ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 11

สายใยที่ถักทอ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
ปลายนิ้วเรียวที่กำลังจดจ่ออยู่กับการร่างแบบโครงสร้างเรือนพักรับรองในสวนชาสะดุดกึก เมื่อความเจ็บแปลบวิ่งริ้วขึ้นมาจากฝ่ามือ รตวันสะดุ้งเล็กน้อย ดึงมือกลับตามสัญชาตญาณ หยดเลือดสีแดงสดผุดขึ้นมาบนผิวเนื้อขาวเนียนจากการโดนปลายดินสอ EE ที่เพิ่งเหลาจนแหลมคมบาดเข้าอย่างไม่ทันตั้งตัว “คุณตะวันครับ—เอ๊ย ไม่ใช่ค่ะ คุณตะวันคะ อย่าเหม่อสิคะ” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยเตือนด้วยความตกใจ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคณินที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวในห้องทำงานเล็กๆ ของเรือนไผ่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ชายหนุ่มคว้าข้อมือบางของเขาไว้ด้วยความรวดเร็วและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน ดวงตาคมกริบภายใต้คิ้วเข้มฉายแววร้อนรนอย่างปิดไม่มิด รตวันเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นๆ ของคณินที่โน้มตัวลงมาใกล้ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยกลิ่นอายสะอาดสดชื่นของใบชาและไอดิน กลิ่นเฉพาะตัวที่เริ่มคุ้นเคยและทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะบ่อยครั้งขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา “ผม... แค่คิดอะไรเพลินไปหน่อยน่ะครับ เอ๊ย ดิฉันหมายถึง... อ่า” รตวันเผลอหลุดปากพูดแทนตัวเองแบบเดิมจนต้องเม้มปากแน่นด้วยความเขินอาย คณินมักจะทำให้เขาสติหลุดอยู่เรื่อยเมื่อเข้ามาใกล้ในระยะประชิดแบบนี้ คณินไม่ได้ล้อเลียนความประหม่าของคนตรงหน้า ร่างสูงเพียงแต่ถอนหายใจเบาๆ อย่างระอาปนเอ็นดู ชายหนุ่มหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ตอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะบรรจงซับเลือดบริเวณรอยแผลที่ปลายนิ้วให้ด้วยความเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้จะทำให้คนตัวเล็กเจ็บปวดเสียเต็มประดา สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่กุมข้อมือเขาไว้ ไล้ผ่านผิวเนื้อเนียนช้าๆ ทำให้รตวันรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง ใบหน้าที่เคยขาวนวลเริ่มซับสีเรื่อขึ้นทีละน้อยจนลามไปถึงใบหู รตวันพยายามเบนสายตาหนีไปยังกองกระดาษร่างแบบบนโต๊ะ แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกินเมื่อเงาสสะท้อนในดวงตาคมกริบคู่นั้นมีเพียงภาพของตัวเขาเอง “เจ็บมากไหมคะ” เสียงทุ้มเอמהถามชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเจือความกังวลและห่วงใยอย่างชัดเจนจนคนฟังหัวใจกระตุกวูบ “ไม่... ไม่เท่าไหร่ครับ เอ่อ... ไม่เท่าไหร่ค่ะ” รตวันแก้ไขสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของอีกฝ่าย คณินชอบแกล้งให้เขาเขินด้วยการใช้คำพูดและน้ำเสียงสุภาพแบบนี้อยู่เรื่อย “แค่แผลถลอกนิดเดียวเอง คุณคินปล่อยมือผม... ปล่อยมือดิฉันได้แล้วมั้งคะ” “แผลจะเล็กแค่ไหน ถ้าอยู่บนตัวคุณตะวัน มันก็ไม่ใช่เรื่องเล็กหรอกนะคะ” คณินตอบเสียงเรียบ แต่แววตาที่มองมากลับลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำมาบรรยาย ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยมือจากการกุมข้อมือบาง กลับเปลี่ยนเป็นการใช้มืออีกข้างหยิบพลาสเตอร์ยาขนาดพอดีคำออกจากกล่องปฐมพยาบาลที่หยิบติดมือมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้มาแกะออกอย่างชำนาญ รตวันนั่งนิ่งเป็นหุ่นกระบอก ปล่อยให้อีกฝ่ายดูแลจัดการแผลเล็กๆ ที่ปลายนิ้วด้วยความใส่ใจ ละอองแดดบ่ายที่ส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้ไผ่ตกกระทบลงบนเส้นผมสีดำสนิทของคณิน เกิดเป็นประกายระยิบระยับ ภาพของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ดูดุดันน่าเกรงขามในสายตาคนงานในสวนชา แต่กลับยอมก้มตัวลงมานั่งคุกเข่าข้างเก้าอี้เพื่อทำแผลให้อย่างเบามือ ทำให้กำแพงในใจที่รตวันสร้างไว้ค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย ความเหนื่อยล้า ความกดดันจากโลกเก่าในเมืองกรุง และความหวาดกลัวต่ออนาคตที่เคยถมทับอยู่ในอก ราวกับถูกปัดเป่าให้จางหายไปด้วยความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของคณิน “เสร็จเรียบร้อยค่ะ” คณินเงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย “คราวหลังอย่าเหม่ออีกนะคะ งานออกแบบรีบร้อนแค่ไหน ก็ไม่สำคัญเท่าตัวคุณตะวันหรอกค่ะ” “ขอบคุณ... นะคะ” รตวันกระซิบแผ่วเบา แพขนตางอนยาวกระพริบถี่เพื่อซ่อนความไหววูบในแววตา “ทำไมคุณคินถึงต้องใจดีกับผม... กับดิฉันขนาดนี้ด้วยล่ะคะ” คณินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางลงกลายเป็นความจริงจังที่ลึกซึ้ง ดวงตาคู่นคมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนายเอกราวกับต้องการค้นหาความหมายบางอย่าง นิ้วมือที่เพิ่งปิดแผลให้ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของรตวันออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำให้ห้องทำงานทั้งห้องเงียบสงบลง ราวกับโลกใบนี้เหลือเพียงแค่คนสองคน “เพราะคุณตะวันเป็นคนสำคัญของเรือนไผ่... และสำคัญสำหรับผมไงคะ” คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำเอารตวันแทบหยุดหายใจ ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีไข้ขึ้นสูง ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในทุกๆ วันที่ใช้ชีวิตร่วมกันใต้ชายคาเรือนไผ่แห่งนี้ บัดนี้ได้เติบโตจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้เสียแล้ว ก่อนที่รตวันจะทันได้หาเสียงของตัวเองเจอเพื่อเอื้อMนคำตอบใดออกไป เสียงเคาะประตูก็จู่โจมเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่ทันตั้งตัว “คุณคินคะ! แย่แล้วค่ะ!” เสียงหอบเหนื่อยของเด็กสาวคนงานในไร่ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่รอให้อนุมัติ ร่างของพนักงานสาววิ่งเข้ามาด้วยใบซีดเผือด “มีแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาที่หน้าสำนักงานสวนชาค่ะ พวกเขาบอกว่าเป็นตัวแทนจากบริษัทสถาปนิกในกรุงเทพฯ และกำลังโวยวายต้องการพบตัวคุณตะวันเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!” รตวันสะดุ้งสุดตัว สีหน้าที่เพิ่งแดงก่ำด้วยความเขินอายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา นามบัตรเก่าๆ และความทรงจำอันแสนอึดอัดที่เขาพยายามหนีมาตลอด พรั่งพรูเข้าใส่ราวกับคลื่นใต้น้ำที่ซัดสาดเข้าฝั่ง คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับมานิ่งขรึมและเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ดวงตาทอประกายคมกลาบวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ ชายหนุ่มก้าวเข้ามาขวางหน้าโต๊ะทำงานของรตวันไว้ทันที ราวกับต้องการปกป้องคนด้านหลังไม่ให้เผชิญหน้ากับพายุร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา “ไม่ต้องกลัวนะคะ” คณินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคงหนักแน่น มือหนาเอื้อมไปกุมมือบางที่สั่นเทาของรตวันไว้อีกครั้ง “ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางพาตัวคุณไปจากที่นี่ได้ทั้งนั้นค่ะ” ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่ปกคลุมไปทั่วห้อง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ตามทางเดินไม้ไผ่ และก่อนที่คณินจะทันได้ก้าวออกไปจัดการปัญหาที่หน้าประตู ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่ธรณีประตู พร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่ส่งตรงมายังรตวัน “ไงล่ะ ตะวัน... หนีมาซะไกลเลยนะ คิดว่าจะซ่อนตัวพ้นหรือไง?” — ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยโอบกอดตัวละครไปด้วยกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%