บัดนี้กลับปรากฏร่างของเงาสะท้อนปริศนา—เงาดำทมิฬที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกับตัวเธอเองทุกประการ กำลังลืมตาตื่นขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน และกระซิบถ้อยคำที่ส่งตรงเข้ามาในจิตสำนึกของเธอผ่านห้วงมิติ
*“ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านของเธอนะ... ตัวฉันอีกคน”*
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและก้าวผ่านความมืดมิดไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย•ตอนที่ 28
เช้าวันใหม่ที่สงบสุข
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!