แรงกดดันมหาศาลจากคุกมิติอเวจีบดขยี้ลงมาจนกระดูกทั่วร่างของรินทร์ส่งเสียงลั่น กลิ่นอายความตายสีดำสนิทพวยพุ่งขึ้นราวกับอสรพิษนับร้อยที่พร้อมจะฉีกกระชากวิญญาณของเธอให้แหลกเป็น The void ในห้วงสำนึกที่พร่าเลือน ระบบตรงหน้ากระพริบแสงสีแดงฉานรัวเร็ว พร้อมเสียงเตือนที่ดังระรัวจนแทบประสาทกิน
*[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: พลังงานป้องกันเหลือ 3%]***
*[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก! แนวป้องกันอาคมชั้นที่เจ็ดกำลังจะพังทลาย!]*
รินทร์กัดฟันแน่นจนรสคาวเลือดคละคลุ้งในปาก ดวงตาคู่คมที่มักจะเยือกเย็นและคำนวณทุกย่างก้าวเสมอ บัดนี้กลับฉายแววตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน การคำนวณของเธอผิดพลาดไป... เธอประเมินพลังของอาคมโลหิตนี่ต่ำเกินไป คิดไม่ถึงว่ามันจะเป็นกับดักที่ออกแบบมาเพื่อกลืนกินผู้ใช้ไสยเวทโดยเฉพาะ
ร่างบางทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นศิลาเย็นเฉียบ อาคมพันธนาการรูปอักขระโบราณสีเลือดพุ่งขึ้นรัดตรึงข้อเท้าและข้อมือของเธอไว้แน่น ดึงดูดพลังชีวิตและวิญญาณให้ไหลออกไปทีละน้อย ทุกๆ วินาทีที่ผ่านไปคือการนับถอยหลังสู่ความตาย
*เพล้ง!*
เสียงคล้ายกระจกแก้วแตกละเอียดดังสะท้อนก้องกبارทะลวงผ่านม่านหมอกแห่งความตายเข้ามา แรงระเบิดจากอาคมชั้นนอกสุดสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งห้องโถงใต้ดิน กลิ่นอายของไสยเวทสายปราบมารอันคุ้นเคยพุ่งทะยานเข้ามาตัดผ่านความมืดมิดอย่างไร้ความปรานี
รินทร์เงยหน้าขึ้นมองผ่านม่านหยาดเหงื่อและควันสีเทา
ท่ามกลางเศษซากอาคมที่แตกกระจายราวกับเกล็ดหิมะ ร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปที่มักจะเนี้ยบกริบไร้ที่ติ บัดนี้กลับยับเยินและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าและหยาดเลือด เส้นผมสีดำสนิทลู่ลงแนบกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบของสารวัตรปราบฉายแววเดือดดาลระคนกังวลอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ในมือของเขาถือกระบี่อาคมโบราณที่สลักอักขระเปล่งแสงสีทองเรืองรอง—อาคมตระกูลเก่าแก่ที่เขาเกลียดนักเกลียดหนาและปฏิเสธที่จะใช้มาตลอดชีวิต แต่ในวินาทีนี้ เขากลับยอมหยิบมันขึ้นมาเพื่อแหวกทางฝ่ามิติอเวจีเข้ามาหาเธอ
"คุณ..." รินทร์เปล่งเสียงออกมาได้อย่างยากลำบาก ลมหายใจติดขัด "คุณเข้ามาทำไม... ที่นี่มันอันตรายเกินกว่าที่คุณจะรับไหว รีบออกไปซะ!"
สารวัตรปราบไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขากวาดสายตาดุจเหยี่ยวสำรวจบาดแผลและพันธนาการที่รัดร่างหญิงสาว กรามของเขาขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งในอกจนแทบแผดเผาทุกอย่าง ร่างสูงก้าวเท้าฝ่าแนวอาคมที่ยังหลงเหลืออยู่จนผิวเนื้อถูกแผดเผาด้วยไอพิษ ส่งกลิ่นไหม้จางๆ แต่เขากลับไม่แม้แต่จะขยับคิ้วหนีความเจ็บปวดนั้นแม้แต่น้อย
"หุบปากไปซะ รินทร์" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยเยือกเย็นและติดจะกวนประสาทในยามปกติ บัดนี้แหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวแบบนี้ฮะ?"
"ฉันคำนวณไว้แล้ว..." รินทร์ยังคงดื้อรั้น แม้เรี่ยวแรงจะแทบไม่เหลือ "ถ้าคุณไม่เข้ามา ฉันมีแผนสำรองที่จะ..."
"แผนสำรองบ้าบออะไรของคุณที่กำลังจะพาตัวเองไปตาย!" สารวัตรปราบตวาดลั่นตัดบทด้วยความเหลืออด เขาพุ่งเข้ามาประชิดตัวเธอในพริบตา กระบี่อาคมในมือถูกตวัดฟันลงใส่พันธนาการสีเลือดที่รัดรึงข้อมือของรินทร์อย่างแม่นยำ
*เปรี้ยง!*
ประกายไฟสีทองและสีเลือดปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกซัดร่างทั้งสองกระเด็นถอยหลัง รินทร์สำลักลิ่มเลือดออกมาคำโต ร่างกายสะบักสะบอมจนแทบไม่มีชิ้นดี สารวัตรปราบรีบพุ่งเข้าไปคว้าเอวบางเข้ามารับน้ำหนักไว้ อ้อมแขนที่โอบกอดเธอแน่นนั้นสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความหวาดหวั่นลึกๆ ว่าเขาอาจจะมาคว้าความว่างเปล่าไว้แทน
รินทร์เบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อซบลงบนอกเสื้อที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและกลิ่นอายเลือดของชายหนุ่ม หัวใจที่ด้านชามานานนับปีจากการถูกหักหลังและโดดเดี่ยวในโลกใบนี้ กลับกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรง
*นี่น่ะหรือ... การมีใครสักคนยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อวิ่งเข้ามาในกองไฟเพื่อเธอ?*
"ทำไม... ถึงต้องยอมใช้กระบี่เล่มนั้น?" รินทร์กระซิบถามเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตมองไปยังร่องรอยแผลไหม้ที่ฝ่ามือของเขา ซึ่งเกิดจากการถืออาคมไสยเวทที่เขาเกลียดชังเข้ากระดูกดำ "คุณรู้ดีว่ามันกัดกินวิญญาณของคุณแค่ไหน"
สารวัตรปราบแค่นAหัวเราะในลำคออย่างขื่นขม แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความตัดพ้อและความห่วงใยที่ล้นทะลักจนปิดไม่มิด นิ้วเรียวที่เปื้อนเขม่าปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม ผิดกับคำพูดที่เอ่ยออกมาด้วยความโมโห
"เกลียดเหรอ? ใช่... ผมเกลียดมัน เกลียดพวกไสยศาสตร์งี่เง่า เกลียดความลับพวกนี้ที่คุณชอบแบกไว้คนเดียว..." เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม ลลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม "แต่ถ้าการไม่ใช้มัน... จะทำให้ผมต้องเสียคุณไปตลอดกาล... ให้ผมกลายเป็นคนบ้าที่ยอมก้มหัวให้ไสยเวทซะยังจะดีกว่า"
คำพูดนั้นหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของรินทร์ กำแพงน้ำแข็งที่เธอก่อขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองพังทลายลงในพริบตา เคมีระหว่างคนทั้งสองอบอวลไปด้วยความเจ็บปวด ความผูกพัน และความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมานิยาม
แต่ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความซาบซึ้งกลับสั้นเสียยิ่งกว่าความฝัน
*โครม!*
พื้นศิลาเบื้องล่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินแยก อาคมโลหิตที่ควรจะถูกทำลายไปแล้วกลับรวมตัวกันอีกครั้งด้วยพลังที่มหาศาลกว่าเดิมนับร้อยเท่า! เงาสีดำทมิฬขนาดมหึมาผุดขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นดิน มันคือร่างอวตารของบอสลับแห่งคุกมิติอเวจี—สิ่งมีชีวิตโบราณที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการแทรกแซงเมื่อครู่
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับวิกฤต: บอสลับ ‘เจ้าแห่งอเวจี’ ลืมตาตื่นเต็มรูปแบบ!]*
*[คำเตือน: ตรวจพบเจตంటฆ่าระดับพระกาฬ เป้าหมายคือการกวาดล้างสิ่งมีชีวิตในรัศมี 10 กิโลเมตรให้ราบเป็นหน้ากลอง!]*
*[ระบบกำลังคำนวณเส้นทางหนีตาย... คำเตือน: ไม่พบทางรอดที่เป็นไปได้!]*
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังระรัวเป็นสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน รินทร์หน้าถอดสีทันที เธอดันร่างของสารวัตรปราบออกเล็กน้อย แม้ร่างกายจะแทบขยับไม่ไหว แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกว่าหากยังอยู่ตรงนี้ ทั้งเธอและเขาจะต้องตายด้วยกันทั้งคู่
"หนีไป!" รินทร์ตะโกนแข่งกับเสียงคำรามกึกก้องของอสูรกาย "พลังของมันไม่ใช่สิ่งที่เราจะสู้ได้ในสภาพนี้! รีบใช้ยันต์เคลื่อนย้ายออกไปซะ!"
สารวัตรปราบไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว เขากระชับกระบี่อาคมในมือแน่นขึ้น แววตาคมกริบไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัด เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อเตรียมรับมือกับการโจมตีระลอกใหม่ พร้อมกับเหลือบมองหญิงสาวข้างกายด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจือความเย้ยหยันโชคชะตา
"หนีเหรอ? คุณก็รู้ว่าคำว่า ‘หนี’ มันไม่อยู่ในพจนานุกรมของสารวัตรปราบคนนี้..." เขาเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่นดั่งขุนเขา ก่อนจะหันมาสบตาเธอตรงๆ "ถ้าเราจะตาย... ก็ตายด้วยกันตรงนี้แหละ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าผมยังไม่ยอมให้คุณตายจนกว่าเราจะสะสางบัญชีแค้นนี้ให้จบ!"
ในวินาทีที่เงาทมิฬขนาดมหึมาเงื้อมือพุ่งเข้าใส่พวกเขาทั้งสองด้วยความเร็วแสง รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาคู่สวยประกายแสงวาวโรจน์ขึ้นมาอีกครั้ง มือเรียวเอื้อมไปคว้าด้ามจับกระบี่ของชายหนุ่มโดยอัตโนมัติ ประสานพลังไสยเวทของเธอกับพลังปราบมารของเขาเข้าหากันอย่างสมบูรณ์แบบเป็นครั้งแรก
กระแสพลังงานสีทองและสีเงินระเบิดแสงเจิดจ้าทะลวงความมืดมิด กลบรัศมีสีดำของอเวจีจนสั่นสะท้าน
แต่ทว่า... ท่ามกลางแสงสว่างเจิดจ้านั้นเอง เงาลึกลับอีกร่างหนึ่งกลับก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหลังพวกเขาอย่างเงียบเชียบ... ร่างนั้นยกมือขึ้นช้าๆ ก่อนจะกดปลายนิ้วลงบนหลังของรินทร์โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว!
*[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบ ‘บุคคลปริศนา’ ผู้กุมชะตากรรมที่แท้จริงของคดีนี้ ปรากฏตัวแล้ว...]*
*[คำเตือนระดับ SSS: ระบบกำลังถูกรีเซ็ต... เป้าหมาย: แลกเปลี่ยนวิญญาณ!]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอันตรายและลุ้นระทึกไปกับรินทร์และสารวัตรปราบด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย•ตอนที่ 14
สหายที่ยอมเสี่ยงชีวิต
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสืบคดีทวงแค้น: อย่าเผลอไผลไปรักคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!