ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย•ตอนที่ 15

วิวัฒนาการของระบบ

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
"คุณจะบอกว่ารอยจ้ำเขียวรูปมือเด็กเจ็ดนิ้วบนคอศพเมื่อคืน ไม่ใช่ฝีมือของภูตผีธรรมดาอย่างนั้นหรือคะ สารวัตรปราบ" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางฤดูเหมันต์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสืบสวนส่วน รินทร์ในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวรีไล้ไปตามภาพถ่ายคดีฆาตกรรมบนกระดานไวท์บอร์ด ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง เส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้เป็นมวยหลวมๆ ขยับไหวตามจังหวะการหันรีหันขวางของเจ้าตัว ในขณะที่สารวัตรปราบ นายตำรวจหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและเกลียดเรื่องงดงามลี้ลับเข้าไส้ กำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นเล็กน้อยเมื่อต้องยอมรับความจริงอันน่าเหลือเชื่อ "ผมไม่ได้บอกว่ามันไม่ใช่ผี... รินทร์" สารวัตรปราบถอนหายใจยาวอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้หญิงสาวจนได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกโมกที่มักจะช่วยสงบสติอารมณ์เขาได้เสมอ "เพียงแต่... ผลชันสูตรระบุชัดเจนว่า ร่างกายของเหยื่อไม่มีร่องรอยการต่อสู้ แรงกดที่ลำคอสูงถึงแปดสิบกิโลกรัม แต่มือของเด็กเจ็ดนิ้วคนนั้น... คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปตามคำทำนายในสมุดบันทึกโบราณที่คุณเพิ่งแปลได้ไม่ใช่หรือไง" รินทร์ไม่ตอบ เธอเพียงแต่เบนสายตาไปมองหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนเงาของพวกเขาไว้ ความทรงจำจากการถูกหักหลังในอดีตยังคงฝังรากลึกในใจ ทำให้เธอเรียนรู้ที่จะไม่เชื่อใจใครง่ายๆ แม้กระทั่งชายหนุ่มผู้ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมฝ่าฟันอันตรายมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วนคนนี้ ทว่าลึกๆ แล้ว เคมีและความเข้าใจอันเงียบงันระหว่างพวกเขากลับแน่นแฟ้นขึ้นทุกวัน ความผูกพันที่เติบโตขึ้นท่ามกลางเงาของความตายและคดีฆาตกรรมปริศนา ทำให้ความเยือกเย็นของรินทร์มีช่องว่างให้ความอบอุ่นเข้ามาทักทายได้บ้างในบางครา ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนใสๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสทประสาทของรินทร์ ไม่ใช่เสียงจากโทรศัพท์มือถือ แต่เป็นเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ "ระบบสืบคดีทวงแค้น" ที่ผูกจิตวิญญาณเธอไว้ หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดในห้อง [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบค่าพลังวิญญาณตกค้างระดับสูงในพื้นที่เขต 4] [เงื่อนไขภารกิจพิเศษ: คลี่คลายปมอาฆาตของวิญญาณเด็กเจ็ดนิ้วสำเร็จ 85%] [รางวัลความดีความชอบ: แต้มสะสม +5,000 / ปลดล็อกระบบย่อย: คลังอาวุธไสยเวท] [สถานะพิเศษ: กำลังดำเนินการอัปเกรดทักษะ 'เนตรหยั่งรู้' สู่ขั้นสูงสุด (Advanced Omniscient Eye)] รินทร์ชะงักไปเล็กน้อย เปลือกตากระตุกวูบเมื่อกระแสความร้อนวูบวาบพุ่งพล่านจาก ขั้วหัวใจแล่นริ้วขึ้นสู่ดวงตาทั้งสองข้าง ความรู้สึกเจ็บแปลบราวน้ำตาจะไหลเผาผลาญทัศนวิสัยรอบตัวให้บิดเบี้ยวชั่วขณะ เธอต้องหลับตาลงแน่น มือเรียวกำชายเสื้อสูทของตัวเอง3ไว้แน่นเพื่อระงับอาการวิงเวียน โลกทั้งใบในยามนี้ดูเหมือนจะหมุนเคว้งคว้าง เสียงลมหายใจของสารวัตรปราบที่เอ่ยเรียกชื่อเธอดังแว่วอยู่ไกลๆ ราวกับเสียงกระซิบจากโลกอีกใบ "รินทร์! คุณเป็นอะไรไป หน้าซีดมาก... นั่งลงก่อน" สารวัตรปราบพุ่งเข้ามาประคองร่างบางที่เซถลาเกือบล้มลงไปชนโต๊ะทำงาน ฝ่ามืออุ่นจัดของชายหนุ่มแตะลงที่ต้นแขนของเธออย่างรวดเร็ว ความห่วงใยที่ฉายชัดผ่านน้ำเสียงและแววตาคมกริบนั้นทำให้หัวใจของรินทร์กระตุกวูบ เธอส่ายหน้าเบาๆ พยายามดึงสติกลับมาควบคุมสถานการณ์ ในขณะที่ระบบภายในร่างยังคงเดินเครื่องอย่างบ้าคลั่ง *[กำลังประมวลผลการอัปเกรด... 10%... 45%... 80%... 100% สมบูรณ์]* วูบ! เมื่อรินทร์ลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกใบเดิมก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทักษะ 'เนตรหยั่งรู้' ขั้นสูงได้เปลี่ยนผ่านวิสัยทัศน์ของเธอไปอย่างสิ้นเชิง ภาพตรงหน้าไม่ใช่แค่ห้องสืบสวนที่สะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยเอกสารอีกต่อไป แต่มันกลับเต็มไปด้วยเส้นสายพลังงานสีดำทึบและสีแดงฉานที่โยงใยไปทั่วทุกมุมห้อง ร่องรอยออร่าวิญญาณของเหยื่อและผู้ต้องสงสัยลอยเคว้งคว้างในอากาศราวกับกลุ่มควันจางๆ เธอมองทะลุผ่านผนังปูนหนาออกไปเห็นเงาร่างของใครบางคนกำลังยืนหลบมุมอยู่ที่ระเบียงทางเดินด้านนอก เงาร่างที่แผ่ไอความอาฆาตพยาบาทรุนแรงจนน่าสะพรึงกลัว! "สารวัตร... อย่าเพิ่งขยับค่ะ" รินทร์เอ่ยเสียงกระซิบเบาหวิวแต่เด็ดขาด มือข้างหนึ่งยกขึ้นแตะแขนแกร่งของสารวัตรปราบเป็นเชิงห้ามปราม ดวงตาทรงเสน่ห์ที่บัดนี้มีประกายแสงสีทองเรืองรองจางๆ จับจ้องไปยังบานประตูห้องสืบสวนที่ปิดสนิท "เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนแล้วค่ะ... และคนที่อยู่ข้างนอกนั่น ไม่ใช่คนเป็น" สารวัตรปราบชะงักกึก สัญชาตญาณความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทำให้มือของเขาเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูทโดยอัตโนมัติ แม้เขาจะมองไม่เห็นสิ่งที่รินทร์เห็น แต่ความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในห้องทำให้ขนกายลุกชันขึ้นพร้อมเพรียงกัน บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัวทำอะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* จังหวะการเคาะที่เชื่องช้า เยือกเย็น และคุ้นเคยอย่างประหลาด เสียงนั้นไม่ได้มาจากฝ่ามือของมนุษย์ทั่วไป แต่มันคือเสียงเล็บยาวขูดขีดไปกับไม้เนื้อแข็ง พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักแหลมเล็กของเด็กดังลอดเข้ามาตามรอยแยกของประตู [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบ 'เจ้าบ้าน' แห่งคดีเจ็ดนิ้วมาเยือนด้วยตนเอง] [เงื่อนไขท้าทายระดับ SSS เปิดใช้งาน: จงเลือกเปิดประตูเพื่อเผชิญหน้า หรือใช้เนตรขั้นสูงทำลายล้างวิญญาณอาฆาต ณ จุดนี้] [คำเตือน: หากท่านเลือกผิดพลาด ชีวิตของสารวัตรปราบจะถูกใช้เป็นเครื่องสังเวยเพื่อปิดคดี!] รินทร์สูดหายใจเข้าลึก ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ในขณะที่สารวัตรปราบขยับเข้ามาบังร่างเธอกลายๆ ด้วยความปกป้อง มือเรียวของหญิงสาวเอื้อมไปแตะลูกบิดประตูที่กำลังถูกความเย็นยะเยือกเกาะกุมจนกลายเป็นน้ำค้างแข็ง เธอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างคนเหนือเกม ก่อนจะกระซิบตอบระบบและชายหนุ่มข้างกายในเวลาเดียวกัน "เปิดค่ะ... มาดูกกันว่าผีเด็กตัวนี้ จะเก่งสักแค่ไหนกันเชียว" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอันตรายและลุ้นระทึกไปกับรินทร์และสารวัตรปราบด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%