ดวงตาคู่คมของสวี่จวินฮ่าวหรี่แคบลงเล็กน้อย ยามจ้องมองแผ่นหลังบางของภรรยาที่ยืนนิ่งสงสงบอยู่หน้าเตาถ่านเก่าคร่ำคร่า เมียตัวดีของเขาที่เคยล้มตัวนอนตื่นสายและส่งเสียงโวยวายหาเรื่องชาวบ้านไปทั่วในทุกๆ วัน บัดนี้กลับยืนตรงแน่วด้วยท่าทีที่แปลกประหลาด ร่างระหงนั้นสั่นเทาเล็กน้อยราวกับกำลังเผชิญหน้ากับสงครามจิตวิทยาบางอย่าง
*“เมียตัวดีของเขากำลังเล่นตลกอะไรอยู่กันแน่?”*
คำถามนี้วนเวียนอยู่ในสมองของนายทหารหนุ่มผู้ผ่านศึกมาโชกโชน เขาก้าวเท้าเงียบเชียบเข้าใกล้ห้องครัวควันโขมงแห่งนี้ให้มากที่สุด สัญชาตญาณระแวดระวังภัยบอกให้เขารู้ว่า ภรรยาของตนในยามนี้ช่างแตกต่างจากหลี่จินหรงคนเดิมราวฟ้ากับเหว แววตาที่สะท้อนแสงไฟจากเตาถ่านเมื่อครู่ ไม่มีร่องรอยของความโง่เขลาหรือความเกียจคร้านหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวและประกายระยิบระยับบางอย่างที่แม้แต่เขาก็ยังคาดไม่ถึง
ในขณะเดียวกัน ภายในโลกมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับจิตสำนึกของหลี่จินหรง เสียงสัญญาณดิจิทัลโทนอบอุ่นก็ดังขึ้นเบาๆ
[ติ๊ง! ต้อนรับกลับสู่ระบบจัดเก็บเสบียงยุคอภิมหาศาลค่ะท่านเจ้าของร่าง ปลดล็อกสิทธิ์การเบิกถอนวัตถุดิบระดับพรีเมียมเนื่องในภาวะฉุกเฉินระดับสีแดง!]
จินหรงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกในใจ มือเรียวบางเอื้อมคว้าหยิบถุงกระดาษคราฟท์บรรจุแป้งสาลีอเนกประสงค์เกรดพรีเมียมนำเข้าจากฝรั่งเศส และก้อนเนยสดแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ยังคงความเย็นเจี๊ยบจากตู้แช่แข็งพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าในมิติ ออกมาวางปรากฏบนโต๊ะไม้เก่าๆ ทรุดโทรมในโลกความเป็นจริงได้อย่างแนบเนียนผ่านม่านแสงพรางตาที่ระบบสร้างขึ้น
*“ฮ่าๆๆ ในที่สุดก็มีวัตถุดิบดีๆ มากู้วิกฤตโภชนาการให้เด็กน้อยทั้งสองคนเสียที”* จินหรงคิดในใจด้วยความฮึกเหิม
สภาพของลูกชายและลูกสาวฝาแฝดในบ้านหลังนี้ช่างน่าเวทนาเสียเหลือเกิน เด็กน้อยวัยหวานกำลังเติบโตแต่กลับมีร่างกายผอมแห้งแรงน้อย ใบหน้าตอบเซียวเพราะถูกแม่เฒ่าเฉินจอมเค็มสูบเลือดสูบเนื้อ ข้าวปลาแต่ละมื้อมีแต่มันสำปะหลังแข็งกระด้างกับน้ำซุปผักเจือจางจนแทบมองไม่เห็นเศษผัก หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่เพียงแต่นางจะโดนชาวบ้านนินทาจนพรุน แต่เด็กๆ อาจจะล้มป่วยลงจริงๆ เสียก่อน
“แม่จ๋า... หิวจังเลยค่ะ”
เสียงแหบแห้งของเสี่ยวเป่า ลูกสาวคนเล็กดังขึ้นแผ่วเบาจากมุมห้อง เด็กหญิงตัวน้อยกอดเข่ามองมารดาด้วยดวงตากลมโตที่ฉายแววหวาดกลัวระคนคาดหวัง นางคงกลัวว่าหากเอ่ยปากขออาหารอีก จะต้องโดนแม่เลี้ยงดุถดถอยหรือหยิกเนื้อเยี่ยงทุกครั้งที่ผ่านมา
จินหรงสะท้อนใจวูบ นางรีบหันกลับไปส่งยิ้มอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เคยมีมาให้เด็กน้อย รอยยิ้มนั้นอบอุ่นราวกับแสงอาทิตย์แรกของฤดูใบไม้ผลิที่ละลายน้ำแข็งในใจของเด็กๆ ได้ในพริบตา
“รอก่อนนะลูกรัก วันนี้แม่จะทำของอร่อยให้กินจนพุงกางเลยค่ะ”
พูดจบ จินหรงก็ไม่รอช้า นางจัดการแกะห่อกระดาษคราฟท์ เผยให้เห็นแป้งสาลีสีขาวสะอาดบริสุทธิ์เนื้อเนียนละเอียดราวกับหิมะแรก และก้อนเนยสดสีเหลืองนวลที่ส่งกลิ่นหอมหวนรัญจวนใจ ทันทีที่สัมผัสแรกกระทบกับอากาศร้อนอบอ้าวในห้องครัว กลิ่นหอมละมุนของเนยแท้และนมโคก็ฟุ้งกระจายขจรขจายไปทั่วบริเวณทันที!
กลิ่นหอมนี้ไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่เป็นกลิ่นอละความหรูหราของเบเกอรี่ชั้นเลิศที่คนในชนบทห่างไกลเช่นนี้ไม่มีวันได้สัมผัส ตลอดชีวิตของชาวบ้านหลี่เจียถุน พวกเขาคุ้นเคยแต่กลิ่นเหม็นหืนของแป้งข้าวโพดเก่าเก็บและกลิ่นควันไฟ แต่กลิ่นหอมเนยสดระดับนี้... มันช่างเย้ายวนและโดดเด่นเสียจนคนจมูกไวต้องเหลียวหลัง
ภายนอกประตูห้องครัว สวี่จวินฮ่าวที่ยืนแอบมองอยู่ถึงกับชะงักกึก จมูกโด่งเป็นสันคมสูดดมกลิ่นหอมประหลาดนั้นเข้าไปเต็มปอด ความสงสัยในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงระคนฉงนสนเท่ห์
*แป้งขาวสะอาดปานนั้นมาจากไหน? และกลิ่นหอมเย้ายวนใจนี่มันคืออะไรกันแน่? ภรรยาของเขาแอบซ่อนอะไรไว้ใต้ชายเสื้อกันหนาวตัวเก่าคร่ำคร่ากันแน่?*
ในขณะที่จินหรงกำลังตั้งหน้าตั้งตาผสมแป้งสาลีกับเนยสดเพื่อเตรียมทำ “แพנקเค้กนมสดเนื้อนุ่มละมุนลิ้น” สูตรลับเฉพาะตัวเพื่อเรียกคืนรอยยิ้มให้ลูกๆ บรรยากาศแสนอบอุ่นในห้องครัวก็ถูกขัดจังหวะลงอย่างกะทันหันด้วยเสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงแหลมแสบแก้วหูที่ตะโกนแผดเสียงเข้ามาด้วยความเกรี้ยวกราด
“นังสะใภ้ขี้เกียจ! หลี่จินหรง! แกตายอยู่ที่ไหน ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! กล้าดียังไงถึงแอบกักตุนแป้งขาวไว้กินกันตามลำพองสองคนแม่ลูก ปล่อยให้บ้านใหญ่ต้องอดอยากเร่งเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
เสียงแหลมสูงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... แม่เฒ่าเฉิน แม่สามีตัวแสบผู้เป็นเจ้าแม่แห่งความเอาเปรียบกำลังนำทัพบุกมาถึงหน้าบ้านแล้ว!
จินหรงชะงักมือที่กำลังนวดแป้งเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไว้ด้วยความสะใจลึกๆ
*มาได้จังหวะเสียจริง แม่เฒ่าแก่หนังเหนียว นางกำลังหาเรื่องสนุกๆ ทำแก้เบื่อพอดีเลยค่ะ*
จินหรงวางไม้พายลง ชำเลืองมองสามีหนุ่มที่ยังคงยืนนิ่งสนิทอยู่ตรงมุมมืดของประตูหน้าต่างด้วยสายตาส่งสัญญาณเป็นนัย ก่อนที่นางจะก้าวเท้าเดินออกไปต้อนรับแม่สามีจอมสูบเลือดด้วยท่าทีที่องอาจและเฉียบคมยิ่งกว่ามีดโกน
ทว่า ในวินาทีที่จินหรงเอื้อมมือไปปลดกลอนประตูไม้ผุๆ เพื่อเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์ด้านนอกนั้น สวี่จวินฮ่าวกลับก้าวพรวดเข้ามาคว้าข้อมือเรียวของนางเอาไว้แน่น ฝ่ามือหนาอุ่นจัดและเต็มไปด้วยแคลเซียมจากการฝึกฝนทางทหารบีบกระชับเบาๆ เพื่อส่งความมั่นใจ
ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มมองตรงเข้ามาในดวงตาของภรรยาเป็นครั้งแรกด้วยความหมายลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง... เมียจ๋า”
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความหอมกรุ่นของแป้งสาลีและกลิ่นอายฟาร์มยุคเจ็ดสิบไปพร้อมกับเรานะคะ
สูตรลับกลิ่นเนยสด กับฟาร์มยุคเจ็ดสิบของสะใภ้ขี้เกียจ•ตอนที่ 2
แป้งสาลีชั้นดีจากมิติลับ
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับกลิ่นเนยสด กับฟาร์มยุคเจ็ดสิบของสะใภ้ขี้เกียจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
