เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่ำย่างเข้ามาบนพื้นไม้กระดานของเรือนรับรอง พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเด็กหนุ่มคนงาน
ทำให้หัวใจที่สงบนิ่งมาตลอดของรตวันกระตุกวูบ
ทว่าในวินาทีที่ร่างสูงสง่าของใครบางคนก้าวพ้นขอบประตูเรือนเข้ามา
ไม่ใช่ความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเป็นความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ
"ตะวัน... ลูกแม่"
น้ำเสียงนั้น... น้ำเสียงที่รตวันคิดว่าตนเองฝังกลบมันไว้พร้อมกับเศษซากความทรงจำสีเทาในอดีต
คุณหญิงรัชนีก้าวเข้ามาด้วยท่าทีที่พยายามรักษาความสง่างาม แม้ว่าปลายเท้าจะเปื้อนโคลนจากการเดินลุยไร่ชาขึ้นมาก็ตาม
เบื้องหลังของท่านคือชายฉกรรจ์ในชุดสูทสากลสามคน และสายตาคมกริบของผู้เป็นบิดาที่ยืนกอดอกมองกราดไปทั่วเรือนไม้ไผ่แห่งนี้ด้วยความดูแคลน
รตวันก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวเผลอจิกเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
ความรู้สึกกดดันที่เคยคิดว่าสลัดหลุดพ้นไปแล้ว กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาเกาะกุมลำคอจนหายใจไม่ออก
โลกที่เคยสดใสและอบอุ่นในสวนชา 'เรือนไผ่' คล้ายกำลังจะถูกเมฆหมอกสีเทาทะมึนเข้าปกคลุมอีกครั้ง
"คุณมาที่นี่ทำไมครับ..." รตวันเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อย
พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงความอ่อนแอต่อหน้าคนที่เคยขีดเส้นทางชีวิตให้เขาต้องเดินจนเกือบพังทลาย
"ทำไมหรือ? ลูกหนีตามผู้ชายมาซุกหัวนอนอยู่ในที่กันดารแบบนี้
แถมยังตัดขาดการติดต่อกับครอบครัว ทำให้ตระกูลเราต้องอับอาย ขายขี้หน้าสังคม
ลูกยังกล้าถามอีกหรือว่าแม่มาทำไม!"
คุณหญิงรัชนีแผดเสียงด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาคู่คมจ้องมองบุตรชายด้วยความผิดหวังระคนโกรธเกรี้ยว
ก่อนที่สายตาจะหันขวับไปมองร่างสูงของคณินที่ก้าวออกมายืนบังขวางหน้าตะวันไว้ด้วยท่าทีคุกคาม
"แกสินะ... ไอ้บ้านนอกคอกนาที่ลักพาตัวลูกชายฉันมา!"
บรรยากาศในห้องรับรองลดฮวบลงจนติดลบ
คณินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวต่ออำนาจเงินตราและอิทธิพลที่ครอบครัวเก่าของตะวันพยายามกดทับเลยสักนิด
ร่างสูงใหญ่ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างของเขาเปรียบเสมือนกำแพงหินผาที่แข็งแกร่ง
พร้อมปกป้องคนด้านหลังให้อยู่ห่างจากลมพายุร้าย
"ผมชื่อคณิน เป็นเจ้าของที่นี่ครับ และไม่มีใครลักพาตัวใครมาทั้งนั้น
รตวันมาที่นี่ด้วยความสมัครใจ และในฐานะเจ้าของบ้าน... ผมคิดว่าการบุกรุกเข้ามาต่อว่าคนอื่นในพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้
มันเสียมารยาทมากเกินไปครับคุณผู้หญิง"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดเดี่ยวและเย็นเยียบ ทำให้คุณหญิงรัชนีถึงกับหน้าชา
ท่านผู้สูงศักดิ์กัดกรามกรอดด้วยความโกรธ
"บังAนนักนะ! แกเป็นแค่ไอ้ชาวสวนกระจอกๆ มีสิทธิ์อะไรมาพูดจาสั่งสอนฉัน!
ตะวัน! กลับบ้านกับพ่อเดี๋ยวนี้! อย่าลืมว่าแกยังมียศมีศักดิ์ มีชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลที่ต้องรักษา
ไม่ใช่มาทำตัวไร้ค่าสำมะเลเทเมาอยู่กับผู้ชายชั้นต่ำแบบนี้!"
คำว่า 'ผู้ชายชั้นต่ำ' กระแทกเข้ากลางใจของคนฟังอย่างจัง
รตวันรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ความกลัวที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความโกรธและ... ความสงสารตัวเอง
เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธและก้าวออกไปเผชิญหน้าเพื่อปกป้องคณินบ้าง
แต่ทว่า ฝ่ามือหนาอุ่นจัดที่เอื้อมมาจับมือเรียวของเขาไว้เสียก่อน ทำให้ทุกคำพูดต้องกลืนกลับลงไป
คณินบีบมือของตะวันเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ใจเย็นลง
สัมผัสอุ่นซ่านนั้นส่งผ่านความมั่นคงและความห่วงใยมาให้ จนหัวใจที่สั่นคลอนของตะวันเริ่มสงบลงได้บ้าง
"ผมอาจจะเป็นแค่ชาวสวนกระจอกๆ ในสายตาของท่าน..." คณินเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก
ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังบิดาและมารดาของตะวันอย่างไม่เกรงกลัว
"แต่ผมก็มีมือมีเท้า มีหัวใจ และมีปัญญามากพอที่จะดูแลคนที่ผมรักได้ดีกว่าการปล่อยให้เขาต้องทนทุกข์อยู่กับกรงทองที่เต็มไปด้วยความกดดันและความเห็นแก่ตัวของพวกคุณ!"
"คุณคิน..." รตวันเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความตื้นตันใจ
หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนับแรมเดือน
บัดนี้มันเอ่อล้นจนทะลักออกมาทางหยาดน้ำใสที่คลอหน่วยอยู่ที่ขอบตา
คำว่า 'คนที่ผมรัก' จากปากของคณิน มันชัดเจนยิ่งกว่าคำบอกรักใดๆ ในโลกใบนี้
"แก... แกกล้าดียังไง..." บิดาของตะวัน ซึ่งยืนเงียบมานาน ก้าวเท้าเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง
เงื้อมมือขึ้นหมายจะตบหน้าบุตรชายที่บังAนขัดคำสั่ง
หมับ!
มือหนาของคณินคว้าข้อมือของชายสูงวัยไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงบีบที่พอเหมาะทำให้ผู้เป็นพ่อของตะวันต้องชะงัก
คณินไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่แววตาที่มองนั้นเด็ดเดี่ยวและทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าผมเป็นคุณ... ผมจะไม่ใช้กำลังกับคนที่ผมรัก และจะไม่เหยียบย่ามเข้ามาในพื้นที่ที่เขาเพิ่งจะหาความสุขเจอเป็นครั้งแรกในชีวิตครับ" คณินกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่เฉียบคม
"ออกไปจากที่นี่ซะ..."
เสียงหวานทว่ามั่น100%ดังขึ้นจากด้านหลัง
รตวันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก้าวออกมาเคียงข้างคณิน
ดื้อรั้นสбуดมือที่เคยสั่นเทาให้มั่นคง แล้วเงยหน้าสบตากับผู้ให้กำเนิดทั้งสองอย่างตรงไปตรงมาเป็นครั้งแรกในชีวิต
"ผมจะไม่กลับไปครับ... คุณพ่อ คุณแม่ เชิญกลับไปเถอะครับ
ที่นี่ไม่ใช่ที่ของผมอีกต่อไปแล้ว และผมก็ไม่ต้องการชีวิตแบบนั้นอีกแล้วด้วย"
คำประกาศกร้าวของรตวันทำให้คุณหญิงรัชนีถึงกับลมแทบจับ ส่วนผู้เป็นพ่อหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด
"แก... แกกล้าตัดขาดจากตระกูลเราอย่างนั้นเหรอตะวัน! แกจำไว้เลยนะ ว่าถ้าก้าวออกไปจากตระกูลนี้ แกก็จะไม่เหลืออะไรเลย!"
"ผมเหลือตัวเอง... และผมก็เหลือเขา" รตวันหันไปมองหน้าคณิน รอยยิ้มบางเบาแต่เปี่ยมด้วยความจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน
ดวงตาคู่สวยฉายแววรักใคร่และซาบซึ้งใจจนประกายระยิบระยับ ท่าท่ามกลางสวนชาเขียวขจีที่โอบล้อมรอบเรือนไม้ไผ่
ความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ในใจของทั้งคู่เวลานี้ มันชัดเจนเสียจนไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ เพิ่มเติมอีกแล้ว
"แก... แกจะเสียใจ!" คุณหญิงรัชนีชี้หน้าบุตรชายด้วยความโกรธแค้น
ก่อนจะสะบัดหน้าหันหลังกลับด้วยความอับอาย พร้อมกับกวาดสายตาสั่งคนติดตามและสามีให้ถอยร่นออกไป
"เรากลับกัน! ปล่อยให้มันจมปลักอยู่กับความยากจนพวกนี้ไปเลย!"
เสียงฝีเท้าและเสียงโวยวายค่อยๆ ถอยห่างออกไปจนกระทั่งความเงียบสงบกลับคืนสู่เรือนไผ่ระเบียงอีกครั้ง
ลมยามบ่ายพัดผ่านยอดชาเขียวขจี ส่งกลิ่นหอมกรุ่นจางๆ ลอยมาปะทะนาสิก
รตวันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงลงกะทันหันจนเกือบทรุดลงไปนั่งกับพื้น
หากไม่มีอ้อมแขนแข็ง100%ของคณินที่เอื้อมมารั้งเอวบางเข้าหาตัวไว้เสียก่อน
ร่างโปร่งซบลงกับอกแกร่งที่อบอุ่นและปลอดภัย
ความอดกลั้นทั้งหมดพังทลายลง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาเปียกชื้นเสื้อเชิร์ตของคนตัวโต
คณินไม่เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ นอกจากโอบกอดร่างนั้นให้แนบแน่นยิ่งขึ้น
มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ อย่างทะนุถนอม ราวกับจะซึมซับความเจ็บปวดทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเอง
"ร้องออกมาเถอะครับ... คนเก่งของผม ตะวันปลอดภัยแล้วนะ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู
ริมฝีปากอุ่นจัดกดจูบลงบนขมับชื้นเหงื่ออย่างรักใคร่
รตวันเงยหน้าขึ้นจากอกแกร่ง ดวงตาคู่สวยแดงก่ำแต่ระPบด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา
มือเรียวยกขึ้นแตะแก้วสากของคณินเบาๆ สัมผัสถึงความจริงใจที่ไม่อาจปฏิเสธได้
"ขอบคุณนะครับคุณคิน... ขอบคุณที่ปกป้องผม ขอบคุณที่ทำให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้อยู่คนเดียว"
คณินยิ้มละมุน แววตาคมเข้มทอประกายอ่อนโยนจนละลายใจ
เขาใช้นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาบนแก้มนวลแผ่วเบา
"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณตะวัน... ขอบคุณที่กล้าหาญ และขอบคุณที่เลือกจะอยู่ข้างๆ ผม"
บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่เอ่อล้นทะลักทลายราวกับเขื่อนแตก
ทั้งสองคนขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้นจนลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นหนึ่งเดียว
ริมฝีปากของคณินค่อยๆโน้มลงมาหาช้าๆ เปิดโอกาสให้รตวันได้ปฏิเสธ
แต่ทว่า นายเอกหนุ่มกลับหลับตาลงอย่างยินยอมพร้อมใจ มอบหัวใจทั้งดวงให้ชายหนุ่มตรงหน้าเป็นผู้ครอบครอง
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกัน
เสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นกะทันหันที่ทางขึ้นเรือน พร้อมกับเสียงตบมือดังแปะๆ และน้ำเสียงติดตลกของมีนที่ตะโกนแทรกเข้ามา
"อุ๊ย! ฉันมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานเลี่ยนกระอักเลือดของพวกเธอเกินไปหรือเปล่าเนี่ย?
แต่บอกไว้ก่อนนะว่า... รีบหวานกันให้พอเถอะ เพราะตอนนี้หน้าประตูสวนชา มี 'แขกพิเศษ' อีกคนที่เพิ่งก้าวลงจากรถหรู และกำลังเดินตรงดิ่งมาที่นี่ด้วยรอยยิ้มพิกล... และฉันคิดว่าเธอน่าจะอยากรู้จักเขานะ ตะวัน!"
ขอขอบพระคุณคุณรี้ดทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกที่เอ่อล้นนี้ด้วยกันนะคะ
ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 17
ความรู้สึกที่เอ่อล้น
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!