“คุณเห็นฉันใช่ไหม?”
เสียงกระซิบที่แผ่วเบาพอๆ กับไอหมอกเย็นเยียบข้างหู ทำเอารินทร์ที่กำลังวางแก้วน้ำบนโต๊ะเครื่องแป้งชะงักงัน ร่างโปร่งบางหยุดนิ่งสนิท ทว่าดวงตาเรียวคมไม่ได้แสดงความตื่นตระหนก เธอเพียงค่อยๆ วางแก้วลงช้าๆ พลางสำรวจเงาสะท้อนในกระจกบานเดิมที่ดูเหมือนจะมีรอยร้าวเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน
รินทร์ไม่ได้หันกลับไปทันที เธอรู้จักกฎข้อแรกของการอยู่ร่วมกับโลกที่มองไม่เห็น นั่นคือ ‘อย่าทำตัวเป็นเหยื่อ’
“ถ้าการมาปรากฏตัวในห้องส่วนตัวของฉัน คือวิธีทักทายของวิญญาณเร่ร่อนที่นี่ ฉันว่าคุณกำลังเลือกวิธีที่น่ารำคาญที่สุดเลยนะคะ” รินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เธอกดนิ้วลงบนแหวนเงินที่สวมอยู่ ความเย็นวาบแล่นผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระแสเลือด เป็นการดึงพลังจาก ‘ระบบ’ ที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณของเธอขึ้นมาตรวจสอบสถานะ
ในเงาสะท้อนตรงมุมอับของห้องพัก หญิงสาวในชุดนักศึกษาที่ชุ่มโชกไปด้วยคราบสีเข้มจนเกือบดำกำลังยืนก้มหน้า เส้นผมยาวปรกใบหน้าขาวซีดนั่นทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบจนลมหายใจของรินทร์กลายเป็นไอ
“เขา… เขาโกหกฉัน” เสียงนั้นสั่นพร่า เหมือนเข็มที่กรีดลงบนแผ่นกระจก “เขาบอกว่าจะมารับ… แต่เขากลับทิ้งฉันไว้ใต้บันไดหินอ่อนนั่น”
รินทร์หันกลับไปเผชิญหน้ากับดวงวิญญาณตรงๆ เธอไม่ได้กลัว แต่ความรอบคอบสั่งให้เธอประเมินภัยคุกคาม ระบบที่ซ่อนอยู่ในม่านตาของเธอเริ่มทำงานด้วยแสงสีฟ้าจางๆ ที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่มองเห็น
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบวิญญาณพยาบาทระดับต่ำ – ข้อมูล: มณีรัตน์ (นิสิตชั้นปีที่ 2 สาขาจิตวิทยา)]
[สถานะ: ยังไม่ยินยอมเข้าสู่ปรโลกเนื่องจากความแค้นที่ถูกหักหลัง]
[ภารกิจแรก: ค้นหาความจริงเบื้องหลังการตายของมณีรัตน์ และทวงคืนความยุติธรรม]
[รางวัลภารกิจ: พลังเนตรพยากรณ์ระดับ 2 และกุญแจไขปริศนาคดีฆาตกรรมหอพักร้าง]
“ถ้าคุณต้องการความยุติธรรม คุณต้องไม่เป็นฝ่ายรบกวนฉันแบบนี้” รินทร์เอ่ยขึ้น พลางก้าวถอยหลังไปนั่งที่ขอบเตียงอย่างใจเย็น สายตาสังเกตเห็นรอยฟกช้ำที่ข้อมือของดวงวิญญาณสาว “ใครคือคนที่โกหกคุณ? และทำไมคุณถึงคิดว่าฉันเป็นคนเดียวที่จะช่วยคุณได้”
วิญญาณสาวเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ควรจะเป็นสีขาวขุ่นกลับมีหยดน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นเลือด “เพราะคุณคือคนเดียวที่มองเห็นฉัน… และ… ในมือคุณ… มีตราประทับของ ‘ผู้พิพากษาคนตาย’ อยู่”
รินทร์ขมวดคิ้ว เธอเหลือบมองหลังมือตัวเองที่ดูปกติธรรมดา แต่สำหรับดวงตาวิญญาณ มันกลับปรากฏรอยสักสีทองเลือนรางที่เธอเพิ่งได้รับมาเมื่อคืนหลังจากเผชิญหน้ากับความตายครั้งแรก
“ฉันไม่ใช่ผู้พิพากษา ฉันแค่นักศึกษาที่อยากอยู่อย่างสงบสุข” รินทร์โต้ตอบ
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างหนักแน่น ขัดจังหวะบทสนทนาอันตึงเครียด รินทร์ชะงัก เธอรู้ดีว่าเวลานี้ไม่มีใครกล้ามาหาเธอที่ห้องพัก สารวัตรปราบ… เขาไม่น่าจะมาถึงที่นี่ในเวลานี้
“รินทร์ เปิดประตู” เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่แฝงด้วยความหงุดหงิดตามนิสัยดังขึ้นจากหลังบานประตู “ฉันรู้ว่าเธออยู่ในนั้น และรู้ด้วยว่าเธอกำลังทำอะไรที่มันเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ของพลเรือนอยู่”
รินทร์ปรายตามองดวงวิญญาณที่สั่นกลัวอยู่มุมห้อง ก่อนจะหันไปเปิดประตู สารวัตรปราบยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดนอกเครื่องแบบที่ยังดูเนี้ยบเป๊ะแม้จะเลยเวลาเลิกงานมาหลายชั่วโมง ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองเข้ามาในห้องพักที่ดูเหมือนไม่มีใคร ทว่าเขากลับชะงักเมื่อก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา
“กลิ่นธูป… กลิ่นเน่าเสีย…” ปราบขมวดคิ้วแน่น เขาปัดมือไปมาในอากาศเหมือนต้องการไล่ไอความเย็นที่สัมผัสได้ “เธอกำลังเล่นกับอะไรอยู่ รินทร์ เรื่องงมงายพวกนี้มันกัดกินชีวิตเธอได้นะ”
“งมงายเหรอคะสารวัตร?” รินทร์ยิ้มเย็น เธอเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารบางอย่างที่ระบบเพิ่งจะดึงข้อมูลมาให้บนโต๊ะ “งั้นช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม ว่าทำไมศพของมณีรัตน์ถึงถูกพบใต้บันไดหอพักเมื่อสองปีก่อน ทั้งที่ในบันทึกของสารวัตรระบุว่าเธอประสบอุบัติเหตุตกจากดาดฟ้า?”
ปราบชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาไหววูบเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่เย็นชา “นั่นมันคดีปิดไปแล้ว”
“ปิดคดี… หรือจงใจกลบเกลื่อนคะ?” รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้ สบตากับชายหนุ่มที่เธอเคยไว้ใจที่สุด “เพราะถ้าคุณไม่ช่วยฉันไขคดีนี้ ตอนนี้… ในห้องของฉัน… วิญญาณของเธอกำลังจ้องมองคุณอยู่ข้างหลังนั่นยังไงล่ะ”
ปราบแข็งทื่อไปทันที เขาไม่ได้หันไปดูตามคำบอก แต่บรรยากาศในห้องที่กดดันจนหายใจไม่ออกเป็นคำตอบที่ชัดเจนพออยู่แล้ว เขาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก ก่อนจะล้วงมือถือออกมาแล้วกดปิดการแจ้งเตือนบางอย่างที่สั่นเตือนรัวๆ
“เธอไม่ได้แค่เห็นผีรินทร์” ปราบลดเสียงลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบ “เธอไปรู้อะไรมากันแน่ ถึงได้เอาชีวิตมาเสี่ยงกับเรื่องที่แม้แต่ตำรวจอย่างฉันยังถูกสั่งให้ปิดปากเงียบ”
รินทร์ยังไม่ทันจะได้ตอบ ระบบในหัวของเธอก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หน้าต่างโฮโลแกรมสีแดงฉานเด้งขึ้นมากลางอากาศพร้อมเสียงสัญญาณเตือนที่ดังลั่นในโสตประสาท
[ตรวจพบพลังงานมืดระดับสูงกำลังมุ่งหน้ามาที่ห้องพัก]
[คำเตือน: บอสลับลืมตาตื่น - ‘นักล่าวิญญาณในเงามืด’ เข้าสู่รัศมี 10 เมตร]
[ภารกิจเร่งด่วน: ปราบปรามหรือหลบหนี - หากพลาดหมายถึงการสูญเสียดวงตาแห่งการพยากรณ์ตลอดกาล!]
รินทร์เบิกตากว้าง เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นห้องที่ไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่เป็นพลังงานบางอย่างที่รุนแรงจนน่าสะพรึงกลัว เธอมองไปที่ประตูที่สารวัตรปราบเพิ่งปิดลง และพบว่าลูกบิดประตูค่อยๆ หมุนเองอย่างช้าๆ ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ข้างนอกนั่น
“สารวัตร… ถอยออกมา” รินทร์คว้าแขนปราบไว้แน่น แต่แล้วแสงไฟในห้องก็ดับวูบลงพร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังมาจากทุกทิศทาง
“ของฉัน… คืนหัวใจของฉันมา…”
ขวัญเนตรทายใจหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะเตรียมใจรับมือกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนถัดไปนะคะ
ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย•ตอนที่ 2
ดวงตาที่เห็นในสิ่งที่ไม่มีใครเห็น
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!