ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีชาอุ่นจัดในมือของรตวันไม่ได้ช่วยให้ความหนาแน่นในอกจางลงเลยแม้แต่น้อย
เสียงก้านใบชาแห้งกรอบถูกบดขยี้เบาๆ ใต้ฝ่าเท้าของใครบางคนดังแว่วมาจากระเบียงด้านนอก ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของคณินจะก้าวเข้ามาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้า บรรยากาศรอบตัวเขามีกลิ่นอายของไอน้ำฝนและกลิ่นไอดินจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงคั่วควันกรุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ประตูบานไม้สักถูกผลักให้ปิดลงอย่างเบามมือ แต่ทว่าเสียงกลอนไม้ที่กระทบกันกลับดังสะท้อนก้องในความเงียบงัน
"ถ้ายังฝืนใช้สายตากับแบบแปลนพวกนั้นต่ออีกสักชั่วโมง ตะวันคงได้กลายเป็นคนสายตาสั้นคนแรกในหมู่บ้านนี้แน่ๆ ค่ะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความระคนเอ็นดูและดุเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบมองตรงมายังร่างโปร่งที่นั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้หวาย รตวันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะคลายรอยยิ้มบางเบาที่มักจะใช้ปกปิดความอ่อนล้าออก It เป็นรอยยิ้มที่คณินมักจะใจหายทุกครั้งที่ได้เห็น เพราะเขารู้ดีว่าเบื้องหลังรอยยิ้มนั้นคือความพยายามที่จะแบกรับโลกทั้งใบไว้คนเดียวอีกแล้ว
"ตะวันแค่อยากเคลียร์รายละเอียดตรงมุมระเบียงให้เสร็จค่ะพี่คิน อีกนิดเดียวก็จะลงตัวแล้ว... คุณปกรณ์น่าจะชอบถ้าเราปรับพื้นที่ตรงนั้นให้รับลมธรรมชาติได้มากขึ้น" รตวันตอบเสียงแผ่ว พลางพับกระดาษไขตรงหน้าลงช้าๆ ปลายนิ้วเรียวเนียนสั่นน้อยๆ จากความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน
คณินไม่เอ่ยคำปฏิเสธ เขาเดินเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าเก้าอี้หวายที่รตวันนั่งอยู่ ฝ่ามือหนาหยาบกร้านจากการทำงานหนักในไร่ชาค่อยๆ เอื้อมไปกุมมือเรียวที่ยังคงวางอยู่บนโต๊ะไว้อย่างมั่นคง ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านผิวสัมผัสทำให้หัวใจที่ไหววัวของรตวันสงบลงได้อย่างน่าประหลาด
"งานสำคัญก็จริงค่ะ... แต่สุขภาพของตะวันสำคัญกว่าสำหรับพี่" คณินเงยหน้าขึ้นสบตา สายตานั้นไม่มีการบังคับหรือคาดคั้น มีเพียงความห่วงใยที่ลึกซึ้งจนคนมองรู้สึกแน่นในลำคอ "จำที่เคยคุยกันไว้ไม่ได้แล้วหรือคะ ว่าเราจะดูแลกันและกัน ไม่ใช่ให้ใครคนใดคนหนึ่งฝืนแบกอยู่ฝ่ายเดียว"
รตวันเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาถึงขอบตา เขารู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ไม่เคยพูดคำหวานเลี่ยนหู แต่ทุกการกระทำ ทุกรายละเอียดที่ใส่ใจ กลับมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้กำแพงในใจที่เคยพังทลายไปแล้วถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยความมั่น
"ตะวันไม่ได้ฝืนเสียหน่อยค่ะ..." รตวันพยายามเถียงเสียงเบา แต่พวงแก้มใสกลับขึ้นสีระเรื่ออย่างปิดไม่มิด
"โกหกไม่เนียนเลยนะคะ คนเก่งของพี่" คณินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่นุ่มนวลและทรงพลังที่สุดในความรู้สึกของรตวัน จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะดึงร่างบางให้ลุกขึ้นตามอย่างอ่อนโยน "ไปค่ะ ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกกันดีกว่า ขืนให้อยู่แต่ในห้องนี้ ตะวันได้กลายเป็นต้นชาอีกคนแน่ๆ"
ระเบียงเรือนไผ่ในยามค่ำคืนมีความเงียบสงบที่ชวนให้ผ่อนคลาย สายลมเย็นเอื่อยพัดพาเอาละอองฝนจางๆ มาปะทะผิวแก้ว ท้องฟ้าเบื้องบนไร้ซึ่งกลุ่มเมฆหนา เผยให้เห็นดวงดาวพรพรายราวกับผืนผ้ากำมะหยี่สีเข้ม รตวันยืนพิงราวระเบียงไม้โดยมีอ้อมแขนกว้างของคณินสวมกอดจากด้านหลัง ลมหายใจอุ่นๆ ของอีกฝ่ายเป่ารดอยู่แถวต้นคอ สร้างความรู้สึกปลอดภัยจนแทบไม่อยากขยับไปไหน
"พี่คินคะ..." รตวันเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตากลมโตมองทอดออกไปยังแนวเขาสลับซับซ้อนเบื้องล่าง "บางทีตะวันก็กลัว..."
"กลัวอะไรคะ หืม?" คณินกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับต้องการยืนยันว่าเขาอยู่ตรงนี้ จะไม่มีวันปล่อยให้ความกลัวใดๆ มาพรากอีกฝ่ายไปได้
"กลัวว่าความสุขตอนนี้มันจะเป็นแค่เรื่องชั่วคราว..." รตวันซบหน้าลงกับท่อนแขนแกร่งที่โอบรอบเอว น้ำเสียงเจือความสั่นไหวเล็กน้อย "ที่ผ่านมาตะวันเจอแต่ความกดดัน ความคาดหวัง จนพอมาอยู่ที่นี่... อยู่กับพี่คิน มันเหมือนความฝันที่สวยเกินกว่าจะเกิดขึ้นจริงกับคนอย่างตะวัน"
คณินนิ่งไปชั่วอึดใจ ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยกลุ่มผมนิ่มเบาๆ ก่อนที่เขาจะหมุนร่างของรตวันให้หันกลับมาเผชิญหน้ากันตรงๆ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของนายเอกราวกับจะอ่านทะลุถึงหัวใจ
"มองหน้าพี่นะคะ, ตะวัน" คณินเอ่ยด้วยน้ำหนักเสียงที่จริงจังแต่นุ่มนวล "สิ่งที่ตะวันเห็น สิ่งที่ตะวันรู้สึกอยู่ตอนนี้... มันไม่ใช่ความฝัน และมันไม่มีวันเป็นเรื่องชั่วคราว พี่อาจจะไม่ใช่คนพูดเก่ง หรือโรแมนติกเหมือนพระเอกในนิยายที่ตะวันชอบอ่าน แต่ทุกอย่างที่พี่ทำ ทุกวันที่พี่ตื่นมาแล้วมีตะวันอยู่ข้างๆ มันคือเรื่องจริงที่พี่พร้อมจะเอาชีวิตทั้งชีวิตเป็นเดิมพัน"
รตวันซบหน้าลงกับอกแผงกว้างของคณิน ปล่อยให้น้ำตาที่เอ่อคลอไหลซึมผ่านเนื้อผ้าเสื้อทำงานของอีกฝ่าย ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่เก็บงำมานานแรมปีได้รับการปลดปล่อยในอ้อมกอดนี้ คณินยกมือขึ้นโอบกอดแผ่นหลังบางไว้แนบแน่น ฝ่ามือหนาลูบปลอบโยนขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ ราวกับจะซึมซับความเจ็บปวดทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเอง
บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยความรักที่บริสุทธิ์และลึกซึ้ง เสียงหริ่งหรีดเรไรขับกล่อมราวกับบทเพลงแห่งการเยียวยา รตวันหลับตาลงรับไออุ่นจากคนตรงหน้า ปล่อยให้หัวใจที่เคยแตกสลายค่อยๆ ประสานเข้าหากันทีละนิดในเรือนไผ่แห่งนี้
ทว่า... ความเงียบสงบยามค่ำคืนกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังเร่งรีบเข้ามาทางประตูทางเข้าสวนชาด้านล่าง ตามด้วยเสียงเคาะประตูรั้วไม้สนั่นหวั่นไหวและเสียงเรียกชื่อที่ทำให้ทั้งคณินและรตวันต้องผละออกจากกันในทันที
"คุณคิน! คุณคินครับ! อยู่หรือเปล่าครับ!" เสียงตะโกนของลุงปกรณ์ดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "แย่แล้วครับ! มีคนบุกรุกเข้ามาทางเขตแปลงทดลองชาโซน C... แถมเขายังทิ้งเอกสารบางอย่างไว้ พร้อมกับบอกว่า... มาตามหาตัวคุณรตวันครับ!"
รตวันหน้าถอดสีทันที หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินประโยคหลัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น ขณะที่คณินหันขวับไปทางต้นเสียง นัยน์ตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาในความมืดทันทีโดยไม่มีใครทันตั้งตัว
*ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความรักของพี่คินและน้องตะวันมา ณ ที่นี้นะคะ*
หมอกไม้ไผ่
ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 45
บทที่ 45
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!