"คุณจะบอกว่ารอยจ้ำเขียวรูปมือเด็กเจ็ดนิ้วบนคอศพเมื่อคืน ไม่ใช่ฝีมือของภูตผีธรรมดาอย่างนั้นหรือคะ สารวัตรปราบ"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางฤดูเหมันต์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสืบสวนส่วน
รินทร์ในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวรีไล้ไปตามภาพถ่ายคดีฆาตกรรมบนกระดานไวท์บอร์ด
ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
เส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้เป็นมวยหลวมๆ ขยับไหวตามจังหวะการหันรีหันขวางของเจ้าตัว
ในขณะที่สารวัตรปราบ นายตำรวจหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและเกลียดเรื่องงดงามลี้ลับเข้าไส้
กำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นเล็กน้อยเมื่อต้องยอมรับความจริงอันน่าเหลือเชื่อ
"ผมไม่ได้บอกว่ามันไม่ใช่ผี... รินทร์" สารวัตรปราบถอนหายใจยาวอย่างอ่อนอกอ่อนใจ
เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้หญิงสาวจนได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกโมกที่มักจะช่วยสงบสติอารมณ์เขาได้เสมอ
"เพียงแต่... ผลชันสูตรระบุชัดเจนว่า ร่างกายของเหยื่อไม่มีร่องรอยการต่อสู้ แรงกดที่ลำคอสูงถึงแปดสิบกิโลกรัม
แต่มือของเด็กเจ็ดนิ้วคนนั้น... คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปตามคำทำนายในสมุดบันทึกโบราณที่คุณเพิ่งแปลได้ไม่ใช่หรือไง"
รินทร์ไม่ตอบ เธอเพียงแต่เบนสายตาไปมองหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนเงาของพวกเขาไว้
ความทรงจำจากการถูกหักหลังในอดีตยังคงฝังรากลึกในใจ
ทำให้เธอเรียนรู้ที่จะไม่เชื่อใจใครง่ายๆ แม้กระทั่งชายหนุ่มผู้ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมฝ่าฟันอันตรายมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วนคนนี้
ทว่าลึกๆ แล้ว เคมีและความเข้าใจอันเงียบงันระหว่างพวกเขากลับแน่นแฟ้นขึ้นทุกวัน
ความผูกพันที่เติบโตขึ้นท่ามกลางเงาของความตายและคดีฆาตกรรมปริศนา
ทำให้ความเยือกเย็นของรินทร์มีช่องว่างให้ความอบอุ่นเข้ามาทักทายได้บ้างในบางครา
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนใสๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสทประสาทของรินทร์
ไม่ใช่เสียงจากโทรศัพท์มือถือ แต่เป็นเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ "ระบบสืบคดีทวงแค้น" ที่ผูกจิตวิญญาณเธอไว้
หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดในห้อง
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบค่าพลังวิญญาณตกค้างระดับสูงในพื้นที่เขต 4]
[เงื่อนไขภารกิจพิเศษ: คลี่คลายปมอาฆาตของวิญญาณเด็กเจ็ดนิ้วสำเร็จ 85%]
[รางวัลความดีความชอบ: แต้มสะสม +5,000 / ปลดล็อกระบบย่อย: คลังอาวุธไสยเวท]
[สถานะพิเศษ: กำลังดำเนินการอัปเกรดทักษะ 'เนตรหยั่งรู้' สู่ขั้นสูงสุด (Advanced Omniscient Eye)]
รินทร์ชะงักไปเล็กน้อย เปลือกตากระตุกวูบเมื่อกระแสความร้อนวูบวาบพุ่งพล่านจาก
ขั้วหัวใจแล่นริ้วขึ้นสู่ดวงตาทั้งสองข้าง
ความรู้สึกเจ็บแปลบราวน้ำตาจะไหลเผาผลาญทัศนวิสัยรอบตัวให้บิดเบี้ยวชั่วขณะ
เธอต้องหลับตาลงแน่น มือเรียวกำชายเสื้อสูทของตัวเอง3ไว้แน่นเพื่อระงับอาการวิงเวียน
โลกทั้งใบในยามนี้ดูเหมือนจะหมุนเคว้งคว้าง
เสียงลมหายใจของสารวัตรปราบที่เอ่ยเรียกชื่อเธอดังแว่วอยู่ไกลๆ
ราวกับเสียงกระซิบจากโลกอีกใบ
"รินทร์! คุณเป็นอะไรไป หน้าซีดมาก... นั่งลงก่อน"
สารวัตรปราบพุ่งเข้ามาประคองร่างบางที่เซถลาเกือบล้มลงไปชนโต๊ะทำงาน
ฝ่ามืออุ่นจัดของชายหนุ่มแตะลงที่ต้นแขนของเธออย่างรวดเร็ว
ความห่วงใยที่ฉายชัดผ่านน้ำเสียงและแววตาคมกริบนั้นทำให้หัวใจของรินทร์กระตุกวูบ
เธอส่ายหน้าเบาๆ พยายามดึงสติกลับมาควบคุมสถานการณ์
ในขณะที่ระบบภายในร่างยังคงเดินเครื่องอย่างบ้าคลั่ง
*[กำลังประมวลผลการอัปเกรด... 10%... 45%... 80%... 100% สมบูรณ์]*
วูบ!
เมื่อรินทร์ลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกใบเดิมก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ทักษะ 'เนตรหยั่งรู้' ขั้นสูงได้เปลี่ยนผ่านวิสัยทัศน์ของเธอไปอย่างสิ้นเชิง
ภาพตรงหน้าไม่ใช่แค่ห้องสืบสวนที่สะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยเอกสารอีกต่อไป
แต่มันกลับเต็มไปด้วยเส้นสายพลังงานสีดำทึบและสีแดงฉานที่โยงใยไปทั่วทุกมุมห้อง
ร่องรอยออร่าวิญญาณของเหยื่อและผู้ต้องสงสัยลอยเคว้งคว้างในอากาศราวกับกลุ่มควันจางๆ
เธอมองทะลุผ่านผนังปูนหนาออกไปเห็นเงาร่างของใครบางคนกำลังยืนหลบมุมอยู่ที่ระเบียงทางเดินด้านนอก
เงาร่างที่แผ่ไอความอาฆาตพยาบาทรุนแรงจนน่าสะพรึงกลัว!
"สารวัตร... อย่าเพิ่งขยับค่ะ" รินทร์เอ่ยเสียงกระซิบเบาหวิวแต่เด็ดขาด มือข้างหนึ่งยกขึ้นแตะแขนแกร่งของสารวัตรปราบเป็นเชิงห้ามปราม
ดวงตาทรงเสน่ห์ที่บัดนี้มีประกายแสงสีทองเรืองรองจางๆ
จับจ้องไปยังบานประตูห้องสืบสวนที่ปิดสนิท
"เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนแล้วค่ะ... และคนที่อยู่ข้างนอกนั่น ไม่ใช่คนเป็น"
สารวัตรปราบชะงักกึก สัญชาตญาณความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทำให้มือของเขาเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูทโดยอัตโนมัติ
แม้เขาจะมองไม่เห็นสิ่งที่รินทร์เห็น แต่ความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในห้องทำให้ขนกายลุกชันขึ้นพร้อมเพรียงกัน
บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัวทำอะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
จังหวะการเคาะที่เชื่องช้า เยือกเย็น และคุ้นเคยอย่างประหลาด
เสียงนั้นไม่ได้มาจากฝ่ามือของมนุษย์ทั่วไป
แต่มันคือเสียงเล็บยาวขูดขีดไปกับไม้เนื้อแข็ง พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักแหลมเล็กของเด็กดังลอดเข้ามาตามรอยแยกของประตู
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบ 'เจ้าบ้าน' แห่งคดีเจ็ดนิ้วมาเยือนด้วยตนเอง]
[เงื่อนไขท้าทายระดับ SSS เปิดใช้งาน: จงเลือกเปิดประตูเพื่อเผชิญหน้า หรือใช้เนตรขั้นสูงทำลายล้างวิญญาณอาฆาต ณ จุดนี้]
[คำเตือน: หากท่านเลือกผิดพลาด ชีวิตของสารวัตรปราบจะถูกใช้เป็นเครื่องสังเวยเพื่อปิดคดี!]
รินทร์สูดหายใจเข้าลึก ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด
ในขณะที่สารวัตรปราบขยับเข้ามาบังร่างเธอกลายๆ ด้วยความปกป้อง
มือเรียวของหญิงสาวเอื้อมไปแตะลูกบิดประตูที่กำลังถูกความเย็นยะเยือกเกาะกุมจนกลายเป็นน้ำค้างแข็ง
เธอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างคนเหนือเกม ก่อนจะกระซิบตอบระบบและชายหนุ่มข้างกายในเวลาเดียวกัน
"เปิดค่ะ... มาดูกกันว่าผีเด็กตัวนี้ จะเก่งสักแค่ไหนกันเชียว"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอันตรายและลุ้นระทึกไปกับรินทร์และสารวัตรปราบด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย•ตอนที่ 15
วิวัฒนาการของระบบ
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!