ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย•ตอนที่ 23

หายนะเริ่มต้นที่ใจกลางเมือง

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กเข้มข้นจนแสบจมูกคละคลุ้งไปทั่วห้องประชุมชั้นยี่สิบสี่ของตึกมหานคร รินทร์กวาดสายตาผ่านหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่บัดนี้สะท้อนภาพท้องฟ้าเบื้องนอกซึ่งกำลังแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต ทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครที่เคยสว่างไสวด้วยแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าถูกกลืนกินด้วยม่านหมอกสีชาดประหลาด อากาศรอบตัวเย็นยะเยือกจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ทั้งที่เครื่องปรับอากาศส่วนกลางยังคงทำงานอย่างเต็มกำลัง "ระบบกำลังรวนอย่างหนัก... พลังงานวิญญาณในรัศมีห้ากิโลเมตรรอบตัวเราพุ่งสูงเกินขีดจำกัดความปลอดภัยระดับโกลาหลแล้วค่ะรินทร์" เสียงแจ้งเตือนจากระบบสืบคดีดังรัวเป็นระยะในโสตประสาท พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่กระพริบเตือนสติยิกๆ ตัวเลขค่าความเสถียรของเขตอาคมดิ่งลงเหวอย่างหยุดไม่อยู่ รินทร์ไม่ตอบคำถามจากระบบ เธอกำกริชโบราณในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมจับจ้องไปยังใจกลางวงเวียนถนนเบื้องล่าง ซึ่งกำลังเกิดกลุ่มควันสีดำมหึมาพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับมีอสุรกายขนาดยักษ์กำลังแหวกแผ่นดินขึ้นมาหายใจ ประสบการณ์จากการทำคดีลี้ลับนับร้อยบอกเธอว่า สิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่แค่วิญญาณอาฆาตทั่วไป แต่มันคือ "พิธีกรรมมหาสลาย" ที่ถูกวางแผนมานานนับทศวรรษ เพื่อใช้ชีวิตของคนนับล้านในเมืองหลวงแห่งนี้เป็นเครื่องสังเวยในการปลุกบอสลับระดับตำนานให้คืนชีพ "อย่ามองออกไปข้างนอกนานเกินไป รินทร์" เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับแรงสัมผัสอุ่นที่บริเวณหัวไหล่ สารวัตรปราบก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว สีหน้าของนายตำรวจหนุ่มเคร่งเครียดจนขึ้นสันกราม แม้ในใจเขาจะต่อต้านเรื่องไสยศาสตร์และศาสตร์มืดมาตลอดชีวิต แต่ภาพของรอยแยกบนท้องฟ้าและกลุ่มควันที่ก่อตัวเป็นรูปใบหน้าคนนับพันกำลังกรีดร้อง ก็มากพอที่จะทำให้สติสัมปชัญญะของคนหัวรั้นยอมจำนนต่อความจริงตรงหน้า "เราถอยไม่ได้แล้วค่ะสารวัตร" รินทร์หันไปสบตากับชายหนุ่ม น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว "ถ้าปล่อยให้วงแหวนอาคมวงสุดท้ายที่อนุสาวรีย์กลางเมืองสมบูรณ์ บอสลับตนนั้นจะลืมตาตื่น และเมื่อถึงตอนนั้น... ต่อให้พวกเรามีระบบสืบคดีคอยช่วยเหลือ ก็ไม่มีใครรอดชีวิตไปจากที่นี่ได้แม้แต่คนเดียว" ปราบถอนหายใจยาวเหยียด มือหนายื่นไปจับมือข้างที่ถือรินทร์กริชไว้มั่น ความอุ่นจากฝ่ามือของเขาช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านมาจากไออาคมด้านนอกได้เพียงเล็กน้อย แต่ก็มากพอที่จะทำให้หัวใจที่ด้านชาจากการถูกหักหลังในอดีตของหญิงสาวกระตุกวูบ "ผมไม่เคยกลัวตาย... แต่ผมไม่อยากตายก่อนที่จะได้สะสางความรู้สึกที่มีต่อคุณหรอกนะ" ปราบเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกกลบเกลื่อนความตึงเครียด แม้ดวงตาคมกริบจะฉายแววเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด "ว่าแต่... แผนที่คุณคำนวณไว้ในระบบมันมีโอกาสรอดสักกี่เปอร์เซ็นต์กันเชียว เจ้าแม่นักพยากรณ์?" "ถ้าเชื่อใจฉัน... โอกาสสำเร็จคือร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ" รินทร์มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งในยามวิกฤต เธอสะบัดมือเรียกหน้าต่างสถานะของระบบขึ้นมากลางอากาศ นิ้วเรียวกดเลือกใช้ทักษะเฉพาะตัวที่สะสมแต้มมาอย่างยาวนาน *เนตรสวรรค์ผ่ามิติ* แสงสีทองสว่างวาบขึ้นในดวงตาทั้งสองข้างของเธอ เผยให้เห็นเส้นสายพลังงานสีดำทมิฬที่เชื่อมโยงระหว่างตึกสูงทั่วเมืองหลวง พุ่งตรงไปยังจุดศูนย์กลางที่เดียว เบื้องล่าง ณ ใจกลางถนนที่การจราจรเคยติดขัด รถยนต์นับร้อยคันจอดสนิทอย่างไร้การควบคุม ผู้คนนับพันกำลังเดินเหม่อลอยราวกับถูกสะกดจิต พวกเขากำลังเดินเรียงรายเข้าสู่วงเวียนน้ำพุราวกับฝูงแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ ท้องฟ้าสีเลือดเหนือหัวส่งเสียงคำรามครืนครางราวกับแผ่นดินกำลังจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ "ได้เวลาแล้วค่ะ" รินทร์พุ่งตัวทะยานออกจากหน้าต่างกระจกที่ถูกกระแทกจนแตกละเอียดเศษแก้วกระจายว่อนกลางอากาศ ร่างบางร่อนลงสู่พื้นเบื้องล่างด้วยความช่วยเหลือจากพลังวิญญาณที่ถูกขับเคลื่อนด้วยระบบ สารวัตรปราบสบถเบาๆ ก่อนจะกระโดดตามลงมาติดๆ พร้อมกับชักปืนคู่ใจที่บรรจุกระสุนอาคมพิเศษขึ้นมาเตรียมพร้อม สัญชาตญาณนักล่าของนายตำรวจมือหนึ่งถูกปลุกเร้าถึงขีดสุด ทันทีที่เท้าทั้งสองแตะถึงพื้นถนนลาดยาง ไอเย็นเยือกของความตายก็พุ่งปะทะเข้าใส่จนผิวหนังชาหนึบ ใจกลางวงเวียนปรากฏร่างเงาสูงตระหง่านของสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีรูปร่างแน่นอน มันประกอบขึ้นจากหมอกควันสีดำและดวงตานับพันคู่ที่กำลังจ้องมองมายังพวกเขา ร่างนั้นส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก แรงกดดันระดับมหาศาลแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างจนอาคารรอบข้างเริ่มร้าวและแตตกระจาย *[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการตื่นของบอสลับระดับ SSS "ราชาเงาโลหิต" ความสมบูรณ์ของพิธีกรรม: 98%]* *[คำเตือน: หากผู้เล่นไม่สามารถขัดขวางภายใน 3 นาที โลกจะเข้าสู่ภาวะรีเซ็ตถาวร]* หน้าต่างระบบสีแดงฉานกระพริบเตือนรัวเร็วจนน่าเวียนหัว รินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ มือซ้ายหยิบยันต์ปราบมารสีทองอร่ามขึ้นมาเตรียมพร้อม ส่วนมือขวากระชับกริชโบราณที่สั่นระริกด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กัน "สารวัตร! คุ้มกันด้านซ้ายให้ฉันทีค่ะ ฉันต้องเข้าไปปักยันต์ที่จุดตาข่ายพลังงานหลัก!" รินทร์ตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของปีศาจ "รับทราบ! อย่าตายก่อนผมนะรินทร์!" ปราบตะโกนตอบกลับพร้อมกับเหนี่ยวไกปืนเข้าใส่เงาดำนفرที่พุ่งเข้ามาโจมตี กระสุนอาคมระเบิดออกเป็นแสงสว่างวาบ แผดเผาร่างของภูตผีรอบด้านให้สลายกลายเป็นจุณในพริบตา รินทร์อาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งตัวฝ่าดงหมอกสีเลือดตรงไปยังเสาหินโบราณใจกลางวงเวียน ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของพิธีกรรม บอสลับเบื้องหน้าเริ่มขยับร่างมหึมา ดวงตานับพันคู่บนตัวมันหันมามองเธอเป็นจุดเดียว พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัว ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่รินทร์กำลังจะเอื้อมมือไปแตะเสาหินเพื่อปิดผนึก พื้นดินเบื้องล่างกลับยุบตัวลงอย่างกะทันหัน ร่างของเธор่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างท่ามกลางเสียงกรีดร้องของระบบที่ตัดขาดการเชื่อมต่ออย่างกะทันหัน *[ข้อผิดพลาดร้ายแรง! สัญญาณระบบขาดหาย... ผู้เล่นถูกดึงเข้าสู่เขตแดนลับที่ไม่รู้จัก...]* "รินทร์!" เสียงตะโกนด้วยความตกใจสุดขีดของปราบดังแว่วมาจากเบื้องบน ก่อนที่ทุกอย่างจะตกอยู่ในความมืดมิดสนิท และในความมืดนั้นเอง... มีเสียงกระซิบอันคุ้นเคยดังชิดริมหูของเธอ เป็นเสียงของใครบางคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน... "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกศิษย์ตัวน้อยของฉัน" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและก้าวผ่านความมืดมิดไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%