เสียงหัวเราะคικคักของมีนที่ลอยละลิ่วหายไปในความมืด พร้อมกับร่างของเพื่อนสนิทที่ปลีกตัวหลบฉากไปอย่างรู้เวลานั้น ทิ้งให้ความเงียบสงบอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘เรือนไผ่’ กลับคืนสู่พื้นที่ระเบียงไม้อีกครั้ง
ทว่าความเงียบในยามค่ำคืนนี้กลับไม่ได้ว่างเปล่า... มันอัดแน่นไปด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่างจากคำพูดทิ้งท้ายของมีน และเงาร่างของ "แขกพิเศษ" ที่ก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตความเป็นส่วนตัว
“คุณตะวันครับ... อย่าไปสนใจเสียงแซวของเพื่อนเลยนะครับ”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ คณินขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคสีเข้มทิ้งเงาทอดทับลงมาโอบล้อมร่างโปร่งของตะวันเอาไว้โดยปริยาย ดวงตาคมกริบที่มักจะนิ่งสงบราวน้ำในบึงลึกยามนี้กลับพราวระยับ สะท้อนแสงไฟสีส้มอุ่นจากตะเกียงบนโต๊ะไม้ และประกายระยิบระยับจากหมู่ดาวนับล้านดวงบนท้องฟ้าไร้เมฆหมอก
ตะวันรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันเข้า เขาพยายามเบนสายตาหนีไปยังพุ่มชาที่ไหวราวกำลังเริงระำบอยู่เบื้องล่างเพื่อตั้งสติ แต่กลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของคณิน—กลิ่นจางๆ ของใบชาคั่วผสมกับความสดชื่นของไอน้ำค้างยามค่ำคืน—กลับดึงดูดความสนใจของเขากลับมาเสียทุกครั้ง
“ตะวัน... ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกครับ คิน... เอ่อ คุณคินต่างหากล่ะครับ ที่ปล่อยให้มีนเขาพูดจา──”
“ผมพูดจริงทุกคำที่บอกมีนนะครับ”
คณินสวนขึ้นมาทันควัน น้ำเสียงนั้นไม่มีร่อรอยของการหยอกล้อเล่นสนุกเลยแม้แต่น้อย มันคือความจริงจังที่หนักแน่นและจริงใจจนตะวันต้องชะงัก ชายหนุ่มร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดขอบระเบียงที่ตะวันยืนพิงอยู่ มือใหญ่ข้างหนึ่งยันขอบระเบียงไม้ไผ่ไว้หลวมๆ กักกันร่างบางให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยระหว่างอ้อมแขนของเขา
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงเหลือเพียงความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่เป็นจังหวะเคาะ
“คุณคิน...” ตะวันกระซิบแผ่วเบa ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่ายามที่เงยหน้าขึ้นสบตา สายตาคู่นั้นของคณินช่างทรงพลังเหลือเกิน มันทั้งอบอุ่นและเวทนาในเวลาเดียวกัน เป็นความอบอุ่นที่พร้อมจะปกป้องคุ้มครองเขาจากทุกพายุฝนในโลกใบนี้
“ตลอดเวลาที่คุณก้าวเข้ามาในเรือนไผ่แห่งนี้ ตะวันรู้ไหมครับว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง”
คณินเอ่ยถาม เสียงของเขาพร่าต่ำลงเล็กน้อย นัยน์ตาคมทอดมองดวงหน้าหวานที่สวาดล้อมด้วยแสงจันทร์อย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับต้องการเก็บเกี่ยวทุกรายละเอียดความรู้สึกของคนตรงหน้า
ตะวันส่ายหน้าช้าๆ “ตะวัน... ไม่รู้หรอกครับ”
“สวนชาแห่งนี้เคยเงียบเหงา... เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดของผมที่จมอยู่กับผืนดินและใบชาเพื่อหนีความวุ่นวายจากโลกภายนอก” คณินระบายยิ้มบางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง “จนกระทั่งวันที่คุณก้าวเข้ามา... วันแรกที่คุณหกล้มแล้วฝืนยิ้มเก่งกล้าใส่ผม ทั้งๆ ที่ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยความเหนื่อยล้า”
ความทรงจำเมื่อหลายเดือนก่อนไหลย้อนกลับมาในห้วงคำนึง ตะวันจำวันนั้นได้ดี วันที่เขาตัดสินใจทิ้งกระดานวาดภาพและตึกสูงระฟ้าในเมืองกรุงมาหลบเลียแผลใจที่นี่ วันที่เขาพบกับเจ้าของสวนชาร่างยักษ์หน้าตาบึ้งตึงคนนี้
“วันนั้น... วันแรกที่พบกันเลยครับ ตะวัน” คณินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มเนียน “ผมตกหลุมรักรอยยิ้มฝืนๆ ของคุณตั้งแต่วินาทีแรก... และยิ่งได้รู้จัก ยิ่งได้เห็นความอ่อนโยนที่คุณมีให้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่า ผู้ชายคนนี้แหละ... คือคนที่ผมอยากปกป้องไปตลอดชีวิต”
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่มร่างสูงราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ตะวันเบิกตากว้าง ความรู้สึกตื้นตัน อบอุ่น และวาบหวามตีรวนขึ้นมาจนจุกแน่นในลำคอ ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไม่ใช่เพราะความเสียใจ... แต่เป็นเพราะหัวใจดวงน้อยๆ ดวงนี้ได้รับการเติมเต็มจนล้นปรี่จากความรักที่จริงใจและมั่นคงที่สุดเท่าที่เคยได้รับมา
“คุณคิน... ทำไมถึง...” เสียงของตะวันสั่นเครือ หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาที่หน่วยตา
“เพราะผมรักคุณครับ... ตะวัน” คณินเอื้อมมือมาประคองแก้มเนียนไว้อย่างแผ่วเบา นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยหยดน้ำตาที่ป로그เปราะร่วงหล่นลงมาอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้คนตรงหน้าจะแตกสลาย “ให้โอกาสผู้ชายบ้านๆ คนนี้ ได้ดูแลหัวใจที่เหนื่อยล้าของคุณ... ได้ไหมครับ?”
ใต้แสงดาวพราวระยับและสายลมอ่อนที่พัดพาเอาไอเย็นของผืนป่าเข้ามาโอบกอด ตะวันพยักหน้ารับช้าๆ หยดน้ำตาแห่งความสุขไหลรินผ่านรอยยิ้มกว้างที่สุดในรอบหลายปี ก่อนที่ร่างบางจะโผเข้าสู่อ้อมอกกว้างที่รอต้อนรับอยู่แล้ว คณินกอดกระชับร่างของตะวันไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มสูดดมความหอมสะอาดเข้าปอดลึก ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน ราวกับโลกใบนี้เหลือเพียงแค่เขากับตะวันเพียงสองคน
ทว่า ความสุขที่หอมหวานดั่งน้ำผึ้งป่านั้นกลับอยู่ได้ไม่นาน...
*“อุ๊ย ตายจริง... ฉันคงไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรอกกระมังคะ?”*
น้ำเสียงแหลมสูงที่เจือแววเยาะเย้ยนิดๆ ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกพังทลายลงในพริบตา คณินผละออกจากร่างของตะวันอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวทันทีเมื่อหันไปมองยังทิศทางของเสียง
ที่หน้าประตูเรือนพักรับรอง ร่างระหงในชุดเดรสยาวหรูหราผิดกับบรรยากาศชนบทกำลังยืนกอดอกพิงวงกบประตู ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงกำลังแย้มยิ้มเหยียดหยาม ดวงตาคู่คมกวาดมองคณินและตะวันสลับกันไปมาด้วยความสนุกสนาน
“คุณ... มาทำไมที่นี่?” คณินเค้นเสียงถามด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงขยับก้าวมาบังตัวตะวันไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณการปกป้อง
หญิงสาวผู้มาใหม่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะก้าวเท้าย่างสามขุมเข้ามาใกล้แสงไฟบนระเบียง พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของตะวันเย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา
“อ้าว คินคะ... ทำไมต้องทำหน้าดุใส่ฉันด้วยล่ะคะ? ในเมื่อฉันอุตส่าห์บินลัดฟ้ามาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาเยี่ยม ‘คู่หมั้น’ ที่กำลังจะแต่งงานด้วย... เสียแรงที่ฉันคิดถึงคุณแย่เลยนะคะ, คุณว่าไหมล่ะ... คุณตะวัน?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอบอุ่นหัวใจไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ
ไออุ่นในเรือนไผ่•ตอนที่ 18
คำสารภาพใต้แสงดาว
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไออุ่นในเรือนไผ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!