ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 44

บทที่ 44

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
กลิ่นหอมกรุ่นของชาอู่หลงคั่วใหม่ลอยอวลอยู่เหนือโต๊ะไม้สักเก่าแก่ ทว่าบรรยากาศในเรือนรับรองกลับไม่ได้รื่นรมย์ตามกลิ่นชาเลยแม้แต่น้อย รตวันนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้เบาะสาน ปลายนิ้วเรียวที่มักจะถือดินสอเขียนแบบบัดนี้ประสานกันแน่นบนตัก ดวงตากลมโตมองเอกสารสัญญาฉบับภาษาอังกฤษที่เพิ่งถูกวางลงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เหมือนมีก้อนสะอื้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ "ทางบริษัทแม่ที่ลอนดอนยังคงยืนยันคำเดิมค่ะคุณตะวัน..." เสียงทุ้มแต่นุ่มนวลของตัวแทนจากบริษัทสถาปัตยกรรมระดับโลกดังขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันนี้ลง "พวกเขายังคงเสียดายฝีมือของคุณ ผลงานการรีโนเวทศาลาชมวิวกลางสวนชาแห่งนี้พิสูจน์แล้วว่าไฟในตัวคุณไม่ได้มอดดับลงอย่างที่ใครเข้าใจ... เขากำลังรอให้คุณกลับไปรับตำแหน่งหัวหน้าทีมโปรเจกต์ใหญ่ที่นั่น" ตะวันเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย รอยยิ้มบางเบาถูกระบายขึ้นบนเรียวปาก ทว่าดวงตากลับไหวระริกด้วยความสับสน "แต่ผม... ลาออกมานานแล้วนะคะ และที่สำคัญ... ผมเลือกที่จะทิ้งชีวิตตรงนั้นไว้ข้างหลังแล้ว" "บางที... คุณอาจจะแค่กลัวความกดดันเดิมๆ แต่พรสวรรค์ระดับคุณ มันไม่ควรถูกจำกัดไว้แค่การดูแลสวนชาเล็กๆ ในหุบเขานะคะ" คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในความทรงจำสีเทา สมัยที่เขายังเคยเป็นสถาปนิกหนุ่มผู้แบกรับความคาดหวังจนเกือบเป็นโรคซึมเศร้า ภาพกองแบบแปลนที่ถมทับกันจนหายใจไม่ออก ภาพเสียงต่อว่าจากลูกค้ากระหน่ำเข้ามาในหัวราวกับเสียงคลื่นซัดสาด ในจังหวะที่หัวใจดวงน้อยกำลังสั่นคลอนและลังเล ประตูเรือนรับรองก็ถูกเลื่อนเปิดออกอย่างแผ่วเบา ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิร์ตผ้าลินินสีครيมของคณินก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคง กลิ่นอายความอบอุ่นสะอาดสะอ้านที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูกก่อนที่เจ้าตัวจะมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ที่ตะวันนั่ง คณินไม่ได้เอ่ยทักทายแขกผู้มาเยือนทันที มือหนาเอื้อมมาวางทับลงบนหลังมือที่ประสานกันอยู่ของตะวันสัมผัสอุ่นจัดที่ส่งผ่านเข้ามา ทำให้ความหนաբานในอกของร่างบางคลายลงทีละน้อยอย่างน่าอัศจรรย์ "ชาอาจจะเย็นชืดไปหน่อย ถ้าคุณตัวแทนบริษัทสนใจจะเปลี่ยนบรรยากาศไปคุยกันที่เรือนคั่วชาด้านนอก ผมยินดีต้อนรับนะคะ" คณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่หนักแน่น สายตาคมกริบที่มักจะอ่อนโยนยามมองตะวัน บัดนี้ฉายแววปกป้องอย่างชัดเจนจนอีกฝ่ายต้องเป็นฝ่ายหลบตา "เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะคุณคิน ดิฉันแค่นำเอกสารข้อเสนอมาให้คุณตะวันพิจารณาตามหน้าที่เท่านั้น ส่วนคำตอบ..." ตัวแทนสาวส่งยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะหันมามองตะวันอีกครั้ง "ฉันให้เวลาคุณคิดทบทวนดูอีกเจ็ดวันนะคะคุณตะวัน โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีเข้ามาบ่อยๆ" ร่างนั้นโค้งศีรษะลาแล้วเดินจากไป ทิ้งให้บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบงันอีกครั้ง ตะวันถอนหายใจยาวเหยียด ไหล่บางลู่ลงอย่างคนแบกรับความเหนื่อยล้าไว้เต็มสองบ่า "คิดอะไรอยู่คะ หืม..." คณินดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงตรงหน้า ช้อนสายตาขึ้นมองคนรักด้วยความห่วงใย ฝ่ามือหนายังคงกุมมือเรียวไว้ไม่ยอมปล่อย "ตะวัน... แค่รู้สึกว่าตัวเองใจร้ายจังเลยค่ะคุณคิน" ตะวันเงยหน้าสบตา น้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตากลมโต "พอเห็นเอกสารนั่น... ส่วนลึกในใจมันแอบมีความรู้สึกภูมิใจ วูบหนึ่งตะวันคิดถึงความสำเร็จ คิดถึงเสียงชื่นชม คิดถึงงานออกแบบที่ยิ่งใหญ่... ทั้งๆ ที่ตะวันเคยบอกตัวเองว่าสัญญากับที่นี่ กับคุณคินแล้วว่าจะอยู่ที่นี่ไปตลอด" คณินไม่เอ็ดดู ไม่เอ่ยคำตัดพ้อ ชายหนุ่มเพียงแต่ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนหน้าผากมนเกือบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใส "ฟังผมนะตะวัน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความรู้สึก "ความฝันและความสามารถของคุณ ไม่ได้ถูกกักขังไว้ที่ลอนดอน หรือในบริษัทใหญ่โตที่ไหนหรอกนะคะ... มันอยู่ในตัวคุณ อยู่ในปลายปากกา ในสายตาที่คุณมองโลก และทุกๆ ครั้งที่คุณออกแบบอะไรก็ตามเพื่อรอยยิ้มของคนรอบตัว" นิ้วเรียวของคณินเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากให้อย่างทะนุถนอม "ถ้าคุณอยากกลับไปเผชิญโลกกว้างอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ตัวเองในแบบที่โตขึ้น... ผมจะคอยยืนอยู่ตรงนี้ คอยส่งคุณขึ้นเครื่องบิน และคอยกอดต้อนรับคุณกลับมาเสมอ ไม่มีคำว่ารั้ง ไม่มีคำว่าโกรธ... เพราะความสุขของคุณ คือความสุขของผมค่ะ" หยดน้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงหล่นลงกระทบหลังมือของคณิน ตะวันสะท้านไหวในอก ความรักความเข้าใจที่ลึกซึ้งและมั่นคงราวกับขุนเขาและสายหมอกนี้ ทำให้หัวใจดวงน้อยพองโตจนแทบจะทานไม่ไหว ร่างบางโผเข้าซบลงกับลาดไหล่กว้างของคนรัก ปล่อยให้ตัวเองสะอื้นไห้อย่างไม่อายใคร คณินโอบกอดร่างนั้นไว้แน่น ฝังจูบลงบนเส้นผมสลวย พลางลูบหลังปลอบโยนด้วยความรักที่เปี่ยมล้น เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบ มีน เพื่อนสนิทสายซัพพอร์ตยืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าของเพื่อนรักไม่ได้ดูผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวกำลังตื่นตระหนก มือถือในมือสั่นระริก "ตะวัน... คุณคินคะ ออกมาดูนี่หน่อยค่ะ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" มีนร้องเรียกเสียงหลงเมื่อประตูถูกเปิดออก ตะวันรีบผละออกจากอ้อมอกของคณิน เช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าอย่างลวกๆ แล้วเดินตามเพื่อนสนิทไปที่ระเบียงห้องรับแขกที่มีโทรทัศน์เปิดค้างไว้ ช่องข่าวเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์กำลังรายงานข่าวร้อนระอุภาพถ่ายมุมสูงของสวนชา 'เรือนไผ่' และแบบร่างศาลาชมวิวผลงานล่าสุดของตะวันปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ พร้อมตัววิ่งพาดหัวข่าวตัวโต *“สถาปนิกลึกลับผู้พลิกฟื้นสวนชาโบราณ! แท้จริงคืออดีตมือหนึ่งที่หายตัวไปจากวงการ เตรียมเปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่ร่วมทุนกับกลุ่มทุนต่างชาติมูลค่าหลายร้อยล้านเร็วๆ นี้!”* ตะวันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ข่าวนี้ถูกปล่อยออกไปได้อย่างไร ทั้งๆที่เขายังไม่ได้ให้คำตอบกับทางตัวแทนบริษัทเลยด้วยซ้ำ! ในวินาทีที่ความสับสนกำลังตีรวนอยู่ในหัว ทันใดนั้น เสียงรถยนต์ยุโรปสีดำคันหรูคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดสนิทหน้าเรือนไผ่ ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการก้าวลงมาของบุคคลที่ตะวันไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในชาตินี้... ร่างระหงของคุณหญิงมารศรีมารดาของตนเอง ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าเรือนไผ่ พร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งตรงมาถึงลูกชายด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของพี่คินและน้องตะวันมา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%