ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 17

ความรู้สึกที่เอ่อล้น

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่ำย่างเข้ามาบนพื้นไม้กระดานของเรือนรับรอง พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเด็กหนุ่มคนงาน ทำให้หัวใจที่สงบนิ่งมาตลอดของรตวันกระตุกวูบ ทว่าในวินาทีที่ร่างสูงสง่าของใครบางคนก้าวพ้นขอบประตูเรือนเข้ามา ไม่ใช่ความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเป็นความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ "ตะวัน... ลูกแม่" น้ำเสียงนั้น... น้ำเสียงที่รตวันคิดว่าตนเองฝังกลบมันไว้พร้อมกับเศษซากความทรงจำสีเทาในอดีต คุณหญิงรัชนีก้าวเข้ามาด้วยท่าทีที่พยายามรักษาความสง่างาม แม้ว่าปลายเท้าจะเปื้อนโคลนจากการเดินลุยไร่ชาขึ้นมาก็ตาม เบื้องหลังของท่านคือชายฉกรรจ์ในชุดสูทสากลสามคน และสายตาคมกริบของผู้เป็นบิดาที่ยืนกอดอกมองกราดไปทั่วเรือนไม้ไผ่แห่งนี้ด้วยความดูแคลน รตวันก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวเผลอจิกเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความรู้สึกกดดันที่เคยคิดว่าสลัดหลุดพ้นไปแล้ว กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาเกาะกุมลำคอจนหายใจไม่ออก โลกที่เคยสดใสและอบอุ่นในสวนชา 'เรือนไผ่' คล้ายกำลังจะถูกเมฆหมอกสีเทาทะมึนเข้าปกคลุมอีกครั้ง "คุณมาที่นี่ทำไมครับ..." รตวันเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อย พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงความอ่อนแอต่อหน้าคนที่เคยขีดเส้นทางชีวิตให้เขาต้องเดินจนเกือบพังทลาย "ทำไมหรือ? ลูกหนีตามผู้ชายมาซุกหัวนอนอยู่ในที่กันดารแบบนี้ แถมยังตัดขาดการติดต่อกับครอบครัว ทำให้ตระกูลเราต้องอับอาย ขายขี้หน้าสังคม ลูกยังกล้าถามอีกหรือว่าแม่มาทำไม!" คุณหญิงรัชนีแผดเสียงด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาคู่คมจ้องมองบุตรชายด้วยความผิดหวังระคนโกรธเกรี้ยว ก่อนที่สายตาจะหันขวับไปมองร่างสูงของคณินที่ก้าวออกมายืนบังขวางหน้าตะวันไว้ด้วยท่าทีคุกคาม "แกสินะ... ไอ้บ้านนอกคอกนาที่ลักพาตัวลูกชายฉันมา!" บรรยากาศในห้องรับรองลดฮวบลงจนติดลบ คณินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวต่ออำนาจเงินตราและอิทธิพลที่ครอบครัวเก่าของตะวันพยายามกดทับเลยสักนิด ร่างสูงใหญ่ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างของเขาเปรียบเสมือนกำแพงหินผาที่แข็งแกร่ง พร้อมปกป้องคนด้านหลังให้อยู่ห่างจากลมพายุร้าย "ผมชื่อคณิน เป็นเจ้าของที่นี่ครับ และไม่มีใครลักพาตัวใครมาทั้งนั้น รตวันมาที่นี่ด้วยความสมัครใจ และในฐานะเจ้าของบ้าน... ผมคิดว่าการบุกรุกเข้ามาต่อว่าคนอื่นในพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้ มันเสียมารยาทมากเกินไปครับคุณผู้หญิง" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดเดี่ยวและเย็นเยียบ ทำให้คุณหญิงรัชนีถึงกับหน้าชา ท่านผู้สูงศักดิ์กัดกรามกรอดด้วยความโกรธ "บังAนนักนะ! แกเป็นแค่ไอ้ชาวสวนกระจอกๆ มีสิทธิ์อะไรมาพูดจาสั่งสอนฉัน! ตะวัน! กลับบ้านกับพ่อเดี๋ยวนี้! อย่าลืมว่าแกยังมียศมีศักดิ์ มีชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลที่ต้องรักษา ไม่ใช่มาทำตัวไร้ค่าสำมะเลเทเมาอยู่กับผู้ชายชั้นต่ำแบบนี้!" คำว่า 'ผู้ชายชั้นต่ำ' กระแทกเข้ากลางใจของคนฟังอย่างจัง รตวันรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ความกลัวที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความโกรธและ... ความสงสารตัวเอง เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธและก้าวออกไปเผชิญหน้าเพื่อปกป้องคณินบ้าง แต่ทว่า ฝ่ามือหนาอุ่นจัดที่เอื้อมมาจับมือเรียวของเขาไว้เสียก่อน ทำให้ทุกคำพูดต้องกลืนกลับลงไป คณินบีบมือของตะวันเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ใจเย็นลง สัมผัสอุ่นซ่านนั้นส่งผ่านความมั่นคงและความห่วงใยมาให้ จนหัวใจที่สั่นคลอนของตะวันเริ่มสงบลงได้บ้าง "ผมอาจจะเป็นแค่ชาวสวนกระจอกๆ ในสายตาของท่าน..." คณินเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังบิดาและมารดาของตะวันอย่างไม่เกรงกลัว "แต่ผมก็มีมือมีเท้า มีหัวใจ และมีปัญญามากพอที่จะดูแลคนที่ผมรักได้ดีกว่าการปล่อยให้เขาต้องทนทุกข์อยู่กับกรงทองที่เต็มไปด้วยความกดดันและความเห็นแก่ตัวของพวกคุณ!" "คุณคิน..." รตวันเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความตื้นตันใจ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนับแรมเดือน บัดนี้มันเอ่อล้นจนทะลักออกมาทางหยาดน้ำใสที่คลอหน่วยอยู่ที่ขอบตา คำว่า 'คนที่ผมรัก' จากปากของคณิน มันชัดเจนยิ่งกว่าคำบอกรักใดๆ ในโลกใบนี้ "แก... แกกล้าดียังไง..." บิดาของตะวัน ซึ่งยืนเงียบมานาน ก้าวเท้าเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง เงื้อมมือขึ้นหมายจะตบหน้าบุตรชายที่บังAนขัดคำสั่ง หมับ! มือหนาของคณินคว้าข้อมือของชายสูงวัยไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงบีบที่พอเหมาะทำให้ผู้เป็นพ่อของตะวันต้องชะงัก คณินไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่แววตาที่มองนั้นเด็ดเดี่ยวและทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "ถ้าผมเป็นคุณ... ผมจะไม่ใช้กำลังกับคนที่ผมรัก และจะไม่เหยียบย่ามเข้ามาในพื้นที่ที่เขาเพิ่งจะหาความสุขเจอเป็นครั้งแรกในชีวิตครับ" คณินกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่เฉียบคม "ออกไปจากที่นี่ซะ..." เสียงหวานทว่ามั่น100%ดังขึ้นจากด้านหลัง รตวันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก้าวออกมาเคียงข้างคณิน ดื้อรั้นสбуดมือที่เคยสั่นเทาให้มั่นคง แล้วเงยหน้าสบตากับผู้ให้กำเนิดทั้งสองอย่างตรงไปตรงมาเป็นครั้งแรกในชีวิต "ผมจะไม่กลับไปครับ... คุณพ่อ คุณแม่ เชิญกลับไปเถอะครับ ที่นี่ไม่ใช่ที่ของผมอีกต่อไปแล้ว และผมก็ไม่ต้องการชีวิตแบบนั้นอีกแล้วด้วย" คำประกาศกร้าวของรตวันทำให้คุณหญิงรัชนีถึงกับลมแทบจับ ส่วนผู้เป็นพ่อหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด "แก... แกกล้าตัดขาดจากตระกูลเราอย่างนั้นเหรอตะวัน! แกจำไว้เลยนะ ว่าถ้าก้าวออกไปจากตระกูลนี้ แกก็จะไม่เหลืออะไรเลย!" "ผมเหลือตัวเอง... และผมก็เหลือเขา" รตวันหันไปมองหน้าคณิน รอยยิ้มบางเบาแต่เปี่ยมด้วยความจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน ดวงตาคู่สวยฉายแววรักใคร่และซาบซึ้งใจจนประกายระยิบระยับ ท่าท่ามกลางสวนชาเขียวขจีที่โอบล้อมรอบเรือนไม้ไผ่ ความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ในใจของทั้งคู่เวลานี้ มันชัดเจนเสียจนไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ เพิ่มเติมอีกแล้ว "แก... แกจะเสียใจ!" คุณหญิงรัชนีชี้หน้าบุตรชายด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะสะบัดหน้าหันหลังกลับด้วยความอับอาย พร้อมกับกวาดสายตาสั่งคนติดตามและสามีให้ถอยร่นออกไป "เรากลับกัน! ปล่อยให้มันจมปลักอยู่กับความยากจนพวกนี้ไปเลย!" เสียงฝีเท้าและเสียงโวยวายค่อยๆ ถอยห่างออกไปจนกระทั่งความเงียบสงบกลับคืนสู่เรือนไผ่ระเบียงอีกครั้ง ลมยามบ่ายพัดผ่านยอดชาเขียวขจี ส่งกลิ่นหอมกรุ่นจางๆ ลอยมาปะทะนาสิก รตวันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงลงกะทันหันจนเกือบทรุดลงไปนั่งกับพื้น หากไม่มีอ้อมแขนแข็ง100%ของคณินที่เอื้อมมารั้งเอวบางเข้าหาตัวไว้เสียก่อน ร่างโปร่งซบลงกับอกแกร่งที่อบอุ่นและปลอดภัย ความอดกลั้นทั้งหมดพังทลายลง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาเปียกชื้นเสื้อเชิร์ตของคนตัวโต คณินไม่เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ นอกจากโอบกอดร่างนั้นให้แนบแน่นยิ่งขึ้น มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ อย่างทะนุถนอม ราวกับจะซึมซับความเจ็บปวดทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเอง "ร้องออกมาเถอะครับ... คนเก่งของผม ตะวันปลอดภัยแล้วนะ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู ริมฝีปากอุ่นจัดกดจูบลงบนขมับชื้นเหงื่ออย่างรักใคร่ รตวันเงยหน้าขึ้นจากอกแกร่ง ดวงตาคู่สวยแดงก่ำแต่ระPบด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา มือเรียวยกขึ้นแตะแก้วสากของคณินเบาๆ สัมผัสถึงความจริงใจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "ขอบคุณนะครับคุณคิน... ขอบคุณที่ปกป้องผม ขอบคุณที่ทำให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้อยู่คนเดียว" คณินยิ้มละมุน แววตาคมเข้มทอประกายอ่อนโยนจนละลายใจ เขาใช้นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาบนแก้มนวลแผ่วเบา "ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณตะวัน... ขอบคุณที่กล้าหาญ และขอบคุณที่เลือกจะอยู่ข้างๆ ผม" บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่เอ่อล้นทะลักทลายราวกับเขื่อนแตก ทั้งสองคนขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้นจนลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นหนึ่งเดียว ริมฝีปากของคณินค่อยๆโน้มลงมาหาช้าๆ เปิดโอกาสให้รตวันได้ปฏิเสธ แต่ทว่า นายเอกหนุ่มกลับหลับตาลงอย่างยินยอมพร้อมใจ มอบหัวใจทั้งดวงให้ชายหนุ่มตรงหน้าเป็นผู้ครอบครอง ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกัน เสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นกะทันหันที่ทางขึ้นเรือน พร้อมกับเสียงตบมือดังแปะๆ และน้ำเสียงติดตลกของมีนที่ตะโกนแทรกเข้ามา "อุ๊ย! ฉันมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานเลี่ยนกระอักเลือดของพวกเธอเกินไปหรือเปล่าเนี่ย? แต่บอกไว้ก่อนนะว่า... รีบหวานกันให้พอเถอะ เพราะตอนนี้หน้าประตูสวนชา มี 'แขกพิเศษ' อีกคนที่เพิ่งก้าวลงจากรถหรู และกำลังเดินตรงดิ่งมาที่นี่ด้วยรอยยิ้มพิกล... และฉันคิดว่าเธอน่าจะอยากรู้จักเขานะ ตะวัน!" ขอขอบพระคุณคุณรี้ดทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกที่เอ่อล้นนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%